เอ็นจีโอจัดเวทีซักถามแก้ "กม.บัตรทอง" ประชาชนได้อะไร "ปิยะสกล" ย้ำไร้ผลกระทบประชาชน

updated: 06 ก.ค. 2560 เวลา 16:35:32 น.

 

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่โรงแรมไมด้า จ.นนทบุรี นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวในเวทีเสวนา "แก้ กม.บัตรทองอย่างไรให้ประชาชนได้ประโยชน์?" ว่าการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. … หรือร่างกฎหมายบัตรทอง ยืนยันว่า จะต้องยึด 2 หลักการคือ 1.แยกผู้ซื้อบริการและผู้ให้บริการออกจากกัน และ 2.ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบบริการให้มีคุณภาพและมาตรฐานเท่าเทียมสำหรับทุกคน สำหรับร่างกฎหมายบัตรทองดังกล่าวเห็นด้วยกับการแก้ตามคำสั่งมาตรา 44 ของ คสช. ส่วนประเด็นเห็นต่างยังไม่ควรแก้ไขในตอนนี้ และให้เวลาพูดคุยทำความเข้าใจกันก่อนจนได้บทสรุปที่ดีที่สุด ถ้าหากยังเดินหน้าแก้ไข ยืนยันว่าจะต่อสู้ถึงที่สุดและพร้อมสู้ทุกวิถีทาง

นายนิมิตร์กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายให้ดี สามารถทำได้โดย ตัดประเด็นการร่วมจ่ายออกจากกฎหมาย แก้ไขให้คนไทยทุกคนได้รับสิทธิบัตรทอง นอกจากนี้ รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ควรตอบคำถามด้วยว่า เหตุใดจึงไม่ตัดมาตรา 9 และ 10 ออก เพื่อให้ข้าราชการและผู้ประกันตนมาอยู่ภายใต้ระบบสุขภาพเดียว อย่างประกันสังคมที่ถูกหัก 1% จากการจ่ายสมทบมาเป็นค่ารักษาพยาบาลก็จะได้ไปเป็นเงินสะสมบำนาญที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับกรณีข้อเสนอของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ให้ผู้ป่วยโรคไตร่วมจ่าย เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง ตรงนี้น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ ในเรื่องสิทธิเสมอภาคและความเท่าเทียม ที่ไม่ควรหยิบเรื่องสุขภาพมาทำให้เกิดความแตกต่างและเลือกปฏิบัติว่ากลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายสูงต้องร่วมจ่าย

ผู้สื่อข่าวถามถึงการแยกเงินเดือนจากงบเหมาจ่าย ไม่ได้เป็นการดึงงบกลับมาที่ สธ. แต่ทำให้สะท้อนความจริงเรื่องงบประมาณ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และกรรมการ สปสช.สัดส่วนภาคประชาชน กล่าวว่า อย่าลืมว่าแม้จะแยกออกมาให้เห็นงบประมาณชัดเจนว่าอันไหนคือเงินเดือน ส่วนไหนคือค่ารักษา แต่ในความเป็นจริงยังมีค่าจ้างพนักงาน ลูกจ้างต่างๆ ที่อยู่ในงบเหมาจ่ายรายหัวอีก ซึ่งการแยกเงินเดือน ไมได้รวมในส่วนนี้ด้วย

วันเดียวกัน นพ.ปิยะสกล  สกลสัตยาทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ว่า ขณะนี้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับ..) พ.ศ.. เป็นเรื่องของคณะกรรมการยกร่างพ.ร.บ.ฯ ที่มีรศ.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน ซึ่งหากสรุปได้แล้วจะส่งมายังตน แน่นอนว่าช่วงที่ผ่านมามีความเห็นแตกต่าง แต่ไม่ใช่การต่อสู้ เพราะมุ่งประโยชน์ให้กับประชาชน คงไม่ใช้คำว่าจะทำอย่างไรให้ปรองดอง เพราะไม่ได้ทะเลาะอะไร แต่พวกเราต้องการให้ประชาชนได้รับสิทธิที่ดี ซึ่งรัฐบาลยืนยันเสมอว่า ต้องได้สิทธิเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม การที่กลัวก่อนคงไม่มีอะไรดีขึ้น ดังนั้น ขอเวลาดูร่างที่ทางคณะกรรมการยกร่างฯ จะเสนอขึ้นมาก่อนดีกว่า ส่วนที่มีการกังวลว่าจะร่วมจ่ายในอนาคต ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าไม่ได้มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีข้อเห็นต่างของเครือข่ายภาคประชาชนจะมีการดำเนินการอย่างไร จะตั้งทีมขึ้นมาพิจารณาอีกหรือไม่ นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า ตนขอพิจารณาก่อนว่าข้อเห็นต่างนั้นจะสามารถทำให้มีความเห็นใกล้เคียงกันได้หรือไม่ ตนคงบอกไม่ได้ว่าต้องเห็นเหมือนกันหมดได้ แต่ขอมาดูก่อนว่าอะไรที่จะสามารถตกลงเป็นทางการสายกลางได้ อะไรที่จะมีข้อขัดแย้งให้น้อยที่สุดน่าจะดีกว่า





ที่มา : มติชนออนไลน์


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม