อัยการฟ้องกราวรูด "ซินแสโชกุน-พวก10คน" ขอศาลลงโทษสถานหนัก ชี้เป็นภัยเศรษฐกิจ ค้านประกัน

updated: 06 ก.ค. 2560 เวลา 16:10:28 น.

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า นายจิโรจน์ เอี่ยมโอภาส อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 มีความเห็นสั่งฟ้อง บริษัทเวลท์ เอเวอร์ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กรรมการบริษัทฯ นางมณฑลญาณ์ นิรันดร มารดาซินแสโชกุน นายก้องศรัณย์ แสงประภา ลูกพี่ลูกน้องของซินแสโชกุน น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ หญิงคนสนิทของซินแสโชกุน นางประนอม พลานุสนธิ์ นางณิชมน แสงประภา ป้าของซินแสโชกุน นางพารินธรญ์ หงส์หิรัญ ดัคกอร์ น.ส.สุดารัตน์ อเนกนวล และนายโกวิท ช่วยสัตว์ รวม 10 คน ฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และซ่องโจร และสั่งฟ้องบริษัทเวลท์เอเวอร์ และ น.ส.พสิษฐ์ หรือ ซินแสโชกุน เพิ่มในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมฉลากโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้อง นอกจากนี้สั่งฟ้องน.ส.พสิษฐ์ เพิ่มอีกในข้อหา ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรฯ ตามพ.ร.บ.ศุลกากร ด้วย กรณีชักชวนให้ผู้เสียหาย เข้าเป็นสมาชิกของบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยอ้างว่า จะมีสิทธิได้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินเข้าบัญชีแม่ข่ายแต่ละสายที่พวกผู้ต้องหาให้สมาชิกชำระเงิน และจะได้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มูลค่าความเสียหายกว่า 51 ล้านบาท แต่กลับลอยแพสมาชิกที่จะไปประเทศญี่ปุ่น ต้องตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมาด้วย

เรือโทสมนึก กล่าวว่า ในคำฟ้องอัยการขอให้ผู้ต้องหาคืนเงินผู้เสียหาย871คน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ7.5ต่อปี ตามความเสียหายแต่ละคน จากนั้นอัยการได้นำสำนวนคดียื่นฟ้องต่อศาลอาญาทันที แต่คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก และเป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม ขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก และขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ในระหว่างพิจารณาคดีเพราะเกรงว่าจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

นายจิโรจน์ เอี่ยมโอภาส อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 กล่าวว่า ความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 51 ล้านบาท โดยผู้เสียหายแต่ละคน มีความเสียหายแตกต่างกันไป

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวจัดตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2560 ก่อนถูกตรวจสอบหลังการจัดตั้งบริษัทได้เพียง 3 เดือน แต่กลับสร้างความเสียหายที่รวดเร็วมาก และน.ส.พสิษฐ์ ถูกฟ้องทุกข้อกล่าวหา และมีข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนมีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี ถึง 10 ปี

ขณะที่นายปกรณ์ ธรรมโรจน์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า น.ส.พสิษฐ์ หรือ ซินแสโชกุน เคยถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ประมาณ 4-6 คดี แต่ได้นำเงินไปจ่ายคืนผู้เสียหายเพื่อให้ยอมไปแล้ว โดยอัยการจะดำเนินคดีทั้งในส่วนคดีแพ่งและอาญาควบคู่กันไป เพื่อนำเงินคืนผู้เสียหาย และขณะนี้พบว่ามีทรัพย์สินบางส่วนที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ยึดไว้เพื่อคืนให้กับผู้เสียหายด้วย





ที่มา : มติชนออนไลน์

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม