หอการค้าฟันธงเศรษฐกิจปีนี้โตร้อยละ 3.5-4

updated: 06 ก.ค. 2560 เวลา 13:51:27 น.

 

หอการค้าไทยเชื่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลังขยายตัวต่อเนื่องและดีกว่าครึ่งปีแรก คาดทั้งปีโตร้อยละ 3.5-4 หลังส่งออกฟื้นตัวชัดเจน

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แถลงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2560 ว่า ทิศทางเศรษฐกิจยังคงปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา  โดยเศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวในกรอบ 3.5-4.0 สาเหตุที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าขยายตัวสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การส่งออกฟื้นตัวอย่างชัดเจน และมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย 5 เดือนแรกปีนี้ขยายตัวถึงร้อยละ 7.2 หรือคิดเป็นมูลค่า 93,265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  คาดว่าการส่งออกทั้งปีจะขยับใกล้เป้าหมายโตร้อยละ 5 ของกระทรวงพาณิชย์ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวคาดว่ายังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดย 5 เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 14.6 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 3.2 ขณะที่เดือนมิถุนายนคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวอีก 2.2 ล้านคนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคครึ่งปีหลัง จากผลการสำรวจนักธุรกิจทุกภูมิภาคเห็นว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ยกเว้นภาคใต้เห็นว่าเศรษฐกิจน่าจะทรงตัวแม้การส่งออกยางพาราขยายตัวดี เพราะภาครัฐมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ภาคตะวันออกรัฐบาลมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ขณะที่การค้าชายแดนทรงตัวและน่าจะดีขึ้นในอนาคต ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวจีนมีการเข้ามาท่องเที่ยวเอง มีการใช้จ่ายเงินมากขึ้นและพักยาวขึ้น มีสายการบินใหม่ ๆ บินเข้ามาภูเก็ตมากขึ้น ตุรกีจะเปิดเส้นทางบินส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวรัสเซียจะเข้ามา โดยภาพรวมปรับตัวดีขึ้นและจะดียิ่งขึ้นอีกจากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) การจัดตั้งธุรกิจใช้เวลาลดลงเหลือเพียง 2 วันดีมาก มีการจัดตั้งศูนย์บุคลากรทักษะสูง (Strategic Talent Center: STC) เป็นต้น

นายกลินท์ กล่าวถึงการที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560  เพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างได้ให้ได้มาตรฐานสากลว่าหอการค้าไทยเห็นด้วยกับการออกกฎหมายฉบับนี้ แต่วิธีการดำเนินการยังมีปัญหาต้องปรับปรุง เช่น การกำหนดค่าปรับสูงเป็นสิ่งที่ไม่เห็นด้วย สำหรับการเลื่อนบังคับใช้กฎหมาย 4 มาตรา ออกไป 180 วัน นั้น เป็นเรื่องที่ส่งผลดีต่อนายจ้างและแรงงานที่จะปรับตัว แต่ภาครัฐควรที่จะต้องมีวิธีการแก้ไขให้แรงงานเข้าสู้ระบบได้โดยเร็ว เพราะว่างานหลายอย่างคนไทยเลือกที่จะไม่ทำแล้ว เช่น งานเก็บผลไม้ งานแม่บ้าน เป็นต้น หากสามารถแก้ไขเรื่องเหล่านี้ได้ก็จะทำให้แรงงานต่างชาติสามารถเข้ามาทำงานได้อย่างถูกต้อง ส่วนแรงงานต่างชาติไหลออกไปนั้น มีจำนวนไม่มากกว่า 20,000 คน ที่ด่านแม่สอด และเชื่อว่ารัฐบาลจะแก้ไขได้ปัญหาได้





ที่มา : สำนักข่าวไทย


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม