ไทยจีบฝรั่งเศสลงทุนอีอีซี ดึงพัฒนานวัตกรรม เล็งต่อขึ้นทะเบียนจีไอ

updated: 06 ก.ค. 2560 เวลา 13:12:20 น.

 

ที่โรงแรมดุสิตธานี นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศส (HLED) ครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกปี 2559 เพื่อพิจารณาขยายความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งที่ประชุมครั้งนี้ได้หารือประเด็นความคืบหน้าการดำเนินการภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ความตกลงทางการค้า ทั้งในระดับพหุภาคี ภูมิภาค และทวิภาคี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของ 2 ประเทศ อาทิ นโยบายประเทศไทย 4.0 สถานการณ์เบร็กซิต และนโยบายของประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนใหม่

"ไทยใช้โอกาสนี้แจ้งฝรั่งเศส ถึงนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของไทยจากการผลิตใช้ต้นทุนต่ำสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการเพิ่มมูลค่า ซึ่งฝรั่งเศสแจ้งว่ารัฐบาลฝรั่งเศสก็มีแนวคิดลักษณะเดียวกัน คือ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการค้าการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง ไทยจึงเชิญชวนให้ฝรั่งเศสมาลงทุนในไทยโดยเฉพาะในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี"

ทั้งนี้ ปัจจุบันฝรั่งเศสและไทยมีความร่วมมืออยู่แล้วในหลายสาขาอุตสาหกรรม อาทิ โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ณ อู่ตะเภา ความร่วมมือด้านดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ความร่วมมือระบบราง และความร่วมมือด้านพลังงาน เป็นต้น ซึ่งไทยได้เสนอให้เพิ่มความร่วมมือด้านการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เช่น การพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ การสร้างและบริหารแบรนด์ เทคนิคการสกัดสารเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำหอม เครื่องสำอาง การส่งเสริมระบบการควบคุมและรักษามาตรฐานของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) โดยไทยอยู่ระหว่างคัดเลือกสินค้าที่เหมาะสม ยื่นจดจีไอที่มิใช่สินค้าเกษตร GI ในฝรั่งเศส

ขณะที่ฝรั่งเศสแจ้งว่าสนใจจะร่วมมือกับไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา ผลิตสินค้ารองรับผู้สูงอายุ และความร่วมมือด้านการเงินการคลังระหว่างภาครัฐและเอกชน ลงทุนในโครงการเมืองนวัตกรรมอาหารด้านความปลอดภัยอาหารและอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งปี 2559 การค้าไทยกับฝรั่งเศส มีมูลค่า 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกมูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยนำเข้ามูลค่า 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ




ที่มา : มติชนออนไลน์


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม