โฆษณาสื่อดิจิทัลสะเทือน เอเยนซี่วิ่งวุ่น..เปิดทางเจรจา

updated: 07 ก.ค. 2560 เวลา 10:00:23 น.

 

ร้อนแรงสุด ๆ สำหรับวินาทีนี้ คงหนีไม่พ้นกรณีที่ กสทช.สั่งห้ามเอเยนซี่โฆษณาลงโฆษณาออนไลน์กับผู้ให้บริการแพร่ภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ (OTT : Over the Top) ถ้าไม่มาลงทะเบียนภายในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ และหากฝ่าฝืนก็จะมีบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา

ล่าสุด "ประชาชาติธุรกิจŽ" ได้สัมภาษณ์ 2 นายกสมาคมเอเยนซี่ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ได้แก่ นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) เพื่อชี้แจงถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น



ไตรลุจน์ นวมะรัตน

เมื่ออุตสาหกรรมกำลังสับสนกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ล่าสุด "ประชาชาติธุรกิจŽ" สัมภาษณ์ "ไตรลุจน์ นวมะรัตน"Ž นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ถึงแนวทาง และผลดี ผลเสียที่จะเกิดขึ้นแก่อุตฯโฆษณา

Q : หลัง กสทช.ให้ผู้ประกอบการ OTT เข้ามาลงทะเบียน มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมนี้อย่างไร

ในแง่ของผู้ให้บริการ OTT สัญชาติไทยก็คงเข้ามาลงทะเบียนตามข้อกำหนดที่วางไว้ ขณะที่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศ อย่างเฟซบุ๊ก ยูทูบนั้น ก็อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

และเร็ว ๆ นี้ ทั้งยูทูบและเฟซบุ๊ก เตรียมเดินสายเข้าพูดคุยกับบรรดามีเดียเอเยนซี่ต่าง ๆ ซึ่งหลังจากมีการพูดคุยกับทั้งสองแพลตฟอร์มแล้ว คาดว่าน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น และหลังจากการเจรจา ทางสมาคมมีเดียเอเยนซี่ฯ ก็เตรียมออกหนังสือชี้แจงถึงรายละเอียดต่าง ๆ อีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจกับเอเยนซี่ต่าง ๆ ด้วย

Q : การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ OTT มีผลดี ผลเสียอะไรต่ออุตฯ

เมื่อเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ทั้งนี้หากผู้ประกอบการ OTT ลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เอเยนซี่ สินค้าก็จะเชื่อมั่นในการใช้เม็ดเงินโฆษณา ขณะเดียวกันรายได้จากการโฆษณาก็จะหมุนเวียนอยู่ในประเทศ จากปัจจุบันที่เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลส่วนใหญ่จะไหลไปต่างประเทศ เพราะปัจจุบันผู้ให้บริการ OTT จากต่างประเทศเหล่านี้ เข้ามาตั้งออฟฟิศเพื่อทำตลาดเท่านั้นไม่ถือว่าเป็นโพรไวเดอร์ (Proprietor)

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลงทะเบียนตามขั้นตอน หากมีการเก็บภาษีโฆษณา ผู้ให้บริการเหล่านี้ก็ต้องเสียภาษีตามสัดส่วนจากรายได้ที่ได้รับ นั้นหมายถึง เงินส่วนหนึ่งจะตกอยู่ในประเทศ ถือเป็นผลดีต่อประเทศโดยรวม อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังต้องทำความเข้าใจกับระบบทั้งหมดก่อนว่า จะเป็นอย่างไร

Q : ขณะนี้สินค้าและเอเยนซี่โฆษณามีความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือไม่


เบื้องต้น สมาคมกำลังทำความเข้าใจกับเอเยนซี่และลูกค้า (สินค้า) แต่หลังจากเจรจากับเฟซบุ๊ก ยูทูบแล้ว สมาคมจะออกหนังสือชี้แจงให้แก่สมาชิกและสินค้าอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหากกรณีที่หลังการเจรจาเสร็จสิ้น เฟซบุ๊กและยูทูบ ปฏิบัติตามก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่สนใจจะดำเนินการตามข้อกำหนด ทางเอเยนซี่ก็คงไม่สามารถลงโฆษณาได้ เพราะจะเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย

Q : วางแนวทางการปฏิบัติ หรือ ทางออกเบื้องต้นไว้อย่างไร หากยูทูบและเฟซบุ๊กไม่ปฏิบัติตาม

เอเยนซี่และสินค้าคงต้องหยุดโฆษณา เพราะ กสทช.ได้กำหนดไว้ชัดเจนและครอบคลุม โดยมีใจความหลัก ๆ ว่า อะไรก็ตามที่สื่อสารกับคนไทย โดยไม่จำกัดแค่ภาษาไทย แต่ถ้าทำให้คนไทยติดตาม ถือเป็นโฆษณาประชาสัมพันธ์ในไทย ถ้ายังดำเนินการอยู่แต่ไม่ทำตามข้อกำหนดก็ถือว่าผิดอยู่ดี ท้ายที่สุด แพลตฟอร์มนั้น ๆ ก็ไม่สามารถให้บริการในไทยได้ถ้าไม่ลงทะเบียนตามกำหนดเวลา ซึ่งเชื่อว่า กสทช.ก็คงต้องดำเนินการตามลำดับ

Q : หากผู้ประกอบการ OTT ไม่มาลงทะเบียน โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ยูทูบ ในแง่ของเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลจะหายไปไหม เพราะถือเป็นรายใหญ่ที่สินค้าใช้เม็ดเงินโฆษณาเป็นอันดับต้น ๆ


ถ้าไม่ลงทะเบียน เม็ดเงินโฆษณาที่เคยลงไปตามแพลตฟอร์มนั้นก็จะหายไป และเอเยนซี่เองก็คงไม่แนะนำให้ลูกค้าลงโฆษณาด้วย เพราะเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายและเสี่ยงต่อภาพลักษณ์ของสินค้าด้วย

ศุภชัย ปาจริยานนท์

ขณะเดียวกันเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยคาดว่าปีนี้จะมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งแพลตฟอร์มหลักที่สินค้าใช้งบฯโฆษณาสูงสุดอันดับต้น ๆ คือ เฟซบุ๊กและยูทูบ อย่างไรก็ตามหากทั้งสองแพลตฟอร์มนี้ไม่ดำเนินการตามกำหนดที่ กสทช.ขีดเส้นไว้ เท่ากับเม็ดเงินโฆษณาบางส่วนก็อาจจะหายไป ล่าสุด "ประชาชาติธุรกิจ"Ž มีโอกาสสัมภาษณ์ "ศุภชัย ปาจริยานนท์"Ž นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT

Q : หลังจาก กสทช.ประกาศแนวทางโฆษณา OTT การใช้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลของเอเยนซี่โฆษณาและสินค้าขณะนี้เป็นอย่างไร


ตอนนี้ถือว่ายังเร็วไปที่จะให้รายละเอียดว่าสินค้าหรือเอเยนซี่จะตัดสินใจอย่างไรจะหยุดหรือชะลอการใช้งบฯผ่านสื่อดิจิทัลลงเมื่อไร ซึ่งที่ผ่านมา สมาคมได้ส่งตัวแทนเข้าไปประชุมร่วมกับ กสทช. อย่างต่อเนื่อง และอยากให้ทุกฝ่ายเข้ามาเจรจาพูดคุยกันมากกว่า เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุดร่วมกัน

Q : ในแง่ของแพลตฟอร์ม OTT ขณะนี้มีฟีดแบ็กอย่างไรต่อเอเยนซี่โฆษณา

ในส่วนของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งเฟซบุ๊ก ยูทูบ ก็คงอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสมาคมก็พร้อมจะช่วยเหลือและให้คำแนะนำกับทุกส่วน เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้

Q : หากพ้นกำหนดที่ กสทช.กำหนด แล้วแพลตฟอร์ม OTT ไม่เข้ามาลงทะเบียน

ก็อาจจะทำให้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลที่ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าประมาณ11,774ล้านบาทหายไปบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากการลงโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลมีรูปแบบที่หลากหลาย คงต้องพิจารณาเป็นส่วน ๆ ไปว่าอะไรเข้าข่ายตามที่ กสทช.กำหนดบ้าง แต่เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อนี้จะหายไปมากน้อยแค่ไหนอาจจะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

Q : สมาคมโฆษณาดิจิทัลคาดการณ์การเติบโตเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลปีนี้อย่างไร

แนวโน้มการใช้งบฯผ่านสื่อโฆษณาดิจิทัลปีนี้จะมีมูลค่า11,774ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่า9,477 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้ให้บริการ OTT ที่มีรายได้จากการโฆษณาโดยรวมประมาณ 5,007 ล้านบาท แบ่งเป็นเฟซบุ๊ก 2,842 ล้านบาท ยูทูบ 1,663 ล้านบาท และอื่น ๆ เช่น ไลน์ทีวี และผู้ประกอบการช่องทีวี 502 ล้านบาท

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม