ธ.ก.ส.แจงมาตรการดูแลชาวนาผู้ปลูกข้าวของภาครัฐมุ่งเน้นความยั่งยืน

updated: 06 ก.ค. 2560 เวลา 11:17:57 น.

 

ธ.ก.ส.ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยสนับสนุนการทำประกันภัยนาข้าวเพื่อดูแลความเสี่ยงให้กับพี่น้องชาวนา  ส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตด้วยการสนับสนุนการทำเกษตรแปลงใหญ่  ดูแลเสถียรภาพราคาด้วยโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกที่ยุ้งฉาง  และโครงการรวบรวมและแปรรูปข้าวเปลือกโดยกระบวนการสหกรณ์ ทำให้ราคาขายข้าวขยับตัวสูงขึ้นปัจจุบันราคาข้าวสูงถึงตันละ 11,200 บาท

นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส.ได้ดำเนินการโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2559/60 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวของรัฐบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอปริมาณข้าวเปลือกไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยว โดยชาวนาที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถเก็บรักษาข้าวไว้ในยุ้งฉางของตนเองหรือสถาบันเกษตรกร และได้รับแรงจูงใจเพื่อดูแลคุณภาพข้าวเปลือกตั้งแต่ก่อนขึ้นยุ้งและการเก็บรักษาจนกว่าจะนำออกขาย ซึ่งผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 262,881 ราย ปริมาณข้าวเปลือก 1,429,032 ตัน จ่ายสินเชื่อไป 13,040 ล้านบาท และมีสถาบันเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 104 ราย  ปริมาณข้าวเปลือก 159,003 ตัน จ่ายสินเชื่อไป 1,439 ล้านบาท สำหรับโครงการรวบรวมและแปรรูปข้าวเปลือกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านสถาบันเกษตรกร ฤดูการผลิต 2559/60  ดำเนินการรวบรวมข้าวเปลือกได้จำนวน 1,627,544 ตัน สนับสนุนสินเชื่อ จำนวน 11,436 ล้านบาท

จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวของรัฐบาลในหลายโครงการที่มีการเกื้อหนุนกัน นอกจากช่วยลดความเสี่ยงและช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรแล้ว ยังส่งผลให้ราคา ข้าวเปลือกในตลาดมีการปรับตัวสูงขึ้นถึงราคาตันละ 9,500 – 11,200 บาท ตามชนิดของข้าว ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉางหรือไม่ได้เข้าร่วมโครงการได้รับโอกาสในการขายข้าวในราคาที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม