ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของโอเปกปรับตัวสูงขึ้น

updated: 06 ก.ค. 2560 เวลา 09:50:10 น.

 

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือนมิ.ย. ปรับตัวสูงขึ้นราว 450,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับในเดือนพ.ค. ไปแตะระดับ 25.92 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของไนจีเรีย ลิเบีย และซาอุดิอาระเบีย รวมกันปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

- เจ้าหน้าที่รัฐของรัสเซีย เผยว่า รัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก อาจต่อต้านความพยายามที่จะปรับลดกำลังการผลิตมากกว่าที่ปรับลด ณ ปัจจุบัน หากมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวในการประชุมผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในช่วงปลายเดือนก.ค. นี้

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในตะกร้าหลัก ส่งผลให้แรงจูงใจในการลงทุนทำกำไรในสัญญาน้ำมันดิบของนักลงทุนลดลง

+/- นาย Fatih Birol ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันดิบโลกจะเข้าสู่สภาวะสมดุลอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 อย่างไรก็ตาม หากกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายสำคัญ ได้แก่ ลิเบีย และไนจีเรีย ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ภาพของการที่ตลาดน้ำมันดิบจะเข้าสู่สภาวะสมดุลในช่วงครึ่งปีหลังเปลี่ยนไป

+ หลังตลาดปิดทำการซื้อขาย สถาบันปิโตรเลียมสหรัฐ (API) ได้ออกมารายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดลง 5.8 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ 503.7 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงราว 2.3 ล้านบาร์เรล



ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงซื้อของอินเดีย ศรีลังกา และปากีสถาน  อย่างไรก็ตาม  ยังได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง หลังโรงกลั่นส่วนใหญ่กลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในอินเดียยังคงอยู่ในระดับดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการที่โรงกลั่นภายในประเทศยังคงอยู่ในระหว่างการปิดซ่อมบำรุง

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
       
                                            
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
                        
ปัจจัยที่น่าจับตามอง


ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับตัวลดลง จากโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มคงกำลังการกลั่นในระดับสูงต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบีย คาดจะปรับลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชซิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 0.3 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 60.83 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 0.1 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 509.2 ล้านบาร์เรล

การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเพิ่มขึ้นเริ่มชะลอตัวลงหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากความกังวลปัญหาอุปทานล้นตลาด โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพียง 94 แท่นในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 137 แท่น

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียและลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่อง โดยไนจีเรียคาดจะกลับมาสามารถส่งออกน้ำมันดิบที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. นี้ ซึ่งระดับดังกล่าวเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 17 เดือน  ในขณะที่ลิเบียปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้

ติดตามการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 24 ก.ค. ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมหรือกำหนดเพดานการผลิตของลิเบียหรือไนจีเรีย เพื่อช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบเพิ่มเติมหรือไม่
                       



 
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม