"ธนสรรไรซ์" โตพรวดพราด ขึ้นที่ 3 ออเดอร์อิหร่านทะลัก

updated: 06 ก.ค. 2560 เวลา 21:20:29 น.

 

"ธนสรรไรซ์" ส่งออกข้าวเบอร์ 3 ครึ่งปี 5 แสนตัน มั่นใจทั้งปี 2560 ทะลุ 1 ล้านตัน หลังออร์เดอร์อิหร่าน-จีนทะลัก แถมตลาดข้าวถุงโต 10% เตรียมแตกไลน์ทำ"ขนมขบเคี้ยวจากข้าว"

เมื่อปี 2557 "ธนสรรไรซ์" ผู้ส่งออกน้องใหม่จากวงการโรงสีข้าว ก้าวขึ้นแท่นอันดับที่ 10 ผู้ส่งออกข้าวไทย ต่อมาอีก 2 ปีธนสรรไรซ์โตพรวดขึ้นอันดับ 5 และผ่านไปครึ่งปี 2560 ก้าวขึ้นแท่นเบอร์ 3 ถือเป็นผู้ส่งออกที่เติบโตรวดเร็ว

นายศุภชัย วรอภิญญาภรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ธนสรรไรซ์ จำกัด และบริษัท พรีเมียมไรซ์ เอ็กปอร์ต จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ช่วง5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) 2560 บริษัทส่งออกข้าวไปแล้ว 395,850 ตัน แบ่งเป็นยอดของธนสรรไรซ์ 232,917 ตัน และพรีเมียมไรซ์ 24,379 ตัน และสิ้นเดือนมิถุนายนเพิ่มเป็น 5 แสนตัน และช่วงครึ่งปีหลังเพิ่มอีก 5 แสนตัน จะมีผลให้ในปีนี้สามารถทำยอดส่งออกได้ถึง 1 ล้านตัน เป็นปีแรก เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ส่งออกได้ 916,143.91 ตัน

"ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกขยายตัว เพราะได้รับคำสั่งซื้อข้าวหอมมะลิจากอิหร่าน 40,000 ตัน เป็นลอตแรกหลังจากตลาดนี้หายไปนานเป็นสิบปี แนวโน้มครึ่งปีหลัง ตลาดส่งออกน่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าอิรักจะยกเลิกการประมูลข้าวล่าสุด 80,000 ตัน ไปซื้ออุรุกวัย แต่มองว่าการประมูลซื้อจะมีเรื่อย ๆ ทั้งซื้อตรงและผ่านชายแดน คราวละ 100-200 ตู้ หรือ 4,000-5,000 ตัน

และมีบังกลาเทศประมูลและซื้อผ่านเทรดเดอร์เป็นข้าวนึ่ง และการประมูลอิรัก ส่วนฟิลิปปินส์น่าจะประมูลซื้อจากเอกชน (G to P) รวมถึงปัจจัยสำคัญจากคู่แข่งอินเดีย ขณะนี้ส่งออกสูงใกล้เคียงไทย แต่ภายในอินเดียประสบปัญหาด้านโลจิสติกส์ จึงส่งออกได้เพียงเดือนละ 200,000 ตัน"

นอกจากนี้ บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากตลาดจีนมากขึ้น ภายหลังจากหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพ (AQSIQ) ของจีน ปรับหลักเกณฑ์มีการตรวจสอบรับรองรายชื่อผู้ส่งออกที่ผ่านมาตรฐานส่งออกข้าวไปจีน ซึ่งบริษัทผ่านคุณสมบัติในลอตแรกร่วมกับผู้ส่งออก 48 ราย จึงได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ทั้งนี้ ตลาดจีนเป็นตลาดอันดับ 2 มีส่วนแบ่งประมาณ 20% รองจากตลาดแอฟริกา มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50%

กรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า เมื่อรัฐบาลระบายสต๊อกข้าวเก่าหมด จะทำให้ไทยสูญเสียตลาดแอฟริกา นิยมบริโภคข้าวเก่านั้น ส่วนตัวเห็นว่าการส่งออกข้าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอด เดิมข้าวเก่าของไทยขายในประเทศเป็นหลัก ตลาดแอฟริกาไม่นิยมบริโภค แต่ผู้ส่งออกได้ไปทำตลาด ส่งเสริมการบริโภค ทำให้เห็นว่าข้าวเก่าดี หุงขึ้นหม้อ ซื้อ1 ครั้ง บริโภคได้นาน จนลูกค้าแอฟริกาเริ่มนิยม หากปีหน้าไม่มีข้าวเก่า การทำตลาดต้องปรับเปลี่ยนแผนไปส่งเสริมข้าวชนิดอื่น ๆ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกภาพรวม

ผลจากคำสั่งซื้อที่เข้ามา ทำให้ราคารับซื้อข้าวสารและข้าวเปลือกในประเทศปรับขึ้น 20-25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะนี้ตันละ 13,700-13,800 บาท อ่อนตัวลงมาเล็กน้อยจากก่อนหน้านี้ตันละ 14,500 บาท ส่วนราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ตันละ 9,000 บาท เพราะผลผลิตนาปรังจะออกอีกรอบ 1-2 เดือนจากนี้ หากไทยรักษาระดับส่งออกไว้ได้ต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อราคาข้าวเปลือกในฤดูกาลใหม่

นอกจากนี้ ปี 2559 ได้เริ่มจัดจำหน่ายข้าวถุงตลาดภายในประเทศแบรนด์ พรีเมียมไรซ์ (Premium Rice) ยอดจำหน่ายข้าวถุงเติบโตถึง 10% และปีนี้ได้ขยายฐานลูกค้าไปภาคใต้เพิ่มขึ้น จากเดิมเน้นภาคกลางและกรุงเทพฯ และล่าสุดได้ทำข้าวถุงส่งออก แบรนด์จัสมิน

สถานการณ์ราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับขึ้น10-15% จากปีก่อน หากราคาวัตถุดิบยังทรงตัวระดับนี้อาจต้องปรับขึ้นราคาข้าวถุง

นายศุภชัยกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว จะเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิม คาดว่าจะได้ข้อสรุปผลการศึกษาในช่วงปลายปีนี้ว่าเหมาะสมจะตัดสินใจลงทุนหรือไม่

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม