"กรมชลฯ-ฝนหลวง" ผวา รื้อแผนรับฝนปลายปีน้อย

updated: 06 ก.ค. 2560 เวลา 09:02:6 น.

 

รายงานข่าวจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า พื้นที่การเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีปริมาณน้ำการเกษตรอยู่ในเกณฑ์เพียงพอต่อการเพาะปลูกและปริมาณน้ำเก็บกักของอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว และเขื่อนห้วยหลวง มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนสถานการณ์น้ำใช้การได้ของเขื่อนลำตะคอง ยังมีปริมาณน้อยอยู่ ตลอดจนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ยังมีปริมาณเพียงพอสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในระดับหนึ่ง นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงฯจึงปรับแผน การปฏิบัติการฝนหลวงให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบันมากขึ้น

โดยภาคเหนือ ยังคงหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ ที่กองบิน 41 เพื่อปฏิบัติการ ฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนที่รับผิดชอบ โดยเน้นที่เขื่อนแม่งัด แม่กวง ส่วนหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดตาก ที่ท่าอากาศยานตาก ยังคงให้อยู่ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยพื้นที่การเกษตรและลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล และให้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก ที่กองบิน 46 เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำยังมีน้อย รวมทั้งเขื่อนแม่งัด แม่กวงด้วย ซึ่งภาคเหนือจะหมดฤดูฝนก่อนภาคอื่นด้วย จึงจำเป็นต้องทำฝนหลวงเพิ่มมากขึ้น

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมา ที่กองบิน 1 เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำให้กับเขื่อนลำตะคองที่ยังมีน้ำเหลือน้อย ซึ่งช่วงฤดูฝนปีที่ผ่านมา กรมฝนหลวงได้เร่งทำฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคองและเขื่อนใกล้เคียง แต่ปริมาณน้ำที่ได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านการเกษตร มีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น

ภาคกลาง ได้มีการปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดลพบุรี ที่กองบิน 2 เนื่องจากสถานการณ์น้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง มีปริมาณเพียงพอสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในระดับหนึ่งและบางพื้นที่ มีน้ำท่วมขัง ส่วนหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรี ที่สนามบินกองพล 9 เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและลุ่มรับน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ และตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครสวรรค์ ที่อำเภอตาคลี กองบิน 4 เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรภาคกลางตอนบน ส่วนภาคใต้และภาคตะวันออกยังคงหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่นายสุรสีห์กล่าว

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้มีการปรับแผนจากที่เคยปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อนป่าสักค่อนข้างมากในช่วงต้นและกลางฤดูฝนแล้วมากักเก็บน้ำในช่วงท้ายฤดูฝนเหมือนเช่นทุกปี ในปีนี้ นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนจะเกิดภาวะเอลนิโญอ่อน ๆ หรือฝนมีน้อยช่วงปลายปีนี้ กรมจะหารือกับ 10 หน่วยงานที่ดูแลน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัดในประเด็นนี้มากขึ้นว่า ช่วงปลายฤดูฝนปีนี้ น้ำใน4 เขื่อนใหญ่คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ควรจะมีน้ำในเขื่อนแต่ละช่วงเท่าใดและควรปล่อยวันละเท่าใด โดยเฉพาะเขื่อนป่าสัก


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม