ส.ส่งออกข้าวปลื้ม! ไทยแซงอินเดียขึ้นแท่นแชมป์ส่งออกข้าวโลก หลังรัฐระบายข้าวสารในสต๊อกหมด

updated: 05 ก.ค. 2560 เวลา 13:24:48 น.

 

ส.ส่งออกข้าวปลื้ม! ไทยแซงอินเดียขึ้นแท่นแชมป์ส่งออกข้าวโลก หลังรัฐระบายข้าวสารในสต๊อกหมด คาดทั้งปีส่งออกได้ 10 ล้านตัน แต่หวั่นผลกระทบ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ทำให้ขนส่งข้าวให้ผู้ซื้อล่าช้า-บาทแข็งกระทบความสามารถในการแข่งขัน

ร.ต.อ.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมปรับคาดการณ์ว่าการส่งออกทั้งปี 2560 น่าจะส่งออกได้ปริมาณ 10 ล้านตัน สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 9.5 ล้านตัน โดยขณะนี้การส่งออกข้าวไทยตั้งแต่ 1 ม.ค.-20 มิ.ย. 2560 มีปริมาณ 5.327 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ส่งได้ 4.61 ล้านตัน ซึ่งถือว่าไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวสูงสุด มากกว่าอินเดีย ซึ่งส่งออกได้ 5.07 ล้านตัน และเวียดนาม 3.035 ล้านตัน ซึ่งคาดว่าจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ไทยจะสามารถส่งได้ 5.5 ล้านตัน มูลค่า 65,000-70,000 ล้านบาท

"สมาคมฯ คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกข้าวจะมีทิศทางดีขึ้น หลังจากไทยระบายสต๊อกข้าว 18 ล้านตันหมด ทำให้แรงกดทับด้านราคาหายไป ขณะที่ดีมานตลาดต้องการนำเข้าข้าวเพื่อชดเชยอุปทานข้าวที่ลดลง ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อิหร่าน อิรัก และมีตลาดบังกลาเทศและศรีลังกาที่ประสบปัญหาอุทกภัย จึงมีการนำเข้าเพิ่ม และมีคำสั่งซื้อข้าวจีทูจีจีนที่ยังเหลืออีก 6 ล้านตัน และน่าจะเร็วขึ้นหลังจากใช้ ม.44 ช่วยแก้ปัญหาเรื่องรถไฟไทย-จีนแล้ว"

ในด้านราคาข้าวปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20% หลังจากที่รัฐได้ระบายข้าวเพื่อการบริโภคของคนในสต๊อกรัฐบาลกว่า 14 ล้านตัน ได้หมด และทำให้ไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตข้าวตกต่ำไปแล้ว กลับมาเป็นไปตามกลไกตลาด ราคาข้าวปรับฐานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

โดยขณะนี้ราคาส่งออกข้าวขาว ตันละ 430 เหรียญสหรัฐสหรัฐต่อตัน จากก่อนหน้าที่อยู่ที่ 360-360 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนราคาข้าวเปลือกเจ้า ปรับจาก 6,000-7,000 เป็น 8,500- 9,000 บาทต่อตัน และราคาข้าวสารขาวในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 9,500 บาทมาอยู่ที่ตันละ 12,500-13,000 บาทต่อตัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบจากการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 มีผลต่อการขนส่งข้าวล่าช้าออกไป อาจมีผลต่อการส่งออกข้าวครึ่งปีหลังว่าจะไปถึงเป้าหมาย 10 ล้านตันหรือไม่ หากรัฐบาลไม่แก้ไขอาจจะกระทบการส่งออกถึง 50%

"เร็วๆ นี้สมาคมจะทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพราะมาตรา 44 เป็นมาตรการที่ผ่อนผันให้ชั่วคราว แต่ก็จำเป็นต้องปรับแก้ไข พ.ร.ก.แรงงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียน แก้ไขบทลงโทษที่กำหนดสูงถึงปรับ 800,000 บาทต่อคน ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปออกพาสปอร์ตที่นายจ้างต้องจ่ายรายละ 20,000 บาทต่อคน ซึ่งจริงๆ มากกว่านั้น หากแรงงานกลับไปพร้อมกัน ต้องไปรอคิวกว่าจะกลับมา แล้วระหว่างนี้จะทำอย่างไร จึงจะส่งมอบข้าวได้ อาจทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาสภาพคล่องได้ เพื่อขอให้แก้ปัญหาโดยเร็ว จากก่อนหน้านี้สมาคมฯได้เคยทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงานไปเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน"

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 มีผลต่อการขนส่งข้าวล่าช้าออกไป จากเดิมที่ใช้เวลา 7-10 วัน ขณะนี้ต้องใช้เวลาในการขนส่งข้าวเป็น 30 วัน เพราะไม่มีแรงงานมาขนข้าว

หลังจากกฎหมายมีผลแรงงานทั้งที่ผิดและที่ถูกต่างหนีกลับประเทศ เพราะตื่นกลัว กังวลว่าจะมีการตรวจสอบความผิด ซึ่งตามกฎหมายมีบทลงโทษค่าปรับที่สูง ซึ่งขณะนี้แรงงานหายไปแล้วกว่า 30-50% ของจำนวนแรงงานที่ขนส่งข้าว ทำให้ผู้ส่งออกลังเลที่จะรับคำสั่งซื้อข้าว เพราะกังวลว่าจะส่งมอบไม่ทัน และส่งผลกดดันให้ราคาข้าวอาจจะลดลงในที่สุด จึงอยากให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวด้วย

ขณะเดียวกันปัจจัยเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับคู่แข่งบาทไทยแข็งกว่าเวียดนาม 2-3% ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน เพราะบาทแข็งค่าขึ้น 1 ต้องปรับขึ้นราคาส่งออกข้าวขาวขึ้นตันละ 8-9 เหรียญสหรัฐ ส่วนข้าวหอมมะลิต้องปรับขึ้นตันละ 15-20 เหรียญสหรัฐ


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม