ธุรกิจกระอักต้นทุนแรงงาน คสช.เว้นโทษปรับ 180 วัน

updated: 05 ก.ค. 2560 เวลา 22:30:52 น.

 

อลหม่าน พิษ พ.ร.ก.ต่างด้าว "รับเหมา ร้านอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม แปรรูปอาหารทะเล ประมง" อ่วม ลูกจ้างขาด-เปิดศึกแย่งแรงงาน ธุรกิจแบกต้นทุนค่าแรงเพิ่ม อสังหาฯโอดคนงานไซต์ก่อสร้างวูบ 30% กัดฟันจ่ายค่าจ้าง-โอทีเพิ่ม รัฐแก้เกมหยุดแรงงานไหลออกเว้นโทษ "จับ-ปรับ" 180 วัน

ธุรกิจและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังกังวลผลกระทบจากการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แม้รัฐบาลประกาศจะผ่อนปรนให้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ยืดระยะเวลาบังคับใช้มาตรา 101, 102, 122 และ 119 จากเดิม 120 วัน ขยายเพิ่มเป็น 180 วัน ไม่เอาผิดลูกจ้างต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่ทำหนังสือแจ้งนายทะเบียน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาแรงงานยังคงอยู่ โดยเฉพาะในภาคการค้าและบริการ ร้านค้า ร้านอาหาร อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นอย่างอุตฯแปรรูปอาหารทะเล สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ประมง รวมทั้งเอสเอ็มอีที่ขาดแคลนแรงงานอยู่แล้วก็ยิ่งขาดแคลนหนัก ขณะเดียวกันค่าจ้างแรงงานมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายมีน้อยลงและหายากขึ้น



ระเบียบแรงงานพันธสัญญาโลก

พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เป็นพันธสัญญาของโลก ถ้าวันข้างหน้าการค้ามนุษย์ มีแรงงานเถื่อนอยู่ในระบบ เขาก็ไม่ซื้อสินค้าเรา กฎหมายต้องมี บางมาตราต้องมีผลกระทบ แต่ทุกคนต้องร่วมมือ

ต้องรักษากติกา อยู่แบบเก่าไม่ได้

"ขอให้เข้าใจว่าปล่อยอย่างเดิมไม่ได้ ต้องรักษากติกา ทำตามกฎหมายบ้าง บางมาตราก็ชะลอไปก่อน ถ้าไม่ทำอะไรกันเลยอยู่แบบเก่าแล้วบอกว่าเศรษฐกิจจะแย่ แต่ที่ต้องพิสูจน์สัญชาติในประเทศไทยเขาไม่ยอมแล้ว ต้องร่วมมือกันสามสี่ประเทศต้นทาง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ม.44 หยุดต่างด้าวไหลออก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า คสช.มีมติเห็นชอบการใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ 2557 ชะลอการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานคนต่างด้าว จำนวน 4 มาตรา ได้แก่ มาตรา 101 มาตรา 102 มาตรา 119 และมาตรา 122 ออกไปเป็นเวลา 6 เดือน หรือจนกระทั่งถึงวันที่ 31 ธ.ค. 60 โดยจะมีผลบังคับใช้ย้อนหลังไปถึงวันที่ 23 มิ.ย. 60 ซึ่งเป็นวันที่ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้จะประกาศคำสัjงหัวหน้า คสช.ฉบับดังกล่าว ภายในวันนี้ (4 ก.ค. 60)

ส่งแรงงานกลับประเทศ

นายวิษณุกล่าวว่า ระยะเวลา 6 เดือนของการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเดินทางไปยังประเทศต้นทาง โดยให้นายจ้างแบ่งเป็นผลัด ผลัดละ 2 เดือน โดยระหว่างนี้จะไม่ถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะมีมาตรการสกัดกั้นแรงงานใหม่ที่จะทะลักเข้ามา

จะใช้เวลา 6 เดือนของการผ่อนผัน ทบทวน พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว เพื่อปรับปรุงบทลงโทษ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้กระทรวงแรงงานทบทวนกฎหมาย 4 เดือน อีก 2 เดือน ให้นำกลับมาให้รัฐบาลพิจารณา

รัฐบาลยืนยันไม่ลดโทษ

นายวิษณุกล่าวว่า "รัฐบาลไม่ได้ออกกฎหมายที่ผิดแปลกไปจากเดิม เพราะ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว อยู่ในข่ายกฎหมายการค้ามนุษย์ จำนวน 3 ฉบับ ที่ออกบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีอัตราโทษสถานหนักเช่นกัน ดังนั้น พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว จึงไม่สามารถกำหนดอัตราโทษน้อยกว่าได้"

นายวิษณุกล่าวว่า คสช.ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รัฐบาลคำนึงอยู่แล้วว่ากฎหมายก่อให้เกิดผลกระทบค่อนข้างรุนแรงแน่นอน เพราะการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวมีพันธกรณีกับต่างประเทศ รวมถึงประเทศสากล คือ การทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไอยูยูอาจทำให้เกิดมาตรการตอบโต้ทางการค้า

"รัฐบาลกำหนดเจตนารมณ์ว่า ยังมีนโยบายต่อต้านการค้ามนุษย์ แต่เมื่อแรงงานต่างด้าวไม่ใช่การค้ามนุษย์ทั้งหมด รัฐบาลจึงต้องออกคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อแก้ปัญหาความติดขัดของเศรษฐกิจภายในประเทศในการผลิต ประกอบกิจการ เพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศ"

กฎกระทรวงอำนวยความสะดวก

ด้าน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน กล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงแรงงานจะออกประกาศกระทรวง เพื่อกำหนดให้ 1.นายจ้างที่มีปัญหาเรื่องแรงงานที่มีอยู่ว่าถูกต้องหรือไม่ ให้มาติดต่อสำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด เพื่อขึ้นบัญชีไว้ 2.ให้ความสะดวกแก่นายจ้างเพื่อติดต่อ รับทราบข้อมูลและตอบข้อสงสัยเพื่อไม่ให้เกิดการแสวงประโยชน์จากแรงงานที่มีอยู่ จะทบทวน พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว เพื่อปรับปรุงไม่ให้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบ

"พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว เป็นนโยบายของรัฐบาลมาตั้งแต่ คสช.เข้ามา ตั้งแต่ปีཱུ และมีการต่ออายุการจดทะเบียนมาถึง 4 ครั้ง ถึงเวลาที่ต้องดำเนินการหยุดการลงทะเบียนเพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล"

แรงงานต่างด้าวผิดกม.6แสน

นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า มาตรการต่อไปหลังคำสั่ง คสช.ประกาศใช้ ได้แก่ 1.การเปลี่ยนนายจ้างให้ตรงกับใบอนุญาตทำงาน 2.จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายราว 6 แสนราย

ขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายมีจำนวน 1.3 ล้านคน โดยหลังจากนี้จะประสานกับประเทศต้นทางทั้ง 3 ประเทศ เพื่อออกเอกสารประจำตัว ซึ่งเมียนมาดำเนินการไปแล้ว 1.8 แสนคน ขณะที่กัมพูชา และ สปป.ลาว อยู่ระหว่างดำเนินการตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติ เพื่อออกเอกสารประจำตัวถูกต้อง

บิ๊กตู่สั่งคุมเข้ม จนท.รีดไถ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เน้นย้ำในที่ประชุมว่า ต้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ และกำชับให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปนำรายละเอียดเรื่องร้องเรียนแรงงานเมียนมาถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับเงิน และเร่งแก้ไขทันที รวมถึงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ว่าต้องไม่มีการแสวงหาผลประโยชน์

อาหารทะเลแปรรูปกระทบหนัก

แหล่งข่าวจากวงการแปรรูปอาหารทะเลเปิดเผย"ประชาชาติธุรกิจ"ว่ากฎหมายใหม่มีผลกระทบต่อทั้งแรงงานและผู้ประกอบการอย่างมาก การออกกฎหมายแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะไทยเป็นประเทศเกษตรอุตสาหกรรม อัตราการว่างงานต่ำ และแรงงานพื้นฐานขาดแคลนมาก ถ้าไม่มีแรงงานเมียนมา ลาว กัมพูชา เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ และการส่งออกไทยจะมีปัญหาเป็นวงกว้าง อีกด้านเมื่อแรงงานเหล่านี้ได้รับค่าตอบแทนก็จะนำเงินมาใช้จ่าย ถือเป็นการช่วยหมุนเวียนเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ และกำลังซื้อภายในประเทศ ภาครัฐจึงต้องหาทางออกเรื่องนี้โดยด่วน

ขณะที่นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เสนอให้ยืดให้ต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันถือบัตรสีชมพูออกไปอีก และเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่ โดยรัฐทำความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นค่อยใช้มาตรการเข้มงวดตามกฎหมาย

อุตฯเครื่องนุ่งห่มชี้โทษสูงไป

นายถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า สมาคมกับผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรมไม่ขัดข้องที่รัฐออกกฎหมายฉบับนี้ แต่ที่กังวลเนื่องจากมีความพร้อมไม่เต็ม 100% ขอขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 6 เดือนถึง 1 ปี แรงงานจะได้ยื่นเอกสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โดยเฉพาะอุตฯเครื่องนุ่งห่มถูกจับตาเรื่องใช้แรงงานไม่ถูกฎหมาย ต้องปรับตัว และทำตามกฎหมายทั้งในระดับสากลและภายในประเทศ แต่บทลงโทษสูงเกินไป

กรณีแรงงานผิดกฎหมาย 1 คนมีโทษปรับ 400,000 บาท ผิด 10 คน เทียบเท่ากับ 4 ล้านบาท ผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง หรือรายใหม่จะลำบากประเด็นต่าง ๆ นี้กำลังรวบรวมให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบถึงปัญหาในทางปฏิบัติ ปัจจุบันอุตฯเครื่องนุ่งห่มมีแรงงานต่างด้าวในระบบ 10-20% สมาชิกของกลุ่มมี 350 ราย

ขณะที่นายเจน นำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. มั่นใจว่าผลกระทบขณะนี้จะไม่ทำให้ธุรกิจชะงัก เพราะแรงงานที่ไหลกลับใช้เวลาดำเนินการด้านเอกสาร 2-3 วัน จากนั้นจะเดินทางกลับมาทำงานเหมือนเดิม ไม่ทำให้แรงงานขาดถึงขั้นกระทบออร์เดอร์การผลิต โดยแต่ละโรงงานจะเกลี่ยคนบางส่วนทดแทนที่ขาดชั่วคราว

กกร.ชี้ 180 วันอาจไม่พอ

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า การขยายระยะเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว บางมาตราออกไปเป็น 180 วัน จากเดิม 120 วัน และจะบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2561 นั้น ภาคเอกชนพอใจที่รัฐบาลรับฟังปัญหาและหาทางออกให้ทุกฝ่ายกระทบน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม เวลาเท่านี้พอหรือไม่ ต้องดูว่าใช้กับจำนวนคนที่ยังไม่เข้าระบบเท่าไร มากน้อยขนาดไหน

"ส่วนเรื่องโทษปรับถือว่าสูง หากใช้กับการค้ามนุษย์หรือแรงงานที่ผิดกฎหมายก็เหมาะสม แต่จะใช้กับแรงงานที่ถูกกฎหมายที่อาจหละหลวม ประมาท เลินเล่อไปบ้าง ไม่ควรทำ ดังนั้นควรกำหนดนิยามให้ครอบคลุมและชัดเจน"

รับเหมาคอนโดฯขอปรับ 5%

ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวกระทบดีเวลอปเปอร์น้อย แต่จะมีปัญหากับผู้รับเหมา มองว่าไซต์ก่อสร้างทุกไซต์ต้องเจอเหมือนกัน โดยไซต์ก่อสร้าง แรงงานไทยส่วนใหญ่เป็นแรงงานฝีมือ เช่น ช่างทาสี ปูกระเบื้อง ฉาบ ส่วนแรงงานต่างด้าวส่วนมากเป็นงานผูกเหล็ก ขนปูน หรืองานไร้ฝีมือ

"คู่สัญญาคือผู้รับเหมาหลัก เป็น กลุ่มที่ใช้แรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายอยู่แล้ว ผู้รับเหมาช่วงน่าจะมีปัญหามากที่สุด เพราะไม่มีศักยภาพนำเข้าแรงงานถูกกฎหมายเหมือนบริษัทใหญ่ ไซต์ก่อสร้างที่มีแรงงานผิดกฎหมายคงต้องใช้เวลาแก้ปัญหาก่อน มีผลกระทบทำให้ส่งมอบงานไม่เป็นไปตามกำหนด งานดีเลย์ออกไป ที่สำคัญในระยะยาวต้นทุนจะเพิ่มขึ้น เพราะผู้รับเหมาต้องแย่งแรงงาน เช่น ให้ราคาสูงไปเลย 330-340 บาท เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ"

ผลกระทบยังรวมถึงแนวโน้มราคาอสังหาฯแพงขึ้น จากต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น แต่โครงการที่เปิดตัวในปีนี้ส่วนใหญ่ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างไว้หมดแล้ว ผลกระทบจึงเป็นโครงการในปีหน้าหรือโครงการใหม่ ๆ ขณะเดียวกันถ้าขาดแคลนแรงงาน ผู้รับเหมาอาจขอปรับราคา ประเมินว่าไม่น่าเกิน 5%

แย่งแรงงาน "ช่วงคนหาย"

นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บมจ. พรีบิลด์ กล่าวว่า พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวกระทบวงการรับเหมากับวงการอสังหาฯรุนแรง ขณะนี้เป็นช่วงแรงงานกลับบ้านเรียกว่าเป็น "ช่วงคนหาย" จากไซต์ก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 20-30% แล้ว ประกอบกับบัตรชมพูกำลังจะหมดอายุภายใน 31 มี.ค. 2561 จะมีแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายบางส่วนต้องทยอยกลับไปทำเอกสารให้ถูกต้องที่ประเทศต้นทางอีก ปัญหาจะซับซ้อนมากขึ้น

จากภาวะช่วงคนหาย ขณะนี้มีการแย่งตัวแรงงานต่างด้าว โดยขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 บาทเป็น 320-330 บาท กลายเป็นต้นทุนผู้รับเหมาเอกชน เพราะงานเอกชนไม่มีค่าเค (ค่าต้นทุนผันแปร) ไม่เหมือนรับเหมางานรัฐ

แม้รัฐจะใช้ ม.44 มีเวลาผ่อนผัน 6 เดือน ประเมินว่าหลังจากนั้นผลกระทบต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้นคือ 1.แรงงานก่อสร้างขาดแคลนแน่นอน ปัจจุบันแต่ละไซต์ใช้ต่างด้าวไม่ต่ำกว่า 70-80% ต้นทุนจ้างแรงงานจึงเพิ่มขึ้น คาดว่ารับเหมาจะขอปรับค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5% สะท้อนออกมาเป็นราคาอสังหาฯ หรือราคาขายเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2.5-3% 2.ค่าสินค้าและวัสดุก่อสร้างแพงขึ้น เพราะแรงงานต่างด้าวมีการใช้ทั่วไปในโรงงานผลิตที่ยังไม่ได้ใช้เครื่องจักร อาทิ ผลิตประตู หน้าต่าง ฯลฯ

จี้รัฐลดค่าตีทะเบียน

แนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว นายวิโรจน์กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องหลัก ๆ คือ 1.แรงงานต่างด้าวเป็นปัญหาทางตรงของผู้รับเหมารายย่อย ปัจจุบันค่าใช้จ่ายนำเข้าถูกต้องหัวละ 2 หมื่นบาท กรณีมีลูกน้อง 20-30 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายสูงถึง 4-6 แสนบาท เกินกำลังของผู้รับเหมาช่วง อยากให้ปรับลดค่าจดทะเบียนหัวละ 5-6 พันบาท เพื่อช่วยผู้รับเหมาช่วงคนไทย จากนั้นรัฐบาลออกแบบการเก็บภาษีทางอื่น เช่น หักภาษีเงินได้ กองทุนประกันสังคม กองทุนส่งเงินกลับคืนประเทศ เป็นต้น

2.การย้ายที่ทำงานหรือทำงานข้ามเขตเป็นอุปสรรคและข้อจำกัดของไซต์ก่อสร้าง ยกตัวอย่าง บริษัทมี 10 ไซต์ก่อสร้างกระจายตัวทั่วกรุงเทพฯ การย้ายแรงงานต่างด้าวมีปัญหามาก ขอให้ใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวทำงานแบบ 1 เขต 1 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 5 จังหวัด เป็น 1 เขตทำงาน ใช้เทคโนโลยีบัตรอัจฉริยะหรือสมาร์ทการ์ดในการติดตามตัวแรงงานต่างด้าวในกรณีรัฐบาลต้องการโฟกัสเรื่องความมั่นคง

ตจว.ค่าแรงพุ่ง-แย่งแรงงาน

นายวีระชัยเสดสมประธานชมรมผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาจ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า ธุรกิจก่อสร้างในภูเก็ต 90% ต้องใช้แรงงานต่างด้าวจำนวนมากเพราะคนไทยไม่ทำ หลังรัฐบาลคุมเข้มแรงงานต่างด้าวสถานการณ์ยิ่งน่าห่วง และต่อไปจะมีการแย่งแรงงานเกิดขึ้น ค่าแรงจะแพงขึ้นมากกว่านี้ จากปัจจุบันต้องจ่ายค่าแรงสูงกว่าขั้นต่ำอยู่แล้ว โดยจ้างผู้หญิงวันละ 310 บาท ผู้ชายวันละ 350-600 บาท

นายชัยวัฒน์ วิทิตธรรมวงศ์ ประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรม จ.ตาก กล่าวว่า จ.ตากมีแรงงานต่างด้าว 50,000-60,000 คน ในภาคอุตสาหกรรม ร้านค้าบริการ และเกษตร ในจำนวนนี้มีแรงงานผิดกฎหมายครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะภาคการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถนำแรงงานเข้าสู่ระบบได้ เพราะค่าใช้จ่ายสูง จึงควรแยกแรงงานเกษตรออกจากกลุ่มอื่น ๆ และกำหนดขั้นตอนวิธีการให้กระชับและถูกลง มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานได้

เข้าระบบเสียค่าใช้จ่ายสารพัด

นอกจากนี้ได้กำชับให้สมาชิกสภาอุตฯเร่งนำแรงงานที่ไม่ถูกต้องเข้าสู่ระบบให้ทันเวลาผ่อนผันโดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรา64พ.ร.ก.ฉบับใหม่ (เดิมคือมาตรา 14 พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551) ซึ่งอนุญาตให้พื้นที่ชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา ขออนุญาตนำแรงงานเข้ามาทำงานลักษณะเป็นการชั่วคราวหรือตามฤดูกาลได้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลไทยและเมียนมาได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าแรงงานที่จะเข้ามาทำงานลักษณะเป็นการชั่วคราวหรือตามฤดูกาลนั้น รัฐบาลเมียนมาจะออกบัตรผ่านแดนถาวรให้ และต้องมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.เมียวดีเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่พบว่าเป็นแรงงานที่มาจากเมืองผาอันและเมาะละแหม่ง มาจาก จ.เมียวดีไม่ถึง 2% จึงต้องแจ้งย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ที่ จ.เมียวดี มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 4,000-4,500 บาท/คน เป็นค่าใช้จ่ายฝั่งไทย 1,325 บาท/คน

เพิ่มค่าแรง-โอทีจูงใจ

ความเคลื่อนไหวภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคก่อสร้างทั้งโครงการรัฐและเอกชนใช้แรงงานคนไทยและต่างด้าวกว่า 1 ล้านคน แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขาดแคลนอีกกว่า 1 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานฝีมือ เช่น ช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างปูน

"ทุกวันนี้แรงงานไทยในระบบไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จะใช้แรงงานต่างด้าว ทั้งพม่า เขมร ลาว ซึ่งจะได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เท่ากับแรงงานไทย"

ผลกระทบจากการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว จะเกิดภาวะแรงงานก่อสร้างขาดแคลน จะเห็นการเพิ่มค่าแรงจูงใจ เช่น แรงงานพม่ากลับบ้านไปแล้ว บางบริษัทอาจหันไปใช้แรงงานเขมร เพิ่มค่าแรงให้อีก 20-30 บาท จาก 300 บาท เป็น 320-330 บาท ให้งานแล้วเสร็จทันเวลา ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ไม่น่าเกิน 5%

รับเหมาแบกต้นทุนเพิ่ม

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น กล่าวว่า ในส่วนของซิโน-ไทยฯได้นำเข้าแรงงานต่างด้าวหลายปีแล้ว และขอโควตาไว้ล่วงหน้าทุกปี โดยตั้งศูนย์บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวตามกฎหมายมาร่วม 3 ปีแล้ว ขณะนี้บริษัทมีแรงงานจากเมียนมา 2,000 คน และกัมพูชา 1,000 คน

"กฎหมายใหม่จึงไม่กระทบเราโดยตรง ส่วนในแง่ต้นทุนอาจมีบ้างแต่ไม่มาก จะกระทบรับเหมารายกลางจนถึงรายเล็กมากกว่า อาจเกิดขาดแคลนแรงงานได้สำหรับผู้รับจ้างรายเล็ก

แหล่งข่าวจากวงการรับเหมาก่อสร้างกล่าวว่า กฎหมายใหม่จะกระทบผู้รับเหมารายย่อยที่ซับงานต่อจากรายใหญ่ เนื่องจากต้องจ้างคนตามขนาดของไซต์ก่อสร้าง ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ไม่ค่อยถูกกฎหมาย นอกจากนี้การก่อสร้างจะมีช่วงที่ใช้คนเยอะและใช้คนน้อย ช่วงที่ใช้คนเยอะแรงงานจะขาด 20-30% ต้องจ้างแรงงานเพิ่ม ซึ่งส่วนใหญ่แรงงานจะขอทำงานล่วงเวลาหรือโอที ซึ่งค่าโอทีคิดเพิ่ม 1 เท่าของค่าแรงปกติ ต้นทุนผู้รับเหมาจะเพิ่มขึ้น

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม