เบนซ์ จีแอลอี 500อี ขับสนุก...สุดประหยัด

โดย คอลัมน์ เทสต์ คาร์ โดย อมร พวงงาม
updated: 05 ก.ค. 2560 เวลา 10:00:00 น.

 

เปิดตัวมาพักใหญ่แล้วครับ แต่เพิ่งมีโอกาสได้สัมผัส ต้องบอกว่าแบรนด์ "เมอร์เซเดส-เบนซ์" มีรุ่นรถให้เลือกทดสอบเยอะจริง ๆ

เห็นบอดี้เทอะทะ เอสยูวีจ๋าแบบนี้ อย่าไปคิดว่าเอาไว้แค่นั่งสบาย ๆ เท่านั้น หลายคนที่เคยสัมผัส บอกตรงกันว่า ขับสนุกเอาเรื่องเลยครับ แถมระดับราคาก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล ด้วยเทคโนโลยีที่เติมเข้าไปเพียบแบบหาตัวจับยาก กินชาวบ้านขาดหลายช่วงตัวด้วย "ปลั๊ก-อิน ไฮบริด" ตัวเอเอ็มจี ไดนามิก ไม่หนักมากแค่ 4.99 ล้านบาท ส่วนตัวธรรมดาเบาะ ๆ 4.49 ล้านบาท



รูปลักษณ์ภายนอกหลายคนมองว่าจืด ๆ แต่วิศวกรของเบนซ์พยายามเติมลายเส้นให้ดูสวยคมสะดุดตามากขึ้น กระจังหน้าขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยสีเงินเสริมโครเมียม 2 แถบ มาพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ดูเข้มขรึม



หลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้าย ขอบหน้าต่างเป็นโครเมียม ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียมทั้ง 2 ท่อ ดูดีมีดีไซน์แถมยังล้ำสมัยสุด ๆ

ไฟหน้าแบบ LED ตัวนี้อัจฉริยะสุด ๆ ในโหมดออโต้ลดตำแหน่งไฟสูงลงมาต่ำให้เองไม่ต้องกลัวว่ารถที่วิ่งสวนทาง หรือวิ่งอยู่ด้านหน้าจะด่าบุพการี มีไฟ daytime สำหรับการขับขี่กลางวัน มีไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ

บันไดข้างสเตนเลสดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Himalayas Grey ถ้าเป็นตัวเอเอ็มจีเพิ่มลุกให้ดูสปอร์ตมากขึ้นด้วยล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Titanium Grey มาพร้อมชุดแต่ง AMG bodystyling ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อนมาพร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนคาลิเปอร์ สีฟ้าได้ใจ



จีแอลอี 500อี เน้นความหรูหรา คอนโซลหน้า แผงหุ้มประตูเป็นหนัง Artico พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ มีปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ ควบคุมเครื่องปรับอากาศแบบ 2 โซน เครื่องเสียงชุดใหญ่ เชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วยบลูทูท ระบบเสียงใสกริ๊งรอบทิศทางด้วยลำโพงฮาร์แมน การ์ดอน และมีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์กับแอปเปิลคาร์เพลย์



เอาละครับทีนี้มาเรียนรู้ปลั๊ก-อิน ไฮบริดกัน ตัวนี้มีถึง 4 แบบ แบบแรก ไฮบริดธรรมดา ไม่ต้องอธิบายหลายคนคุ้นเคยป็นอย่างดี ถ้ารถใช้กำลังก็ทำงานด้วยเครื่องยนต์ ยกคันเร่งไม่มีโหลดไฟชาร์จเข้าแบตเตอรี่ไฮบริด แต่ระบบนี้จำกัดโหมดสปอร์ต (S) ถ้าใช้เมื่อไหร่จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว

แบบที่ 2 E-MODE ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าล้วน ๆ กด คันเร่งได้จนถึงความเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงป็นระยะทางสูงสุด 30 กิโลเมตร แต่มีข้อแม้คันเร่งต้องราบเรียบนะครับ

แบบที่ 3 E-SAVE อาจจะงง ๆ หน่อย แต่มีประโยชน์ครับ เป็นการวางแผน เช่น ถ้ากำลังจะเดินทางเข้าเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หลังจากชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว ควรเลือก E-SAVE ในการเริ่มต้นเดินทางก่อนที่จะเข้าเมือง เพราะระบบจะประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า

เมื่อขับถึงในเมืองก็จะมีปริมาณกระแสไฟสูงสุดที่จะใช้ E-MODE หรือมอเตอร์ไฟฟ้าเพียว ๆ สำหรับขับขี่ในเมืองได้อย่างเต็มที่



แบบที่ 4 โหมดชาร์จอย่างเดียว อันนี้ผมชื่นชอบมาก เหมาะอย่างยิ่งเวลาเดินทางไกล เลือกโหมด Charge ขับด้วยเครื่องยนต์ไปอย่างเดียว เพื่อชาร์จไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ไฮบริด

เท่าที่ได้ลองระยะทางประมาณ 150 กม. แบตเตอรี่เต็มพอดี ทีนี้เราก็สามารถเลือกโหมดไฟฟ้าซึ่งจะวิ่งได้ถึง 30 กม. สมมุติระยะทาง 300 กม. กรุงเทพฯ-โคราช จีแอลอี 500อี ที่เลือกโหมดชาร์จ สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าถึง 2 ครั้ง ได้ระยทางถึง 60 กม.โดยไม่ต้องใช้น้ำมันซักหยด ถ้าน้ำมันเบนซินลิตรละ 25 บาท ระยะทาง 60 กม. จีแอลอี 500อี กินน้ำมัน 15 กม./ลิตร (คร่าว ๆ) ก็จะประหยัดไปถึง 4 ลิตร เป็นเงิน 100 กว่าบาทเชียวครับ

นอกจากนี้เวลาถึงที่หมายยังเสียบปลั๊กบ้านชาร์จไฟแค่ 4 ชั่วโมงก็เต็ม คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

จีแอลอี 500อี จัดเป็นรถที่ขับสนุกเพราะระหว่างขับขี่คุณสามารถบริหารการใช้เชื้อเพลิงได้ตลอดเวลา ขับคนเดียว เดินทางไกล ไม่ใช่ภาระอีกต่อไป มีเวลาให้สนุก ได้ใช้ความคิดตลอดทาง ส่วนเครื่องยนต์ก็มีโหมดให้เลือกใช้ถึง 5 แบบ ตั้งแต่ Comfort, Slippery เหมาะกับการวิ่งบนถนนลื่น, Sport และ Sport+ รวมถึง Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้เป็นอย่างดี ภายใต้ขุมพลัง เบนซิน วี 6 เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุ 3 ลิตร 333 แรงม้า

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า 116 แรงม้า ได้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.3 วินาที ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ความเร็วปลายทะยานไปถึง 245 กม./ชม.

นอกจากปรู๊ดปร๊าดแล้ว ช่วงล่างยังเป็นแอร์เมติก หนึบหนับขับสนุก พวงมาลัยแม่นยำ มาพร้อมระบบความปลอดภัยใหม่ที่เรียกว่าระบบเมอร์เซเดส-เบนซ์ อินเทลลิเจนซ์ไดรฟ์ จีแอลอี 500อี ขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ มีโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ รักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง

ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist มีระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้ขณะขับรถ เตือนการชนด้านหน้า และชะลอรถให้ด้วย

ส่วนอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่น ๆ ก็ครบทั้งเซ็นเซอร์ช่วยจอด ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ จัดเป็นเอสยูวีไซซ์ใหญ่อีก 1 คันที่น่าลงทุน

รถดี ๆ ขับสนุกแบบนี้ แถมยังประหยัดได้ใจ ถ้าไม่เลือกเก็บไว้ในโรงรถที่บ้านสักคัน ปวดใจแย่เลย
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม