Tier 2 Watch List ความผิดหวังของประเทศไทย

updated: 03 ก.ค. 2560 เวลา 13:30:00 น.

 

สหรัฐได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2017 โดยจัดสถานะให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีที่มีการค้ามนุษย์แบบต้องจับตามองเป็นพิเศษ หรือ Tier 2 Watch List ติดต่อกันมาเป็นปีที่สอง ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับฝ่ายไทยไม่น้อย

เนื่องจากปีที่ผ่านมารัฐบาลไทยแสดงให้เห็นถึง “ความต่อเนื่อง” และ “นโยบาย” ที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาและกำจัดการค้ามนุษย์ในประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล สั่งการ มีกลไกการประสานงาน และการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับรัฐบาลและภาคเอกชนต่างประเทศ มีเป้าหมายจะลดปัญหาการค้ามนุษย์ให้เป็น 0 หรือ “Zero Tolerance” ให้หมดไปจากประเทศไทยและจากภูมิภาค

แต่พอเอาเข้าจริง สหรัฐกลับให้เหตุผลว่ารัฐบาลไทยยังดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ “อย่างไม่เพียงพอ” ทำให้มีการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง สวนทางกับผลงานของรัฐบาลไทยที่แก้ปัญหาจนเห็นผลอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม มีความคืบหน้าทั้ง 5 ด้าน ทั้งด้านนโยบาย (Policy) การดำเนินคดี (Prosecution) การปกป้อง (Protection) การป้องกัน (Prevention) และการสร้างความร่วมมือ (Partnership) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

ปรากฏทุกด้านมีผลงาน-ความคืบหน้าเพิ่มขึ้นในรอบ 3 ปีที่ดำเนินการมา มีการจับกุมคดีค้ามนุษย์รายใหญ่สำคัญ ๆ ถึง 6 คดี เช่น คดีคาราโอเกะนาตาลี คดีบิ๊กบอส และยังมีการออกกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานฉบับใหม่ ๆ ที่มีบทลงโทษรุนแรง การทำแผนเชิงรุก (Master Plan) 3 ปีนับจาก 2560-2562 อีก 24 เรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อไปอีก

Tier ยังไม่กระทบเป้าส่งออก

อย่างไรก็ตาม สหรัฐถือเป็นตลาดส่งออกหลักของประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วน 11% ของการส่งออกทั้งหมด โดยช่วง 5 เดือนแรกไทยส่งออกไปสหรัฐคิดเป็นมูลค่า 10,248 ล้านเหรียญ หรือเพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉพาะเดือนพฤษภาคมไทยส่งออกไปถึง 2,336 ล้านเหรียญ หรือเพิ่มขึ้น 25.7% “ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก” โดยก่อนหน้านี้ประเทศไทยเองก็จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐ และกำลังถูกตรวจสอบตามคำสั่งประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ด้วย

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผลการจัดลำดับ “ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย” ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวที่ 5% จากปัจจัยบวกอื่น ๆ น่าจะมีน้ำหนักต่อการส่งออกไทยมากกว่า เช่น ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น เศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าขยายตัวดี รวมทั้งยุทธศาสตร์การสร้างพันธมิตรทางการค้า (Strategic Partnership) ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล

ขณะที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มองว่า การที่ไทยถูกจัดอยู่ในสถานะ Tier 2 Watch List ต่อเนื่องติดต่อกันมาเป็นปีที่ 2 นั้น “มีลักษณะคล้ายกับมาเลเซีย” ดังนั้นหากไทยยังคงดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง “จึงมีแนวโน้มในปี 2561 สหรัฐอาจทบทวนสถานะให้ไทยดีขึ้นก็ได้”



หวั่นโยง Tier สู่ IUU

อย่างไรก็ตาม ปมปัญหาการค้ามนุษย์ไม่ใช่ประเด็นที่จะชะล่าใจได้ แม้บทลงโทษจะไม่รุนแรง แต่มีความอ่อนไหวในแง่ของจิตวิทยา และเชื่อมโยงถึงประเด็นทางการค้าอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจจะเชื่อมโยงกรณีที่สหภาพยุโรป (EU) กำลังจะพิจารณาทบทวนสถานะปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) ของประเทศไทยในเร็ว ๆ นี้

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า การพิจารณาสถานะการค้ามนุษย์ของสหรัฐเป็นช่วงเดียวกับที่ EU จะเดินทางมาตรวจสอบการแก้ไขปัญหา IUU ของไทยระหว่างวันที่ 1-16 กรกฎาคมนี้ ทำให้มีความกังวลว่า “ประเด็นรายงาน Tip Report อาจส่งผลกระทบและกดดันต่อการพิจารณาของสหภาพยุโรปในเรื่องการแก้ไขปัญหา IUU”

หากพิจารณาการแก้ไขปัญหาประมงพบว่ารัฐบาลไทยมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจังและมีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่สหภาพยุโรปเดินทางมาตรวจสอบ ทั้งการจัดการกองเรือ ระบบติดตามเรือ (VMS) หรือการบังคับใช้กฎหมายทางปกครอง ซึ่งขณะนี้กรมประมงดำเนินการฟ้องร้องคดีได้แล้วกว่า 100 คดีจากก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ดำเนินคดี

ส่วนปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย ทางกระทรวงแรงงานเร่งแก้ไขปัญหาโดยได้ลงนาม MOU กับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เมียนมา กัมพูชา ลาว เวียดนาม เพื่อนำเข้าแรงงานมาทดแทนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ขาด อาทิ ประมง ที่ขาดแคลนแรงงานถึง 50% ของปริมาณความต้องการแรงงานทั้งหมด

“ถือเป็นเรื่องต้องแก้ไขอย่างค่อยเป็นค่อยไป รัฐบาลได้เร่งดำเนินการ ผมเชื่อว่า EU น่าจะเห็นความตั้งใจและไม่น่าพิจารณาสถานะ IUU ให้เลวร้ายกว่าการได้ธงเหลือง” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

ด้าน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และในฐานะรองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การคงสถานะ Tier 2 Watch List “ไม่เกินความคาดหมาย” และยังไม่มีผลกระทบหรือน่ากังวลหากเทียบกับประเทศที่ได้รับสถานะ Tier 3 ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกดำเนินมาตรการทางการค้า สิ่งที่น่าเป็นกังวลขณะนี้ก็คือ ต้องติดตามการดำเนินนโยบายทางการเมืองและการค้าของสหรัฐอย่างใกล้ชิด แต่ทั้งนี้เชื่อว่าไทยน่าจะถูกจัดอันดับที่ดีขึ้นในปี 2561

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางเยือนสหรัฐในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ประเด็น Tier 2 Watch List อาจจะถูกหยิบยกขึ้นไปหารือกับสหรัฐเช่นเดียวกับประเด็นที่สหรัฐ จัดอันดับไทยเป็นประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้มาตรา 301 ขึ้นอยู่กับว่า สหรัฐจะ “รับฟัง” ฝ่ายไทยหรือไม่ ซึ่งจะ “วัดผล” ได้ในการทบทวนสถานะ มาตรา 301 และ Tip Report ในปีหน้า



การเมืองเรื่อง Tier


ในปีที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างหนัก ด้วยการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ส่งผลให้ “สถิติ” ในการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้นทุกรายการ ตั้งแต่ทั้งงบประมาณที่ใช้ในการใช้ดำเนินงาน ผลการจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำความผิด การออกกฎหมายใหม่ การจับกุมและเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ แต่ทั้งหมดดูเหมือนจะยัง “ไม่เพียงพอ” ในสายตาของสหรัฐ ส่งผลให้ประเทศไทยถูกจัดลำดับอยู่ในกลุ่มค้ามนุษย์ที่ต้องจับตามอง หรือ Tier 2 Watch List เป็นปีที่สอง “ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง” มากเมื่อเทียบกับการจัดลำดับชั้นกับประเทศอื่น ๆ ที่ปรากฏอยู่ในรายงาน The 2017 Trafficking in Persons Report

เมื่อเปรียบเทียบสถานะของประเทศไทยกับสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ+ติมอร์เลสเต พบว่า ประเทศไทยถูกจัดลำดับอยู่ใน “กลุ่มรองบ๊วย” เพราะไม่เพียงจะถูกสหรัฐจัดให้อยู่ในลำดับ Tier 2 Watch เท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับประเทศอย่างเมียนมาแล้วพบว่า เมียนมาปีก่อนถูกจัดชั้นอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีปัญหาค้ามนุษย์ขั้นรุนแรง หรือ Tier 3 แต่มาปีนี้เมียนมาถูกเลื่อนสถานะที่ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด โดยมาอยู่ที่กลุ่ม Tier 2 Watch List ขณะที่ สปป.ลาว ถูกจัดลำดับเป็น Tier 2 Watch List ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 4

กลายเป็นว่า ประเทศไทย-เมียนมา-สปป.ลาว ถูกจัดชั้นอยู่ในคลาสเดียวกัน

ขณะที่กลุ่มปานกลาง ซึ่งถูกจัดอยู่ในบัญชีที่มีการค้ามนุษย์ระดับ Tier 2 ปีนี้ประกอบไปด้วย 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ครองสถานะนี้มาแล้ว 8 ปี รองลงมาคือ สิงคโปร์ ครองสถานะนี้มา 7 ปี, บรูไนและเวียดนาม คนละ 6 ปี, กัมพูชา 2 ปี ส่วนมาเลเซียเพิ่งขยับเลื่อนชั้นดีขึ้น กล่าวคือ จาก Tier 2 Watch List ขึ้นมาเป็น Tier 2 หลังจากติดอยู่ในบัญชีกลุ่ม Tier 2 Watch List ต่อเนื่องมา 2 ปี และประเทศน้องใหม่ในอาเซียนอย่างติมอร์เลสเตก็ถูกสหรัฐจัดให้อยู่ในกลุ่ม Tier 2 มาเป็นเวลา 2 ปีเช่นกัน

แต่ที่น่าตกใจที่สุดสำหรับประเทศไทยก็คือ กรณีของฟิลิปปินส์ ประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาการค้ามนุษย์คล้ายคลึงกับประเทศไทย กลับถูกจัดลำดับชั้นที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกันในกลุ่มประเทศอาเซียน กล่าวคือ ฟิลิปปินส์ ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Tier 1 ต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 2

กลายเป็นกรณีที่ “ล้ำหน้า” ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น จนสมควรที่รัฐบาลไทยจะต้องดูเป็นแบบอย่าง แท้ที่จริงแล้ว รัฐบาลฟิลิปปินส์ดำเนินการอย่างไรจึงถูกจัดลำดับให้ดีถึงปานนี้




ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม