ทิศทาง อนาคต การท่องเที่ยวที่ปลายด้ามขวาน

updated: 30 มิ.ย. 2560 เวลา 17:00:00 น.

 

โดย รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ศูนย์นวัตกรรมฯ ม.เกษมบัณฑิต คอลัมน์ ช่วยกันคิด


การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านต่าง ๆ ให้กับประเทศทั่วโลก รัฐบาลของแต่ละประเทศจึงให้ความสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดการท่องเที่ยวโลก โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียและอาเซียนต่างกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามาเที่ยวในประเทศของตนเพิ่มขึ้น

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวในฐานะกลไกหลักกับการช่วยรักษาเสถียรภาพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ จึงจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2558-2560 เพื่อเป็นแผนหลักพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ หากมองย้อนกลับไปในแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559 มีการศึกษาพัฒนาการด้านการท่องเที่ยวของประเทศ พบว่างานด้านการท่องเที่ยวประสบผลสำเร็จในแง่จำนวนและรายได้ แต่ด้านการพัฒนาสินค้าและบริการยังมีข้อจำกัดหลายประการ ที่ไม่สามารถทำให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากตัวชี้วัดการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและการเดินทาง(Traveland Economic Forum หรือ WEF) โดยในปี 2558 ความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทยอยู่อันดับที่ 43 จาก 140 ประเทศทั่วโลก หรืออันดับที่ 9 จาก 25 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ดังนั้น มาตรฐานการเดินทางและการท่องเที่ยวยังเป็นจุดอ่อนสำคัญของประเทศ รองลงมาคือความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมของภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558-2560 อาจถือได้ว่าจะเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในระยะ 2-3 ปีจากนี้ไป โดยผู้กำหนดนโยบายในการเดินตามแผนยุทธศาสตร์ หวังว่ายุทธศาสตร์ที่กำหนด จะสามารถตอบโจทย์ทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้

แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว กำหนดจุดมุ่งหมายสำคัญ 3 ประการ ประกอบด้วย ประการแรกคือการจัดทำแผนพัฒนาในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะเป็นช่วงรอยต่อไปสู่แผนพัฒนาปี 2560-2564 ต่อไป ประการที่สองมุ่งเน้นกิจกรรมที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม และประการที่สามให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกลไกขับเคลื่อนสู่แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ โดยกำหนดบทบาทของกลไกการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทุกระดับให้เชื่อมโยงกัน

ปัจจุบันหากมองไปที่สถานการณ์และแนวโน้มของการท่องเที่ยวยังคงมีปัจจัยหลายประการทั้งภายในและภายนอกประเทศอาทิ แนวโน้มและทิศทางการท่องเที่ยวตลาดโลก ภาวการณ์การแข่งขัน ความเสี่ยง พฤติกรรมนักท่องเที่ยวและวิกฤตต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสถานการณ์ที่อยู่บนความไม่แน่นอน ทั้งจากภัยธรรมชาติ โรคระบาด ความปลอดภัย โดยเฉพาะความไม่มั่นคงด้านเศรษฐกิจและการเมือง

จากการที่ภาครัฐตื่นตัวและให้ความสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้สู่ประเทศจะพบว่าในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

โดยเฉพาะการส่งเสริมการเดินทางสู่พื้นที่ท่องเที่ยวที่มีความพร้อมเช่นเมืองท่องเที่ยวหลักกลุ่มจังหวัด 8 คลัสเตอร์ 12 เมืองต้องห้ามพลาด หรือเมืองเศรษฐกิจพิเศษเท่านั้น แต่ในทางกลับกันพบว่าการท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับซบเซาทั้งที่พื้นที่ปลายด้ามขวาน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ล้วนแต่มีสถานที่ที่ถือได้ว่าเป็นมรดกหรือทรัพยากร ที่สามารถทำรายได้และชื่อเสียงมาสู่ประเทศไม่น้อยกว่าพื้นที่อื่น ๆ ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะที่นั่นมีปัญหาด้านความมั่นคง นักท่องเที่ยวจึงกลัวในเรื่องความปลอดภัย ไม่กล้าไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นธรรมชาติที่น่าชื่นชมยิ่ง

ในทางกลับกัน วันนี้พบว่าในท้องถิ่นหรือพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับความนิยมและสนใจจากนักท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก ไม่ว่ามาเลเซีย สิงคโปร์ หรืออินโดนีเซีย โดยเฉพาะในเทศกาลสำคัญ ประชาชนในพื้นที่ยืนยันได้ว่านักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านั้นเดินทางเข้ามาทางด่านชายแดนไม่ขาดสาย ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

หากมองในแง่ของทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและประเพณี ซึ่งถือว่าเป็นต้นทางดึงดูดนักท่องเที่ยวและนำรายได้มาสู่ชุมชนและท้องถิ่นได้นั้น โดยภาพรวมถือว่ามีความพร้อมไม่น้อยกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ จึงเป็นช่องทางที่ผู้นำชุมชนแสวงหาโอกาสเรียกความนิยมด้านการท่องเที่ยวคืนสู่พื้นที่

ด้วยความตื่นตัวและตระหนักในการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ของตนวันนี้พบว่าผู้นำในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่างเล็งเห็นความสำคัญในการบริหารจัดการให้พื้นที่ปลายด้ามขวานกลับมาเป็นที่นิยมและสนใจของนักท่องเที่ยว แต่น่าเสียดายที่บุคลากรซึ่งเป็นผู้นำเหล่านั้นยังขาดองค์ความรู้และนวัตกรรมในการบริหารจัดการ ครั้นจะพึ่งพิงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บางครั้งไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร โดยเฉพาะองค์กรด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีบทบาทหน้าที่โดยตรง

มีผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนใต้ สะท้อนความรู้สึกและความต้องการที่จะส่งเสริมสนับสนุนนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล นายฮาและ ยูโซ๊ะ กล่าวว่าปัจจุบันการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญในการนำรายได้มาสู่ประเทศ ขณะที่การท่องเที่ยวในภาคใต้แต่ละปีสามารถนำรายได้มาสู่ประเทศไทยมากมาย น่าเสียดายที่นักท่องเที่ยวสนใจและให้ความสำคัญในการไปเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนใต้น้อยมาก

"วันนี้ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นว่าในท้องถิ่นตนเองมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสามารถทำรายได้ให้ชุมชนจึงต้องจัดการกันเองความรู้ความเข้าใจในการจัดการด้านนี้ก็ไม่ค่อยจะมีมากนัก ล่าสุดเมื่อคณะผู้บริหาร อบต.ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จำนวนหนึ่งเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตรนวัตกรรมการจัดการการท่องเที่ยวชุมชน จัดโดยศูนย์ฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ทำให้เห็นความสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชนตนเองมากขึ้น ซึ่งการอบรมยังไปศึกษาดูงานในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบ ทำให้ผู้เข้าอบรมได้จุดประกายความคิดเกี่ยวกับการจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ"

นอกจากนี้ยังฝากไปถึงหน่วยงานภาครัฐว่าในนามของผู้นำท้องถิ่นอยากให้หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนใต้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่เพราะที่นั่นมีสถานที่สวยงามมากมายจะทำอย่างไรที่จะให้นักท่องเที่ยวไม่กลัวเรื่องความปลอดภัย และพร้อมไปสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามและมีชื่อของประเทศ

เมื่อผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ตระหนักและตื่นตัวเพื่อสนับสนุนนโยบายท่องเที่ยวของรัฐโดยเฉพาะใน3 จังหวัดชายแดนใต้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรเร่งตอบสนองความต้องการด้วยการผลักดันและรณรงค์ให้พื้นที่ปลายด้ามขวาน กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีทิศทางอนาคตที่ชัดเจน ก็จะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ที่สำคัญจะเป็นการเรียกขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นอย่างดีการท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนใต้ก็จะพัฒนาได้ตามความมุ่งหวังของประชาชนผู้นำท้องถิ่นสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาล ส่งผลต่อการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง รวมถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นที่จะต้องบูรณาการ การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไปพร้อมกับแนวทางการพัฒนา เพื่อสร้างความสงบและสันติภาพให้เกิดขึ้นโดยพลัน


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม