6 ฮับบูมเศรษฐกิจ

updated: 30 มิ.ย. 2560 เวลา 09:32:00 น.

 

คอลัมน์สามัญสำนึก  โดย พิเชษฐ์ ณ นคร


ภาพรวมการส่งออกที่ยังมีปัญหา ผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจและกำลังซื้อทั่วโลกที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ บวกกับหลายประเทศใช้มาตรการกีดกันทางการค้าอย่างเข้มงวดเข้มข้นขึ้น ขณะที่ศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยลดน้อยลง ส่งผลให้รายได้หลักจากการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวลดน้อยลง สวนทางกับภาคการท่องเที่ยวและบริการที่โตวันโตคืนแถมอนาคตยังค่อนข้างสดใส

ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันหลายคนอาจมีคำถามในใจว่า รัฐบาลไทย ภาคเอกชน กับคนไทยทั้ง 65 ล้านคน จะหยิบฉวยจังหวะ โอกาสหาช่องทางสร้างรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวและบริการพลิกอนาคตประเทศได้อย่างไร

ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลทางด้านการท่องเที่ยวโดยตรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา "กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร" กำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ตอบโจทย์

เริ่มด้วยการแบ่งเขตพัฒนาการท่องเที่ยวรวม 8 เขตประกอบด้วย 1.เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา 2.เขตอารยธรรมอีสานใต้ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี 3.ฝั่งทะเลตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด 4.ฝั่งทะเลตะวันตก เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง

5.ฝั่งอันดามัน ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง สตูล 6.มรดกโลกด้านวัฒนธรรม สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก 7.วิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขง หนองคาย เลย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม 8.วิถีชีวิตลุ่มเจ้าพระยาตอนกลาง พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง นนทบุรี และที่จะประกาศเป็นเขต ที่ 9 คือ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลใต้

โดยแต่ละเขตกำหนดวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาแตกต่างกัน เช่น อารยธรรมล้านนา เน้นท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนาเชิงสร้างสรรค์ เชื่อมโยงกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ส่วนฝั่งทะเลตะวันออก ชูการท่องเที่ยวชายทะเลเชิงสีสันระดับสากล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเชื่อมกับกัมพูชา เวียดนาม เป็นต้น 

ข้อมูลล่าสุด ณ 14 พ.ค. 2560 กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ช่วงตั้งแต่เดือน ม.ค.-เม.ย. 2560 การท่องเที่ยวสร้างรายได้รวมให้กับประเทศ 8.48 แสนล้านบาท แยกเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย 6.21 แสนล้านบาท สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 4.71% ส่วนรายได้จากที่นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย 2.26 แสนล้านบาท สูงขึ้น 4.60%

แต่เมื่อต้องการปั้นรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กระทรวงการท่องเที่ยวฯจึงเลือกใช้แนวทางใหม่ ผลักดันประเทศไทยให้เป็น 6 ศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งอาเซียน ได้แก่ 1.ฮับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา 2.ฮับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 3.ฮับการจัดงานแต่งงาน 4.ฮับการท่องเที่ยวทางน้ำ 5.ฮับการท่องเที่ยวเชื่อมโยง และ 6.ฮับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

อย่างการเป็นสปอร์ตฮับ เบื้องต้นวาดแผนจัดการแข่งขันกีฬาดึงดูดการท่องเที่ยว อาทิ จัดอีเวนต์กีฬายอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นแอร์เรซ 1 โมโต จีพี กอล์ฟ พีจีเอ ยูโรเปี้ยนทัวร์ เวิลด์เจ็ตสกี แชมเปี้ยนชิพ อีเวนต์กีฬาแห่งมวลชนระดับโลก อาทิ จักรยาน ทัวร์ออฟอันดามัน จักรยาน บางแสน เวิลด์ สปรินต์ วิ่งมาราธอน ไตรกีฬา เป็นต้น

พร้อมทั้งดันให้ไทยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาอีกหลากหลายประเภทที่ดีที่สุดระดับโลก การเป็นศูนย์ฝึกกีฬาระดับโลก การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนาทางด้านกีฬาระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ความหวังและทางเลือกใหม่ในการสร้างรายได้ให้กับประเทศจะกลายเป็นจริงได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากหลายภาคส่วนสำคัญที่สุดคือคนไทยทั้ง65ล้านคนในฐานะเจ้าของบ้านต้องปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีมีความเป็นมิตรภาพ อัธยาศัยไมตรี เสริมสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วไทยไปถึงเป้าหมายให้ได้
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม