กม.บัตรทอง ต้องแก้ให้ตรงจุด

updated: 25 มิ.ย. 2560 เวลา 08:30:54 น.

 

บทบรรณาธิการ

ไม่ราบรื่นตั้งแต่ออกสตาร์ตเลยก็ว่าได้ สำหรับการเริ่มยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 หรือกฎหมายบัตรทอง ที่มีการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนที่คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะรวบรวมผลประชาพิจารณ์และส่งความคิดเห็นทั้งหมดให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายในวันที่ 19 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การทำประชาพิจารณ์ 4 ครั้งที่เชียงใหม่, หาดใหญ่ สงขลา, ขอนแก่น และกรุงเทพฯ เครือข่ายภาคประชาชนแสดงจุดยืนไม่ยอมรับการจัดรับฟังความคิดเห็นด้วยการวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม หันหลังเวทีประชาพิจารณ์

งานนี้ร้อนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องออกโรงมาชี้แจงว่า ที่จะมีการแก้ไขกฎหมายก็เพื่อจะจัดหาและแก้ไขระบบบริหารจัดการในการใช้จ่ายงบประมาณให้เหมาะสม พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีนโยบายจะเลิกบัตรทอง 30 บาท

และล่าสุด การเปิดประชุมเวทีปรึกษาสาธารณะเพื่อแก้ไขร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็เกิดเรื่องโกลาหลวุ่นวายขึ้นอีก

ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง ถึงวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่า ตลอดเวลา 14-15 ปีที่ประเทศไทยมีกฎหมายบัตรทองขึ้นมานั้น มีส่วนสำคัญที่ทำให้สำหรับคนไทยมากกว่า 48.79 ล้านคน มีความเท่าเทียมกันและเข้าถึงบริการสาธารณสุขมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ยังช่วยลดรายจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับประชาชนและครัวเรือนได้ไม่น้อย จึงเกิดคำถามตามมาว่า เมื่อคนไทยได้ประโยชน์ เหตุใดภาคประชาชนจึงคัดค้านการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้

เหตุผลที่ภาคประชาชนไม่เห็นด้วยและคัดค้าน ส่วนหนึ่งเกิดจากหลาย ๆ ฝ่ายเกรงว่ากฎหมายที่ยกร่างขึ้นใหม่จะไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข กระทบสิทธิของผู้ป่วยด้วย โดยเฉพาะประเด็นการเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการบริหารกองทุนที่ภาคประชาชนกังวลว่าจะโน้มเอียงไปทางฝ่ายผู้ให้บริการมากกว่า และจะทำให้สิทธิที่ประชาชนเคยได้ลดลง หรือสรุปง่าย ๆ "แก้ไม่ดี อย่าแก้"

จากนี้ไปกระทรวงสาธารณสุขเจ้าของเรื่องคงต้องกลับมานั่งทบทวน คิดวิเคราะห์ถึงรากเหง้าของปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีมากกว่า 163,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6% ของงบประมาณประเทศที่ยังมีปัญหา มีรูรั่ว มีอุปสรรคหลายเรื่องที่ต้องทำให้โปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้นจึงลงมือแก้ไขให้ตรงจุด โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น และต้องแก้เพื่อให้สามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาได้ตรงประเด็นจริง ๆ ตามเจตนารมณ์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม