พลังของ O2O

updated: 23 มิ.ย. 2560 เวลา 09:10:00 น.

 

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชื่น โดย เชอรี่ ประชาชาติ cheryprachachat@gmail.com


คำว่า "O2O" (Online to Offline) หมายถึงการดึงพลังในโลกออนไลน์ไปผลักดันยอดขายในโลกออฟไลน์ เหมือนที่ "LINEMAN" หนึ่งในบริการในตระกูล LINE นำคนใช้แอปพลิเคชั่นแชต LINE กว่า 41 ล้านคน มาเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการต่าง ๆ หลังเปิดให้บริการมาครบ 1 ปีในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา LINEMAN โชว์ตัวเลขผู้ใช้งาน 500,000 ครั้งต่อเดือน

LINEMAN นิยามตนเองเป็น "ผู้ช่วยในชีวิตประจำวัน" มีบริการ 4 ด้าน 1.บริการสั่งซื้ออาหาร (Food Delivery) 2.บริการรับ-ส่งสิ่งของ (Messenger) 3.บริการสั่งสินค้าผ่านร้านสะดวกซื้อ (Convenience Goods) และ 4.บริการรับ-ส่งสิ่งของผ่านไปรษณีย์ (Postal) ทุกวันครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง

"อริยะ พนมยงค์" กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทยกล่าวว่า แม้สมาร์ทโฟนจะมีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น แต่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) และธุรกิจบริการสั่งซื้ออาหารออนไลน์ (Online Food Delivery) ส่วนใหญ่ยังดำเนินธุรกิจในโลกออฟไลน์เป็นหลัก

เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง3.8% ของธุรกิจค้าปลีกของไทย และธุรกิจบริการสั่งซื้ออาหารออนไลน์ (Online Food Delivery) มีส่วนแบ่งตลาด 4.9% ของตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย เป็นช่องว่างทางการตลาดสำหรับผู้ที่มองเห็นในการสร้างโมเดลธุรกิจ O2O โดยการนำข้อดีด้านการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วและสะดวกสบาย ผ่านช่องทางออนไลน์มาแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณ และสร้างทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน

ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, สินค้าอุปโภคบริโภค, การรับ-ส่งสินค้า, การเดินทาง และการท่องเที่ยว

"อริยะ" ระบุว่า ปีนี้มีแอปพลิเคชั่น O2O เปิดให้บริการกว่า 40 แอป จากที่เคยมีไม่ถึง 5 แอปใน 4-5 ปีที่ผ่านมา โดย LINE ประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้นที่นำปัญหาของผู้ใช้ชาวไทยที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันมาพัฒนาแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานแบบO2O และความต้องการทางธุรกิจ

ไทยเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในโลกที่ LINE มีบริการ LINEMAN ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ในแอปพลิเคชั่นเดียว ทั้งเพิ่มยอดขายและขยายการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ไปยังวงกว้าง

"คนไทยใช้บริการรับจ้างเยอะ เช่น ใช้วินมอเตอร์ไซค์ซื้ออาหาร, ส่งของ แต่อาจได้รับบริการที่ไม่ดีพอ ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะมีคนให้บริการหรือไม่ ที่ทำได้ไม่ดีเพราะไม่ได้มีการฝึกอบรม รวมถึงไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ขณะที่บริการของไลน์แมนมาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้"


1 ใน 4 บริการ LINEMAN ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ การสั่งซื้ออาหาร วันแรกที่เปิดตัว LINEMAN เข้าถึงร้านอาหารกว่า 30,000 แห่ง จึงมีส่วนเพิ่มยอดขายให้ร้านอาหารจำนวนมาก

"ร้านค้าที่มีหน้าร้านจะมีลูกค้าที่มาจากออฟไลน์อยู่แล้วแต่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ แต่เมื่อมีไลน์แมนก็เพิ่มลูกค้าได้ อาจเป็นกลุ่มคนที่ไม่เคยมาร้านเลย นี่เป็นพลังของ O2O ไลน์แมน คิดค่าขนส่งเริ่มต้น 55 บาท และกิโลเมตรละ 7.2 บาท ถ้าไม่ใช่ร้านคู่ค้าคิดกิโลเมตรละ 9 บาท"

LINE ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อย่าง "ลาล่ามูฟ", อัลฟ่าฟาสต์ และไปรษณีย์ไทย รวมทั้ง "วงใน"

"อริยะ" กล่าวว่า พาร์ตเนอร์เป็นปัจจัยที่ทำให้ LINEMAN เป็นผู้นำตลาดแอปพลิเคชั่นสั่งซื้ออาหารสินค้า เนื่องจากลาล่ามูฟมีคนขับรถเยอะที่สุด ขณะที่ "วงใน" มีข้อมูลร้านอาหารมากที่สุดในไทย และเนื่องจากเป็นบริการที่คิดโดยคนไทย และมีให้บริการแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ทำให้ LINE ในประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นเห็นความสำคัญของการบริการที่คิดค้นโดยโลคอลทีมมากขึ้น

โดยเกาหลีได้ศึกษาโมเดลLINEMAN เพื่อนำไปปรับใช้กับประเทศอื่น ๆ ด้วย

"ปัญหาที่ผ่านมาของไลน์แมนคือ มีผู้ใช้เยอะมากทำให้ส่งช้าจึงต้องเพิ่มพนักงาน และขยายพื้นที่บริการ การบริหารทราฟฟิกระหว่างผู้ใช้กับร้านค้า มีโมเดลช่วยให้บริหารจัดการง่ายขึ้น เช่น แอปสำหรับร้านค้า"

ส่วนการชำระค่าบริการยังเป็นเงินสดเท่านั้น แต่อีกไม่นานจะชำระออนไลน์ได้

แม่ทัพ LINE ประเทศไทย ตั้งเป้าว่าในวันฉลองครบรอบ 2 ปี LINEMAN ในปีหน้า ยอดการใช้จะขยับจาก 5 แสนครั้งต่อเดือนในปัจจุบัน เพิ่มเป็นอย่างน้อย 1 ล้านคนต่อเดือน

"เราต้องการให้บริการเป็นที่นิยม บริการต้องโดนใจผู้บริโภค เมื่อโดนใจขั้นต่อไปเป็นการสร้างผู้ใช้ และค่อยนึกถึงรายได้ เพราะถ้าคนใช้ยังไม่เยอะไม่อยากคิดถึงรายได้ ไลน์แมนยังอยู่ในช่วงสร้างผู้ใช้ และจะพยายามเพิ่มบริการใหม่ ๆ"



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม