สภาวิศวะฯ เผยหลังหารือวิษณุ ยันไม่มีปัญหาใช้ ม.44 ขอให้จีนถ่ายทอดเทคโนโลยีให้

updated: 19 มิ.ย. 2560 เวลา 21:15:23 น.

 

วันนี้ (19 มิ.ย.) นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยนายกมล ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร เปิดเผยภายหลังการเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือทางออกแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ว่า ในส่วนของสมาคมไม่มีปัญหาในการออกคำสั่งมาตรา 44 ยกเว้นให้วิศวกรจีนไม่ต้องสอบใบอนุญาตในการเข้ามาทำงานในโครงการนี้ แต่ขอให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับวิศวกรรมสถาน มหาวิทยาลัยของรัฐ และสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ และให้วิศวกรไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อสร้างร้อยละ 30 รวมถึงใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศไทย ส่วนการขึ้นทะเบียนวิศวกรจีน เป็นหน้าที่ของสมาคมวิศวกร

นายธเนศ กล่าวว่า รถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ดี แต่ไกลมากก็ไม่คุ้มทุน พอค้านมากๆ ก็หาว่ากลุ่มวิศวกรขัดผลประโยชน์ ขอยืนยันว่าเรามองการไกลกว่านั้น หากจีนกลับไปใครจะเป็นผู้ซ่อมแซม จะต้องเชิญวิศรกรจีนกลับมาซ่อมแซมให้หรือไม่ ทางวิศวกรไทยก็อยากทำเป็นบ้าง อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ ยังเห็นด้วยกับแนวคิด และจะเสนอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) โดยวิศวกรรมสถานจะเป็นองค์กลางในการรวบรวมข้อมูลมานำเสนอกำหนดข้อเสนอของสมาคมวิชาชีพในสัญญาการก่อสร้าง

ด้านนายเอนก ศิริพานิชกร กรรมการและประธานสาขาวิศวกรรมโยธา กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกาหลีใต้ก็เคยใช้วิธีการถ่ายโอนเทคโนโลยี ใช้เวลากว่า 6 ปี กว่าจะถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ ขณะที่นายอมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวด้วยว่า แม้จะไม่มีการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่จะต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักสูตรที่คณะกรรมการ 5 ฝ่ายที่กระทรวงคมนาคมจะจัดขึ้น โดยเบื้องต้นจะแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเทคนิค และหลักสูตรเกี่ยวกฎหมาย ความปลอดภัยและจริยธรรมของไทยก่อน อย่างไรก็ตาม ต้องการให้จีนเห็นความสำคัญและเคารพกฎหมายของวิศวกรรมไทย และให้สำคัญกับการถ่ายโอนเทคโนโลยีอย่างจริงจัง ทั้งนี้ จะต้องหารือร่วมกับจีนอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 21 มิถุนายนนี้




ที่มา มติชนออนไลน์
 
 
Desktop View