ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแคบ ตลาดไร้ปัจจัยใหม่

updated: 19 มิ.ย. 2560 เวลา 17:48:00 น.

 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/6) ที่ 33.93/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/6) ที่ระดับ 33.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16/6) กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านประจำเดือน พ.ค. ลดลง 5.5% สู่ระดับ 1.09 ล้านยูนิต ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.23 ล้านยูนิต จากระดับ 1.16 ล้านยูนิตในเดือนก่อนหน้า โดยลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมิชิแกน ได้รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประจำเดือน มิ.ย.ลดลงสู่ระดับ 94.5 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 97.1 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 97.2 ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.92-33.96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.92/94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (19/6) นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 4% แต่ยังมองว่าการแข็งค่าของเงินบาทยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับสกุลเงินในภูมิภาค และแนวโน้มการส่งออกของไทยก็ยังคงไปได้ดี แต่ผู้ประกอบการเองจำเป็นต้องป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ของค่าเงิน ซึ่งการปิดความเสี่ยงถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ยังกล่าวว่า กลุ่มธุรกิจที่มีความน่าเป็นห่วงจากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า คือ กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากมีการใช้เฉพาะวัตถุดิบในประเทศมาผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายการส่งออกสำหรับปีนี้ไว้ที่ 5% ต่อไป

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (19/6) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1194/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/6) ที่ระดับ 1.1171/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16/6) สำนักงานสถิติของยูโรโซน เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค ประจำเดือน พ.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% เท่ากับเดือนก่อนหน้า และเท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1181-1.1212 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1194/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนในวันนี้ (19/6) เปิดตลาดที่ระดับ 111.05/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/6) ที่ระดับ 111.30/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16/6) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 2 ให้คงรักษาดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% รวมทั้งเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อตรึงอัตราผลบตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีให้อยู่ที่ระดับ 0% นอกจากนี้แถลงการณ์ภายหลังการประชุมของ BOJ ระบุว่า BOJ ได้คงมุมมองเศรษฐกิจเอาไว้ที่ระดับเดิม โดยเศรษฐกิจภายในประเทศมีทิศทางการขยายตัวปานกลาง พร้อมกับเน้นย้ำว่าจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ส่วนงบดุลบัญชีของ BOJ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจาก BOJ ได้เข้าซื้อสินทรัพย์จำนวนมาก ตามนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา BOJ ได้ถือครองสินทรัพย์เป็นวงเงินทั้งสิ้น 504.83 ล้านล้านเยน (4.59 ล้านล้านดอลลาร์) โดยในวันนี้ (19/6) กระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ได้เปิดเผยตัวเลขดุลการค้าประจำเดือน พ.ค. มียอดขาดดุลการค้า 2.034 แสนล้านเยน โดยยอดการส่งออกปรับตัวขึ้น 14.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดนำเข้าปรับเพิ่มขึ้น 17.8% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.73-111.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.96/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วงต้นสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านของออสเตรเลีย (19/6) ยอดค้าส่งของแคนาดา (20/6), ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐ (20/6) ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ (21/6) อัตราดอกเบี้ยนโยบายของนิวซีแลนด์ (21/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.0/+0.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.5/+1.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้ 
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม