อังกฤษ ยู-20 คว้าแชมป์โลก ถ้วยนี้บอกอะไรบ้าง

โดย อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง
updated: 19 มิ.ย. 2560 เวลา 09:00:00 น.

 

แชมป์ฟุตบอลโลกของทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้แค่เฉพาะลูกหนังแดนผู้ดีเท่านั้น แต่ยังทำให้คนทั่วโลกหันกลับมาจับตาทีมชาติอังกฤษอีกครั้งหลังจากทีมสิงโตคำรามห่างหายจากความสำเร็จในเวทีลูกหนังโลกทุกระดับถึงครึ่งศตวรรษจนกระทั่งสิงโตหนุ่มชุดยู-20 คว้าแชมป์โลกกลับถิ่น

ทีมชาติอังกฤษในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาอาจดูเงียบเหงา ห่างหายจากความสำเร็จมานาน ตรงกันข้ามกับลีกอังกฤษที่คึกคักมาตลอด และเป็นลีกที่แฟนทั่วโลกยกนิ้วให้กับคุณภาพการแข่งขันที่เข้มข้นไปจนถึงอรรถรสอื่น ๆ



ทีมชาติอังกฤษได้แชมป์รายการเมเจอร์ที่เหนือกว่ารายการระดับทวีปครั้งสุดท้าย ต้องย้อนไปเมื่อฟุตบอลโลกปี 1966 หรือเมื่อ 51 ปีก่อน หลังจากนั้นผลงานทีมชาติที่ลงเล่นนอกเหนือจากการแข่งในภูมิภาคและระดับทวีปไม่ค่อยน่าประทับใจนัก จนกลางปี 2017 ที่ทีมชุดอายุต่ำกว่า 20 ปีคว้าแชมป์โลกสำเร็จ

ความสำเร็จของทีมชุดนี้โผล่ทะลุเพดานแบบเหนือความคาดหมาย แม้ทีมชาติอังกฤษชุดเล็กจะมีแววและถูกจับตาก่อนหน้ารอบสุดท้าย แต่ถ้าเรียงกันตั้งแต่กุนซือมา กุนซือชุดประวัติศาสตร์ของอังกฤษชุดเล็กครั้งนี้ คือ พอล ซิมพ์สัน อดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ วัย 50 ปี ซึ่งสมาคมฟุตบอลอังกฤษเพิ่งแต่งตั้งเมื่อต้นปี 2017

ประสบการณ์งานสายโค้ชของพอล ที่ประสบความสำเร็จคือพาสโมสรคาร์ไลล์ ยูไนเต็ด ทีมบ้านเกิดเลื่อนชั้น ผลงานหลังจากนั้นยังไม่เข้าตา ถูกปลด 2 ครั้ง และทำงานกับทีมลีก

ระดับภูมิภาคอีกครั้งในระยะสั้นก่อนมารับงานในทีมผู้ช่วยของ สตีฟ แม็คคลาเรน ในสโมสรนิวคาสเซิล เรียกได้ว่าเป็นบุคลากรนอกสายตาอีกคนในวงการฟุตบอลแต่มาแจ้งเกิดเต็มตัวกับทีมชาติชุดเล็ก



นอกเหนือจากบุคลากรด้านโค้ช ขุมกำลังตัวผู้เล่นในทีมคือสิ่งที่น่าสนใจสำหรับความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของอังกฤษที่ว่ากันว่าอาจเป็นโค้งสำคัญที่จะเปลี่ยนอนาคตของทีมได้ ผู้เล่นชุดนี้ถือเป็นพลังหนุ่มที่แข็งแกร่ง หลายคนน่าจับตาเป็นพิเศษ

ดาวเด่นของทีม คือ โดมินิค โซลันเก้ หัวหอกดาวรุ่งที่เพิ่งย้ายจากเชลซีไปลิเวอร์พูล ทำผลงานโดดเด่นรับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ โซลันเก้มีรูปร่างสูงใหญ่เกินวัย 19 ปี ด้วยส่วนสูง 185 ซ.ม. ฝีเท้าของโซลันเก้น่าจับตาไม่แพ้กายภาพ สถิติพังประตูที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่เล่นให้เชลซีสะท้อนความเฉียบคมในการจบสกอร์ ซึ่งการันตีด้วยตำแหน่งในรายการล่าสุดที่เล่นให้ทีมชาติ

ผู้เล่นอีกหลายคนเริ่มเป็นกำลังหลักให้สโมสรในลีกระดับสูงในประเทศ ที่น่าจับตาคือ โดมินิค คาลเวิร์ท-เลวิน หัวหอกวัย 20 ปีที่ยิงประตูชัยในนัดชิง ซึ่งลงเล่นให้เอฟเวอร์ตัน 11 นัดในฤดูกาลล่าสุด ผลงานในสนามแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างชัดเจน อีกจุดที่น่าสังเกตคือขุมกำลังของสิงโตน้อยมีผู้เล่นตัวหลักหลายคนจากเอฟเวอร์ตัน  จอนโจ เคนนีย์ กองหลังวัย 20 ที่ลงเล่นในรายการนี้ทุกนัด และ อเดโมลา ลุคแมน ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปี

ย้อนกลับไปที่ต้นตอของนักเตะทั้งหลาย สโมสรคือสถานที่ซึ่งนักเตะใช้เวลาส่วนใหญ่รับการขัดเกลาก่อนไปเป็นกำลังสำหรับทีมชาติ

ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลอังกฤษชูหนึ่งในปัจจัยเสริมที่ทำให้ทีมชาติประสบความสำเร็จ คือการร่วมมือของสโมสร โรนัลด์ คูมัน กุนซือเอฟเวอร์ตันยอมปล่อย 5 นักเตะดาวรุ่งให้ทีมชาติก่อนลีกจะปิดด้วยซ้ำ

ปัจจัยที่เหลือคือด้านโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่ลงทุนกับศูนย์พัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ ที่พัฒนาทรัพยากรทั้งด้านโค้ชและอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วยตั้งแต่ 5 ปีก่อน หรือระเบียบใหม่ที่ยกเพดานการคัดเลือกบุคลากร กูรูลูกหนังมองว่าแม้สมาคมฟุตบอลอังกฤษไม่มีอำนาจควบคุมทิศทางการพัฒนาผู้เล่นเยาวชนในระดับสโมสร แต่ทิศทางการลงทุนและระเบียบที่สมาคมวางไว้ระยะยาวยังพอเห็นผลและมองเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์อยู่บ้างเมื่อดูจากผลลัพธ์ในทีมเยาวชนหลายชุด

ไม่ว่าเยาวชนอังกฤษชุดนี้จะคู่ควรกับการเรียกขานว่า ยุคทองŽ หรือไม่ พวกเขาต้องการโอกาสลงเล่นมากขึ้นเพื่อสร้างกระดูกและประสบการณ์ โจทย์นี้เรียกวงจรที่หมุนวนกลับไปหาสโมสรและความสัมพันธ์กับสมาคมฟุตบอล รูปแบบการทำงานร่วมกันนี้จะกำหนดทิศทางการใช้งานผู้เล่นในสนามของสโมสร

ที่ผ่านมาสโมสรอังกฤษทำตามกฎของเอฟเอจริง แต่จำนวนผู้เล่นอายุต่ำกว่า 22 ปีที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกยังต่ำกว่าลีกในยุโรป หรือผู้เล่นในวัย 20 มักถูกปล่อยตัวให้ทีมระดับล่างยืมไปใช้งาน

การพัฒนาโครงสร้างฐานรากของอังกฤษให้ผลลัพธ์ที่ชี้ว่าเดินมาไม่ผิดทาง เหลือแต่ปูทางไปสู่ประตูบานสุดท้ายด้วยการรักษาและพัฒนาจนลำเลียงผู้เล่นมาใช้งานในชุด 23 คนของทีมชุดใหญ่
 
 
Desktop View