พลังงานเบรกโรงไฟฟ้าฮัตจี ติดชนกลุ่มน้อยขึ้นโครงการมายตงแทน

updated: 18 มิ.ย. 2560 เวลา 20:12:26 น.

 

ก.พลังงาน เบรกโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮัตจี รอรัฐบาลเมียนมาเคลียร์ชนกลุ่มน้อยให้จบ ดันโครงการ "มายตง" กำลังผลิต 3,000 เมกะวัตต์ ให้เกิดเร็วขึ้นแทน พร้อมปรับสัญญาใหม่เป็นสัญญาซื้อขายไฟปกติ หลังเมียนมาขอใช้ไฟจากโครงการเพิ่มเป็น 50% จากเดิมที่ให้ใช้ไฟฟรี

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความร่วมมือในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮัตจี กำลังผลิต 1,360 เมกะวัตต์ จังหวัดยาฮัน รัฐตะหยิ่น ในประเทศเมียนมา ว่า ในเบื้องต้นนั้นต้อง "ชะลอ" โครงการดังกล่าวเอาไว้ก่อน เนื่องจากทางรัฐบาลของเมียนมาต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการและทำความเข้าใจกับชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงหันมาผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำมายตง กำลังผลิต 3,000 เมกะวัตต์ บริเวณแม่น้ำสาละวินตอนบน ในพื้นที่เมืองมายตงแทน โดยกระทรวงพลังงานวางเป้าหมายที่จะเจรจาความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

หลังจากนั้นจะเร่งผลักดันให้มีการลงนามในข้อตกลงร่วม (MOU) ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด และคาดว่าเร็ว ๆ นี้จะมีการหารือร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศเพื่อให้โครงการดังกล่าวคืบหน้าต่อไป ซึ่งโครงการดังกล่าวทาง กฟผ.ได้ให้ทางบริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ EGATi เป็นผู้ลงทุนกับพันธมิตรทั้งในเมียนมาและอื่น ๆ ด้วย

ทั้งนี้สำหรับรายละเอียดของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำมายตงนั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดใน 2 ประเด็นคือ 1) สัดส่วนของพลังงานไฟฟ้าที่เดิมจะต้องจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และส่งผ่านระบบสายส่งเพื่อมารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศร้อยละ 90 ส่วนที่เหลือร้อยละ 15 รองรับความต้องการใช้ในประเทศเมียนมา ในแบบให้เปล่า มาเป็นส่งมารองรับการใช้ในประเทศที่ร้อยละ 50 และรองการใช้ในประเทศเมียนมาที่ร้อยละ 50 จึงต้องมีการปรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าปกติ เนื่องจากเงื่อนไขเดิมที่เจรจาไว้นั้นเกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่แล้วซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนทางเทคนิค เช่น ลดกำลังการผลิตจากเดิมที่ 7,000 เมกะวัตต์ มาอยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 เมกะวัตต์ทดแทน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงของโครงการด้วย



"เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ประเทศในแง่ของความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการฮัตจีที่จะมีการผันน้ำส่วนเกินมายังเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับฝั่งไทยในอนาคตได้ด้วย ส่วนโครงการมายตงก็เป็นโครงการที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งจะทำให้ภาพรวมทั้ง 2 ประเทศมีความมั่นคงทางพลังงาน"

นายอารีพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตที่ทั้ง 2 ประเทศมีความร่วมมือกันในการพัฒนาโรงไฟฟ้าแล้ว จากนี้จะมีความร่วมมือกันในโครงการอาเซียน พาวเวอร์ กริด หรือโครงการระบบสายส่งไฟฟ้าที่จะเชื่อมโยงประเทศอาเซียนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งประเด็นนี้จะมีการผลักดันเพื่อนำเข้าสู่การประชุมอาเซียนในปีนี้ด้วย

รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP (Power Development Plan 2557-2579) มีเป้าหมายที่จะรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านคือจากทั้ง สปป.ลาว เมียนมา และอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10-15 ภายในปี 2569 หลังจากนั้นจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15-20 ภายในปี 2579 ซึ่งกระทรวงพลังงานพยายามรักษาสมดุลของการผลิตไฟฟ้าจากประเภทเชื้อเพลิงที่มีความหลากหลาย รวมถึงมีอัตราค่าไฟฟ้าที่ค่อนข้างต่ำเพื่อไม่ให้กระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าของประชาชน

สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำมายตงนั้น อยู่ในเมืองมายตงรัฐฉาน ของเมียนมา ห่างจากชายแดนไทย? เมียนมา ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ประมาณ 120 กิโลเมตร หรือห่างจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 246 กิโลเมตร ขนาดกําลังผลิตทั้งหมด3,000 เมกะวัตต์ สำหรับความคืบหน้าของโครงการนั้นได้มีการลงนามความร่วมมือด้านพลังงานระหว่าง2 ประเทศไปแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 58 และเพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เป็นรูปธรรมมีการจัดประชุม Joint Working Committee (JWC) เพื่อเดินหน้าโครงการ นอกจากนี้ยังได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของทั้งภาครัฐบาลและภาคประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการในระดับต่างๆ เช่น ระดับหมู่บ้าน เมือง จังหวัด รัฐ ซึ่งได้จัดขึ้นตามเมืองต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ และได้ดำเนินการออกแบบโครงการในรูปแบบ Cascade Dams แทนรูปแบบที่เป็นเขื่อนเดี่ยว เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม