"ดวงฤทธิ์" ฉะปม"ม.44" ลุยรถไฟไทย-จีน ชี้"คนไทยต้องสอบกันเเทบตาย ต่างชาติเข้าทำงานได้เลย"

updated: 17 มิ.ย. 2560 เวลา 15:16:05 น.

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 30/2560 ลงนามโดย  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. เรื่อง มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา (อ่านข่าว คลิกที่นี่)

ต่อมาเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ดิน ส.ป.ก.เเละการอนุญาตให้ สถาปนิกและวิศวกรของจีนไม่ต้องขอใบอนุญาตเพื่อผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงให้เป็นไปอย่างรวดเร็วนั้น ทำให้แวดวงวิศวกรและสถาปนิกออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

โดย"ดวงฤทธิ์ บุนนาค" สถาปนิกชื่อดังเเละผู้ก่อตั้งบริษัท ดวงฤทธิ์ บุนนาค จำกัด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Duangrit Bunnag"  โดยตั้งค่าสาธารณะให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า  เป็นการใช้อำนาจม.44 เพื่อละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศหลายข้อ เป็นสิ่งที่ควรกระทำหรือไม่ ข้อตกลงระหว่างประเทศที่คำสั่งหัวหน้าคสช. ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี สั่งไป ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศดังต่อไปนี้ทันที

ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Architectural Services: (MRA) ASEAN Framework Agreement on Services (AFAS)  General Agreement on Trade and Services (GATS) Nation Treatment (WTO) Most Favored Nation : MFN (WTO) Principle of Non-Discrimination (WTO) UIA Accord การปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมของชาวต่างชาติในประเทศไทย ไม่ได้ถูกควบคุมไว้แต่เพียง พ.ร.บ.สถาปนิกในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อตกลงอาเซียน ข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ และ อื่นๆอีกมากมาย

"ในการที่รัฐบาลนี้ ได้ใช้ม.44 ในการอนุญาตให้สถาปนิกจากจีนเข้ามาทำงานได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตนั้น แม้ว่าจะอนุญาตให้เป็นการเฉพาะ แต่ก็เป็นการเปิดช่องให้สถาปนิกจากชาติอื่นเข้าเจรจาภายใต้หลักการว่าด้วยการไม่เลือกปฏิบัติ (Principle of Non-Discrimination) ของ WTO ได้ทันที นั่นแปลว่าเราได้เปิดประตูให้สถาปนิกทุกชาติทั่วโลกในสนธิสัญญา WTO เข้ามาปฏิบัติวิชาชีพในไทยได้อย่างเสรีทันที โดยไม่ต้องขอในอนุญาตปฏิบัติวิชาชีพ

...เท่ากับเราเปิดเสรีให้กับวิชาชีพไปแล้วแบบไม่เท่าเทียม คนไทยทำอาชีพนี้ต้องสอบกันแทบตาย แต่ต่างชาติเดินหิ้วกระเป๋าเข้ามาทำงานได้เลย ตึกพังคนไทยตาย ก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆแม้แต่น้อย"
ดวงฤทธิ์ ระบุ

โดยโพสต์ต่อด้วยว่า ถ้ารัฐบาลมีสติปัญญาอีกนิดเดียว และปรึกษากันบ้าง ตนก็จะแนะนำให้สถาปนิกจีนที่จะเข้ามาทำรถไฟความเร็วสูงนี้ เข้ามาทำงานภายใต้เงื่อนไขของ ′ภาคีสถาปนิกพิเศษ′ ซึ่งมีกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สถาปนิกอยู่แล้ว ในกรณีที่เข้ามาทำงานในโครงการของรัฐ เช่นเดียวกับที่เราทำสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ต้องมาใช้ม.44 สร้างความเสียหายให้กับวิชาชีพมากขนาดนี้

"บรรดาคนที่อยู่รายล้อมท่านนายกฯ เกิดมาโง่แล้วไม่ฟังใคร ก็ควรจะนอนอยู่บ้านนะครับ ถ้าฉลาดก็ควรจะปรึกษาสภาสถาปนิกก่อนจะทำอะไรที่ทำให้ปั่นป่วนกันระดับโลกขนาดนี้" ดวงฤทธิ์ โพสต์ทิ้งท้าย




โดยก่อนหน้านี้ พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เเถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ จำเป็นต้องใช้สถาปนิกหรือวิศวกรของจีน เเต่ตอนนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะติดกฎหมายว่าต้องสอบใบอนุญาตประเภทบุคคลจากไทยก่อน ยกเว้นจะเป็นนิติบุคคลเท่านั้น ทั้งที่จีนมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูง 20,000 กิโลเมตร ขณะที่ไทยยังไม่มีแม้แต่เมตรเดียว เหตุใดจึงต้องมาสอบใบอนุญาตสถาปนิกหรือวิศวกรจากไทยก่อน ทางคณะรัฐมนตรีจึงพิจารณาในเรื่องนี้ เเละนำไปสู่การใช้อำนาจ ม.44 เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาถึงประเด็น ม.44 กับโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า

"ขอร้องว่าอย่าไปขวางเลยเรื่องการก่อสร้างรถไฟอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ เพราะเป็นผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ การที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูง ผมเห็นข่าวจากช่องหนึ่ง บอกว่าผมต้องการสร้างรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ-โคราช เพราะว่าผมเป็นคนโคราช ดูซิคิดแบบนี้ได้อย่างไร ผมจะเกิดที่ไหนก็เรื่องของผม นั้นเรื่องส่วนตัวของผม แต่ผมทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศไม่ได้ทำเพื่อพื้นที่เกิดของผมเพียงอย่างเดียว คิดแบบนี้ไม่ได้ แล้วเส้นทางเส้นนี้ต้องไปโคราชแล้วไปหนองคาย ไปเชื่อมต่อกับลาวไปยังจีน ไปยุโรปตะวันออก ไปยึดโยงทางด้านโน้น เราต้องทำด้านล่างลงไปอีก ไปเชื่อมต่อมาเลเซีย สิงค์โปร์ อินโดนีเซีย  ตะวันตก ตะวันออก พม่า ลาว กัมพูชา ต้องคิดแบบนี้ อย่ามองทุกอย่างเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด นั้นเรื่องส่วนตัวของผม ไม่ใช่เลย" นายกรัฐมนตรีกล่าว

โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การออกมาตรา 44 เพื่อเดินหน้าโครงการรถไฟไทย-จีนจะช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้น เพราะมีข้อกำหนดเวลาที่แน่นอนภายใน 120 วัน

"ม.44 จะปลดล็อกการกำหนดราคากลาง การประกวดราคาอำนวยความสะดวกให้กับวิศวกรและสถาปนิกจีน เพราะเป็นโครงการระหว่างรัฐต่อรัฐ โดยให้กระทรวงคมนาคมร่วมมือกับสภาวิศวกรและจีนในการทดสอบและอบรมให้เข้าใจสภาพภูมิประเทศของไทยสำหรับการออกแบบ"นายอาคมกล่าว

โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ภายในเดือน มิ.ย.60 และเริ่มประกวดราคาก่อสร้างช่วง 3.5 กิโลเมตรจากสถานีกลางดง-ปางอโศก และในเดือน ก.ค.คาดว่าจะลงนามสัญญาค่าที่ปรึกษาโครงการ (ออกแบบการก่อสร้าง) จากนั้นก็จะทยอยส่งแบบการก่อสร้างช่วงที่ 2 ปากช่อง-คลองขนานจิตร ระยะทาง 11 กิโลเมตร ช่วงที่ 3 แก่งคอย-นคราชสีมาระยะทาง 119 กิโลเมตร และช่วงที่ 4 กรุงเทพฯ-แก่งคอย ระยะทาง 119 กิโลเมตรต่อไป ส่วนการเวนคืนอยู่ในระหว่างการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA




 
 
Desktop View