"รมว.เกษตรฯ" มึน ! กระตุ้นใช้ยางในประเทศ 3.5 หมื่นตันใน3เดือน -ระบุไร้งบดำเนินการ

updated: 15 มิ.ย. 2560 เวลา 21:08:07 น.

 

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เตรียมรายงานความคืบหน้ากระตุ้นการใช้ยางพาราในประเทศ  ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังกระทรวงเกษตรฯได้ร่วมหารือร่วมกับ 9 กระทรวงและ กรุงเทพมหานคร  สรุปความต้องการใช้ยางในประเทศรวมจำนวน 3.5 หมื่นตัน และสามารถจัดซื้อจัดจ้าง ภายใน 3 เดือน(ก.ค.-ก.ย.2560) โดยใช้งบประมาณปี 2560 เพื่อกระตุ้นการใช้ยางในประเทศ ช่วยยกระดับราคายางพาราตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี  เพื่อดูดปริมาณยางออกจากระบบ ดันราคายางพาราที่เกษตรกรขายได้ให้มีเสถียรภาพ

ทั้งนี้ การใช้ยางในประเทศที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม มีปัญหา 2 เรื่องคือ 1.การจะนำยางพาราไปผลิตสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง จำเป็นต้องมีมาตรฐานตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด  แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ยางพาราของไทย ได้รับมาตรฐาน และสามารถนำยางพารามาผลิตใช้ในประเทศได้ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเกิดขึ้นได้ คือได้รับมาตรฐาน มอก. อาทิ ถนนยางมะตอยผสมยางพารา ได้มาตรฐาน มอก.4846 ทล.ท.409 และทล.ม.416 บางปูสนามฟุตซอล ได้มาตรฐาน มอก.4870 และบล็อคบางปูพื้นมีมาตรฐาน มอก.2378 และ2.ปัญหาและอุปสรรคเรื่องของงบประมาณ  เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณเข้าไป แม้จะมีการสั่งการให้ดำเนินการ แต่เมื่อไม่มีงบประมาณ ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ แม้จะต้องการใช้ยางพาราอยู่ในหลายหน่วยงาน

“ยอมรับเรื่องงบประมาณเป็นอุปสรรคกับการกระตุ้นการใช้ยางในประเทศตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพราะหน่วยงานที่มีความต้องการใช้ยางพารา และมีมาตรฐานรองรับแล้วนั้น ไม่ได้บรรจุวงเงินงบประมาณ ในปี 2560 ไว้ จึงไม่สามารถดำเนินการได้ และในงบประมาณ ปี 2561 ก็ไม่แน่ใจมีงบประมาณหรือไม่ แต่อย่างไรเสียในปีนี้ ต้องเร่งใช้ยางในประเทศให้ได้ 3.5 หมื่นตัน ส่วนหน่วยงานที่มีความต้องการใช้ยางมากที่สุดคงเป็น กระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นกว่าตัน”

ด้านนายธีธัช  สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า  การหารือเพื่อรวบรวมปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ ครั้งล่าสุด ได้เพิ่มอีก 2 กระทรวง คือกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวัฒนธรรม และ เมื่อเดือนมี.ค.2560  มีการรวบรวมความต้องการใช้ยางพาราในประเทศจาก 8 หน่วยงานที่ นายกรัฐมนตรีสั่งให้ดำเนินการกระตุ้นการใช้ยางพาราในประเทศ ทั้งหมด 28,692.12 ตัน  แบ่งเป็น น้ำยางข้น 27,646.26 ตัน และ ยางแห้ง 1,045.86 ตัน แบ่งได้ดังนี้ กระทรวงกลาโหม  ต้องการใช้น้ำยางข้น 557.05 ตัน ยางแห้ง 300.60 ตันรวม 857.65 ตัน

กระทรวงคมนาคม มีความต้องการใช้น้ำยางข้น 5,357 ตัน กระทรวงศึกษาธิการต้องการใช้น้ำยางข้น 86.012 ตัน ยางแห้ง 662.737 ตันรวม 748.749 ตัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องการใช้ยางแห้ง 15 ตัน กรุงเทพมหานคร ต้องการใช้น้ำยางข้น 14.247 กระทรวงมหาดไทย ต้องการใช้น้ำยางข้น 21,243.59 ยางแห้ง 55.718 ตันรวม 21,299.308 ตัน  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการใช้น้ำยางข้น 200.89 ตัน ยางแห้ง 11.80 ตันรวม 212.69 ตัน  และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ต้องการใช้น้ำยางข้น 187.47 ตัน



 
 
Desktop View