ภาษีซื้อขายออนไลน์ต้องชัดเจน

updated: 15 มิ.ย. 2560 เวลา 22:00:00 น.

 

บทบรรณาธิการ

การจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายสินค้าและบริการทางออนไลน์ ที่กรมสรรพากรอยู่ระหว่างยกร่างกฎหมายเพื่อผลักดันประกาศบังคับใช้ ได้รับความสนใจจากสาธารณชนจำนวนมาก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกยุคใหม่ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ขณะเดียวกันนอกจากอินเทอร์เน็ตจะย่อโลกให้เล็กลงช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมกว้างขวางขึ้นแล้ว การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์ก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่งผลให้ตลาดเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งในแง่มูลค่าการซื้อขายและจำนวนผู้ใช้บริการ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระบุว่า มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยปี 2559 ที่ผ่านมาน่าจะมีมูลค่ารวม 2.52 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 2.24 ล้านล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 12.42% คิดเป็นสัดส่วน 40% ของมูลค่าการซื้อขายสินค้าและบริการทั้งหมด

แนวคิดการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายสินค้าและบริการทางออนไลน์เพื่อให้สอดรับกับสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงไปและสร้างรายได้เข้ารัฐ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน จากปัจจุบันยังมีช่องโหว่ทำให้กรมสรรพากรไม่สามารถจัดเก็บภาษีรายได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ จากการซื้อขายสินค้าและบริการทางออนไลน์, อีคอมเมิร์ซได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ไลน์ รวมทั้งผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ อีมาร์เก็ตเพลซ เว็บไซต์นายหน้าการขายสินค้าและบริการ ฯลฯ ที่บริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยเหมือนกับที่หลาย ๆ ประเทศพยายามตั้งกฎกติกาคุมเข้ม

อย่างไรก็ตาม การยกร่างกฎหมายใหม่ต้องตามให้ทันเทคโนโลยียุคดิจิทัลที่ปรับเปลี่ยนเร็ว รวมทั้งสามารถอุดรูรั่ว ปลดล็อกข้อจำกัดในทางปฏิบัติ ให้กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพียงแต่ต้องไม่สร้างปัญหาหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจการค้าของผู้ประกอบการ

ที่ต้องตระหนักและให้ความสำคัญคือการจัดเก็บภาษีดังกล่าวต้องไม่สวนทางกับนโยบายสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ที่เน้นสนับสนุนเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ขยายช่องทางการตลาด การขายสินค้าและบริการ

โดยอาจจัดเก็บภาษีในอัตราเท่าที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระมากเกิน ให้ผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กหรือรายใหม่อยู่รอด และเติบโตเป็นรากฐานของประเทศได้


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
 
 
Desktop View