สมรภูมิค้าปลีกเดือด "ดองกี้" ทุ่มงบยึดอาเซียน

updated: 15 มิ.ย. 2560 เวลา 21:03:39 น.

 

คอลัมน์ Market Move

ด้วยปัญหาจำนวนประชากรลดลงต่อเนื่อง และการชะลอใช้จ่ายของผู้สูงอายุ ทำให้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจญี่ปุ่นต่างพร้อมใจกันมุ่งทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างสรรพสินค้าที่จำเป็นต้องพึ่งพาปริมาณลูกค้าเพื่อสร้างการเติบโต ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นเป้าหมายหลัก ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คุ้นเคยและเปิดรับสินค้าญี่ปุ่นเป็นอย่างดี

ล่าสุด "ดอน กิโฮเต้" (Don Quijote) หรือ "ดองกี้" (Donki) เชนดิสเคานต์สโตร์ชื่อดังของญี่ปุ่น ซึ่งเปิดกิจการตั้งแต่ปี 2532 จนปัจจุบันมีสาขา 350 แห่งในญี่ปุ่น 3 สาขาในฮาวาย และมีลูกค้าเฉลี่ยปีละ 300 ล้านคน ด้วยจุดขายหลักอย่างไลน์อัพสินค้าหลากหลายถึง 45,000 รายการต่อสาขา ตั้งแต่อาหาร ของใช้ในบ้าน เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงสินค้าแบรนด์เนมซึ่งตั้งราคาถูกกว่าร้านทั่วไป และการเปิดทำการถึงตี 3, ตี 5 และ 24 ชั่วโมงในบางสาขานั้น เป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่ประกาศรุกตลาดอาเซียน



สำนักข่าวในสิงคโปร์หลายแห่งรายงานว่า "ดองกี้" เตรียมเปิดสาขาแรกในอาเซียนที่ย่านถนนออร์ชาร์ดของสิงคโปร์ โดยจะอยู่ภายใต้การบริหารของ "แพน แปซิฟิก อินเตอร์เนชั่นนอล โฮลดิ้ง" (Pan Pacific International Holdings) บริษัทโฮลดิ้งในเครือดอน กิโฮเต้ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2556 เพื่อบริหารสาขานอกประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ และมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์อยู่แล้ว

ในส่วนของรายละเอียดนั้น นอกจากรูปแบบสินค้าที่จะเน้นสไตล์คูลเจแปนแล้ว ด้านจำนวนสินค้าที่จะนำเข้ามาขาย ระดับราคา ชั่วโมงการเปิดบริการ รวมถึงกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการนั้น จะมีการเปิดเผยในภายหลัง

แต่โฆษกของบริษัทยืนยันว่า หลังจากนี้มีแผนขยายสาขาไปในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้อีกแน่นอน เพื่อรองรับดีมานด์สินค้าญี่ปุ่นของผู้บริโภคต่างชาติที่เพิ่มขึ้น เห็นได้จากสถิติจำนวนลูกค้าของดองกี้ในญี่ปุ่นเมื่อปี 2559 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 62.4% โดยเกาหลีใต้เป็นกลุ่มใหญ่สุดสัดส่วน 40% ตามด้วยจีน ไต้หวัน และไทย



"นอกจากหน้าที่สร้างการรับรู้ในฐานะสาขาเรือธงของภูมิภาคแล้ว สาขานี้จะเป็นศูนย์ทดลองและพัฒนากลยุทธ์ที่จะใช้ในตลาดอาเซียนต่อไปอีกด้วย"

ทั้งนี้ที่ผ่านมาดองกี้มีธุรกิจในต่างประเทศเพียงแค่ในสหรัฐเท่านั้นแบ่งเป็นร้านดองกี้3 สาขาในฮาวายซึ่งเปิดในปี 2549 และเชนซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ "มารุไค" 9 สาขาในแคลิฟอร์เนีย

สำหรับในประเทศญี่ปุ่นเองมีการขยายสาขาต่อเนื่องมากกว่า 350 สาขา พร้อมกับรายได้ที่เติบโตติดต่อกันถึง 27 ปี และปีนี้คาดว่าจะมียอดขายทะลุ 8 แสนล้านเยน หรือประมาณ 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวตามที่รัฐบาลตั้งเป้ายอดนักท่องเที่ยวไว้ 40 ล้านคนภายในปี 2563 ส่วนปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นกว่า 24 ล้านคน เพิ่มขึ้น 21.8% จากปีก่อนหน้าในจำนวนนี้ 20 ล้านคนมาจากเอเชีย อาทิ เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน ทำให้ดองกี้ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย เนื่องจากเป็นหนึ่งในแหล่งช็อปปิ้งแนะนำของเว็บไซต์และหนังสือนำเที่ยวหลายราย

จากนี้ต้องรอดูกันว่าความเคลื่อนไหวของยักษ์ดิสเคานต์สโตร์จากแดนปลาดิบรายนี้จะส่งผลอย่างไรกับสมรภูมิค้าปลีกในอาเซียนซึ่งปัจจุบันแข่งขันกันอย่างดุเดือดระหว่างผู้เล่นจำนวนมากจากทั้งในและนอกภูมิภาค รวมถึงแบรนด์ญี่ปุ่นรายอื่น ๆ อาทิ อิเซตัน อิออน ไดโซะ มินิโซ ฯลฯ รวมถึงลุ้นกันว่าจะมีโอกาสขยายเข้ามาในไทยซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักอันดับ 3 ของแบรนด์หรือไม่

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม