เดจาวู ! ทรูฟิตเนส หงายการ์ด...หาดีลร่วมทุน

updated: 16 มิ.ย. 2560 เวลา 10:00:53 น.

 

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

กลายเป็นข่าวช็อกวงการ และสมาชิกถูกลอยแพแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อ "ทรู ฟิตเนสŽ"ได้ปิดสาขาสุดท้ายที่เหลืออยู่ ณ ตึกเอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ไปเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถัดมาอีกไม่กี่วันทรู ฟิตเนสในมาเลเซียก็ประกาศปิดกิจการตามไปติด ๆ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.

จะว่าไปแล้ว"ทรู ฟิตเนสŽ" เริ่มส่งสัญญาณมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งประกาศปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าเซน ตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา และให้สมาชิกย้ายไปใช้บริการที่อาคารเอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ ถนนสุขุมวิท หรือสาขาเอสพลานาด งามวงศ์วาน-แครายแทน

แต่หลังจากนั้นอีกระยะหนึ่ง สาขาเอสพลานาด งามวงศ์วาน-แคราย ก็ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ จากก่อนหน้านี้ที่บริการของสาขานี้ก็ตกอยู่ในอาการปิด ๆ เปิด ๆ มาเป็นระยะ และทุกครั้งที่ปิด ก็ให้เหตุผลว่า "ระบบไฟฟ้าขัดข้องŽ"

เมื่อพิจารณาจากงบการเงินที่บริษัทได้แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่ารายได้และกำไรของทรู ฟิตเนสในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2556 มีรายได้ 379 ล้านบาท ขาดทุน 9.8 ล้านบาท ปี 2557 มีรายได้ 308 ล้านบาท ขาดทุน 11.6 ล้านบาท และปี 2558 มีรายได้ 276 ล้านบาท ขาดทุน 49.6 ล้านบาท ส่วนงบฯในปี 2559 นั้นไม่มีการแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใด

สำหรับบริษัท ทรู ฟิตเนส จำกัด มีคนไทยคือ "ภานุวัฒน์ แพรัตกุล"Ž ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และสิงคโปร์ถือหุ้นอีก 49% โดยบริษัท ซี เจ กรุ๊ป พีทีอี ลิมิเต็ด และแพททริค จอห์น วี อวี้เซง ถือเป็นบริษัทลูกของ "ทรู กรุ๊ป"Ž เจ้าของทรู ฟิตเนส ที่ก่อตั้งขึ้นในสิงคโปร์เมื่อปี 2547 ก่อนจะขยายธุรกิจออกไปในไทย มาเลเซีย ไต้หวัน และจีน จนมีสมาชิกรวมกันกว่า 200,000 ราย

ในเวลาต่อมาได้มีการประกาศผ่าน www.truefitness.co.th (9 มิ.ย. 60) ถึงการปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ ของทุกโอเปอเรชั่นภายใต้บริษัท ไม่ว่าจะเป็นทรู ฟิตเนส ทรู สปา และทรู เอส เนื่องด้วยปัญหาด้านการเงิน ค่าเช่าที่สูงขึ้น และการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรง ก่อนที่จะทิ้งท้ายว่าบริษัทยังมองหาผู้ที่จะเข้ามาเทกโอเวอร์ธุรกิจต่อไป หลังจากในช่วงที่ผ่านมาพยายามหาผู้ที่เหมาะสมมารับช่วงดำเนินกิจการต่อหลายครั้ง แต่ทางผู้ให้เช่าพื้นที่ไม่เห็นด้วย

โดยประกาศดังกล่าวไม่มีข้อความที่ระบุถึงความรับผิดชอบต่อสมาชิกฟิตเนสแต่อย่างใดสร้างความเดือดร้อนให้กับสมาชิกที่ถูกลอยแพจำนวนมากทำให้ภายในวันเดียวกันนี้เอง "เวอร์จิ้น แอ็คทีฟŽ"ค่ายฟิตเนสคู่แข่งสัญชาติอังกฤษ ออกมาแสดงความเป็นห่วงสไตล์ "ป๋า ใจป้ำ"Ž ด้วยการให้สมาชิกทรู ฟิตเนสเข้ามาใช้บริการที่เวอร์จิ้น แอ็คทีฟทั้ง 5 สาขา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายถึงสิ้นเดือนมิถุนายน

การฉกฉวยจังหวะดังกล่าวหากมองในแง่ของการเป็นลูกค้าทรู ฟิตเนส คงต้องขอบคุณในน้ำใจงาม ๆ จากเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ แต่สำหรับสมาชิกของเวอร์จิ้น แอ็คทีฟเดิมกลับไม่ปลื้ม และไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้กันยกใหญ่ เนื่องจากกังวลเรื่องความแออัดของพื้นที่และจำนวนอุปกรณ์ที่อาจไม่เพียงพอ

ขณะเดียวกัน ก็มีสมาชิกบางส่วนได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ในการจ่ายค่าบริการไปล่วงหน้าตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท แต่ไม่สามารถใช้บริการได้ครบตามสัญญา

โดยทาง สคบ.เองได้เตรียมออกจดหมายให้กรรมการบริษัท ทรู ฟิตเนส เข้ามาพบเพื่อชี้แจง พร้อมทั้งหาแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากไม่สามารถหาแนวทางการเยียวยาให้กับสมาชิกได้ สคบ.จะเป็นตัวกลางยื่นฟ้องคดีแพ่งแทนรวมทั้งคดีอาญากับผู้บริหารบริษัท

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"ประชาชาติธุรกิจ"Žได้ต่อสายไปยัง"อรวรรณ เกลียวปฏินนท์"Ž ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท ซึ่งเป็นผู้ทำธุรกิจฟิตเนสในไทยนานกว่า 15 ปี เพื่อฉายภาพปรากฏการณ์ดังกล่าวในฐานะผู้นำตลาดที่ยังคงสามารถเผชิญกับความท้าทายของธุรกิจ และสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 28 สาขา และมีสมาชิกกว่า 78,000 คนทั่วประเทศ

"อรวรรณŽ" ชี้ว่า แม้ตลาดฟิตเนสจะมีดีมานด์สูงแต่ตัวธุรกิจเองมีความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงาน ค่าสถานที่ ค่าน้ำ-ไฟ ค่าอุปกรณ์-สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในศูนย์ รวมถึงการทำการตลาดซึ่งผู้ให้บริการแต่ละรายต้องหาสูตรสำเร็จของตนเองในการบริหารต้นทุนและรายได้จากสมาชิกให้เกิดกำไรจึงจะอยู่รอด

โดยเฉพาะเรื่อง"ระบบสมาชิกตลอดชีพ"Žเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่อันตรายเพราะแม้ช่วยเพิ่มจำนวนสมาชิกและเม็ดเงินจากค่าสมัครได้มากในช่วงสั้น ๆ แต่สุดท้ายจะไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายระยะยาว

ซึ่งฟิตเนส เฟิรส์ทนั้นจะมุ่งเน้นการทำราคาที่เหมาะสมเฉลี่ย 2,200-2,800 บาทต่อเดือน ตลอดจนการพัฒนาเทรนเนอร์เพื่อเป็นแม็กเนต สร้างแบรนด์ลอยัลตี้ให้ลูกค้า รวมถึงการสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) เพื่อให้บุคลากรมีจุดมุ่งหมายร่วมไปกับบริษัท พร้อมกับการลงทุนด้านอุปกรณ์และพัฒนาบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หวนนึกถึงกรณีของ แคลิฟอร์เนีย ว้าวŽ ฟิตเนสรายใหญ่มีสมาชิกทั่วประเทศกว่า 1.5 แสนรายซึ่งประกาศล้มละลายไปเมื่อปี 2555 หลังจากขาดทุนอย่างหนักหลายปีติดต่อกัน จนกลายเป็นตราบาปที่กระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อวงการฟิตเนสไทยอยู่ช่วงหนึ่ง และเพียง 5 ปีก็มีเคสของทรู ฟิตเนสตามมา

ตลาดฟิตเนส มูลค่า 9,000-10,000 ล้านบาท จึงถือว่าเป็น "ตลาดปราบเซียนŽ" กันสุด ๆ ถ้าเน้นแต่โปรโมชั่นเรียกลูกค้า แต่บริหารรายจ่ายไม่ได้ อยู่ยากแน่นอน ตัวอย่างก็มีให้เห็นถึง 2 รายแล้ว...

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View