ภาษีใหม่...ราคาใหม่ เขย่าเหล้า-เบียร์

updated: 12 มิ.ย. 2560 เวลา 21:05:35 น.

 

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

อีกไม่ถึง 100 วันก็จะเป็นวันที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ (16 ก.ย. 2560)

ภาษีดังกล่าวมีความเกี่ยวเนื่องไปยังอุตสาหกรรมหลายภาคส่วน อาทิ ธุรกิจสุรา บุหรี่ รถยนต์ ฯลฯ ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับการค้าโลกที่เปลี่ยนไปมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มความเป็นธรรม ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในการจัดเก็บ ให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตที่วางเอาไว้จำนวน 5.5 แสนล้านบาทในปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 แสนล้านบาทในปีหน้า

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้มีไฮไลต์อยู่ที่ การเปลี่ยน "ฐาน"Ž การจัดเก็บ จากเดิมที่ใช้ฐานหน้าโรงงาน หรือราคาสำแดงนำเข้ามาเป็น "ราคาขายปลีกแนะนำ"Ž ส่งผลให้รัฐสามารถจัดเก็บฐานภาษีได้ใหญ่ขึ้น ล่าสุดภายในงานสัมมนา พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ประชาชนได้อะไร ? "วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณŽ" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังคงย้ำว่า ภาครัฐไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะเพิ่มรายได้จากเรื่องดังกล่าวในระยะเริ่มแรก

เช่นเดียวกับ "สมเดช ศรีสวัสดิ์"Ž รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ที่ได้ออกมาระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาระของภาษีจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก แม้ฐานภาษีจะใหญ่ขึ้น แต่อัตราภาษีที่จะประกาศในวันที่ 16 กันยายนที่จะถึงนี้จะต้องลดลง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขณะนี้กรมได้อยู่ระหว่างการสำรวจตลาด เพื่อหาข้อสรุปว่าจะนำช่องทางขายใดมาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ

"ผู้ประกอบการบางรายกังวลเรื่องโครงสร้างของต้นทุนราคาสินค้าที่จะต้องใช้ประกอบทำราคาขายปลีกแนะนำเพราะเป็นความลับทางการค้า แต่กรมก็ต้องการเพียงโครงสร้างคร่าว ๆ เพราะหากเสนอราคามา แต่ไม่มีอะไรมารองรับ หรือไม่มีคำอธิบายอะไร ก็ต้องใช้หลักไปข้างหน้า(Progressive)Ž"

ในด้านของตัวแทนภาคเอกชน "ธนากร คุปตจิตต์"Ž นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย แสดงถึงข้อกังวลต่อการปฏิรูปภาษีครั้งนี้ว่า แท้จริงแล้วจะเป็นการหารายได้เข้ารัฐหรือไม่ หรือภาครัฐต้องการควบคุมการบริโภคสินค้าบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพราะแม้ช่วงรอยต่อของภาษีฉบับใหม่จะไม่ส่งผลกระทบ แต่ในอนาคตก็จะมีการขยับอัตราภาษีขึ้น ซึ่งหากย้อนกลับไปดูจะพบว่ามีการปรับภาษีสรรพสามิตขึ้นทุก ๆ 2-3 ปี

นอกจากนี้ยังมองว่าอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา ซึ่งเดิมมี 7 ประเภท รวบเหลือ 2 ประเภท คือขายส่งและขายปลีก โดยเพดานของประเภทขายส่งจะอยู่ที่ 1 แสนบาท จากเดิม 1,000 บาท และประเภท

ขายปลีก 5 หมื่นบาท จาก 500 บาท มีเพดานเพิ่มขึ้นจากเดิม 10-50 เท่า ซึ่งอาจทำให้ร้านค้าปลีก หรือโชห่วยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราเดียวกันกับร้านที่จำหน่ายสุราอื่น ๆ ทำให้เกิดการแอบขายสุราผิดกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียม

รวมถึงหากอัตราภาษีที่ประกาศออกมามีผลให้ราคาขยับขึ้น ผู้บริโภคจะหันไปบริโภคสุราเถื่อน และมีการผลิตสุราปลอม ซึ่งราคาถูกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สมาคมเห็นด้วยเรื่องการปรับฐานภาษี และอัตราภาษีโดยมุ่งเน้นจัดเก็บตามปริมาณดีกรีแอลกอฮอล์ ซึ่งช่วยลดการบริโภคแอลกอฮอล์ที่ก่อให้เกิดอันตราย

ส่วนทางด้านของ ปริญ มาลากุล ณ อยุธยาŽ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น ระบุว่า การปฏิรูปกฎหมายดังกล่าวจะสร้างความเป็นธรรมให้กับธุรกิจมากขึ้นระหว่างในประเทศและนำเข้า และการที่กรมหันมาเน้นการจัดเก็บภาษีจากฝั่งปริมาณ (ดีกรีแอลกอฮอล์) มากขึ้น ก็อาจส่งผลให้ช่องว่างของภาษีระหว่างสินค้าแพง และถูก จะแคบลงในอนาคต ในกรณีที่มีปริมาณดีกรีเท่ากัน

และได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากเปลี่ยนมาจัดเก็บตามราคาขายปลีกแนะนำแล้ว กลุ่มเบียร์สดจะใช้การคิดอย่างไร เนื่องจากปัจจุบันราคาของเบียร์สดที่ขายในช่องทางร้านอาหาร โรงแรม ฯลฯ เป็นราคาที่รวมกับค่าบริการไว้แล้ว ซึ่งมีระดับราคาที่หลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับประเภทของร้านนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังต้องรอความชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้อีกต่อไป

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม