อย่าเป็น "มวยล้ม"

updated: 10 มิ.ย. 2560 เวลา 17:56:48 น.

 

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย อมร พวงงาม


ข่าวฮอตฮิตในแวดวงรถยนต์ตอนนี้คงไม่มีข่าวไหนเกิน "ดีเอสไอ" บุกโชว์รูมรถหรู อายัดซูเปอร์คาร์จำนวน 160 คัน ตั้งข้อหาเกรียวกราว สำแดงต่ำทำให้รัฐสูญเสียหลายพันล้านจากเม็ดเงินภาษี

แต่ที่หนักหนาสาหัสกว่านั้นอีกคือจำนวน 160 คันที่ตรวจยึดอายัด ดันมีรถขโมยมาจากอังกฤษ

โดย พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการประสานจาก หน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ของอังกฤษ หรือ National Vehicle Crime Intelligence Service มีการแจ้งข้อมูลรถหายไว้ที่อังกฤษ 42 คัน

และรถที่หายก็มีปรากฏในประเทศไทย จะด้วยข้อมูลจากจีพีเอส หรืออะไรก็แล้วแต่

หลังจากนั้น กระบวนการตรวจสอบข้อมูลของดีเอสไอ ก็เข้มข้นทำงานแบบสายฟ้าแลบ พร้อมรายงานว่าพบแล้ว 10 คัน จาก 42 คันที่หาย อยู่ในโชว์รูมของ บอย ยูนิตี้ หรือ "อินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ" บอสใหญ่ เอส ทีที ออโต้คาร์ และเอส ทีที ออโต้เซอร์วิส ตามไปด้วยการประสานงานกับกรมศุลฯ เข้าตรวจสอบเพิ่มเติม ในคลังเขตปลอดอากร 2 จุด ซึ่งมีรถขโมยเพิ่มเติมอีกหลายคัน ระบุด้วยว่าในจำนวนนั้นมีรถอีกหนึ่งคันกำลังอยู่ในเรือเพื่อส่งออกไปฮ่องกง และกรมศุลฯประสานเจ้าของเรือให้นำสินค้านั้นกลับประเทศไทย

ใครเห็นข่าวแบบนี้ "ฟันธง" ไฮโซบอย ดิ้นไม่หลุดแน่ ไหนจะโดนเรื่อง สำแดงเท็จ ซึ่งนอกจากจะต้องจ่ายภาษีส่วนที่ขาดแล้ว ยังมีเบี้ยปรับอีก 4 เท่า และถ้าทำใบอินวอยซ์ปลอมก็ยังมีโทษตามกฎหมายกรมศุลกากรอีกหลายกระทง ส่วนประเด็นรถขโมยแน่นอน คดีอาญา มีโทษจำคุกด้วย

ถัดจากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ "บอย ยูนิตี้" ก็โทรศัพท์นัดผู้สื่อข่าว แถลงถึงที่มาที่ไปของรถทั้งหมดที่ถูกอายัด ยืนยันว่า ทำทุกอย่างถูกต้อง เสียภาษีตามที่กรมศุลฯ แจ้ง การสั่งรถก็สั่งตรงจากหลายประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีความชัดเจนและเข้มข้นมากในพิธีการด้านศุลกากร แถมดีเอสไอ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ

คนนั่งฟังแถลงข่าวก็ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่ดีเอสไอจะดำเนินการสักที

ผ่านไปไม่กี่วัน ไฮโซบอยแถลงข่าวซ้ำ ว่าเตรียมฟ้องดีเอสไอ ทำให้ธุรกิจของเขาเสียหายเป็นเงินสูงถึง 50 ล้านบาท ตั้งแง่ว่าเรื่องนี้ โดนกลั่นแกล้ง

แต่ที่น่าตกอกตกใจคือ รองอธิบดีอัยการคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด "ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม" ออกมาระบุว่าเรื่องนี้ต้องพิจารณาให้ดีว่าดีเอสไอกำลังสอบสวนเรื่องอะไร และมีอำนาจอะไร ในการอายัดรถประชาชน

เพราะหากมีการนำเข้าถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่สามารถทำได้ และหากเป็นรถขโมย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร มีการขอสำนวนการสอบสวนมาหรือไม่ ซึ่งการอายัดจะทำได้ต้องระบุเหตุผลที่ชัดเจน

ดีเอสไอต้องแสดงหลักฐานให้ชัดเจน ต่อให้มีการพิจารณาให้เป็นคดีพิเศษ ก็ต้องแจ้งว่าจะอายัดรถเป็นเวลาเท่าไหร่ ยึดไปเพื่ออะไร เมื่อไหร่จะคืน ซึ่งกระบวนการทำงานของดีเอสไอค่อนข้างน่ากังวล

เอาละซิ!!! เรื่องนี้น่าจะยังมีข้อมูลลึกที่หลายคนยังเข้าไม่ถึง

จำได้ว่า เรื่องรถหรู ที่ดีเอสไอเข้ามาเกี่ยวข้อง เริ่มจากเหตุไฟไหม้ซูเปอร์คาร์ บนคอนเทรนเนอร์ที่ อ.กลางดง จังหวัดนครราชสีมา ตอนนั้นเป็นเรื่องลักลอบนำเข้ารถยนต์จดประกอบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี แต่ก็แปลกที่เรื่องเงียบเร็วมาก

ซึ่งระหว่างทางไม่มีใครรู้ว่า ใครทำอะไร...ที่ไหน...อย่างไร

จนล่าสุดเรื่องมาเข้มข้นอีกครั้งเมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินชงให้อธิบดีกรมศุลกากร ตรวจสอบข้าราชการประเด็น คืนภาษีนำเข้าให้กับจูบิลี่ ไลน์ บริษัทนำเข้าในเครือนิชคาร์ จำนวนเกือบ 20 ล้าน

แม้ดีเอสไอจะพยายามบอกว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ดีเอสไอได้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของอังกฤษและอิตาลี เพื่อให้ได้ข้อมูลราคาที่แท้จริงของรถหรูทั้งหมด จนนำมาสู่การยึดอายัดครั้งใหญ่เมื่อกลางเดือนที่แล้ว

แต่หมัดชุดของไฮโซบอย และหมัดตรงของรองอธิบดีอัยการคดีอาญาปรเมศวร์ ก็ทำให้ดีเอสไอ เสียอาการ และคนดูเริ่มไม่แน่ใจว่า ข้อมูลของดีเอสไอจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่

ที่สำคัญเรื่องนี้ ห้ามเป็นมวยล้มต้มคนดูเด็ดขาด โดยเฉพาะการตรวจสอบควรครอบคลุมทั้งเกรย์มาร์เก็ตและดิสตริบิวเตอร์ทุกยี่ห้อ


 
 
Desktop View