"ลาดพร้าว" ไม่มีวันรอดพ้น "น้ำท่วม" จริงหรือ ?

updated: 09 มิ.ย. 2560 เวลา 18:00:00 น.

 

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย กฤษณา ไพรฑูรย์

ฟังคำให้สัมภาษณ์ของหลายหน่วยงานเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม กทม.แล้วค่อนข้างอึดอัดใจ

เมื่อมีโอกาสได้ปรับทุกข์กับ "ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน" ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองและกฎระเบียบเกี่ยวกับการก่อสร้าง และอนุกรรมการที่ปรึกษาสภาหอการค้าไทย ด้านผังเมือง และการปฏิรูปผังเมือง ในฐานะคนหัวอกเดียวกัน เพราะอาศัยอยู่บริเวณถนนลาดพร้าวที่เผชิญกับภาวะน้ำท่วมด้วยกันตลอดมา

อาจารย์อัศวินบอกว่า ตอนปี 2554 คนพูดว่า หลังจากนี้อีก 10 ปี กรุงเทพฯไม่มีทางน้ำท่วม นี่เพิ่งผ่านมาเกือบ 6 ปี ผมฟังข่าวทีวีทุกวันว่า "ท่อระบายน้ำอุดตัน ขยะไปขวางทางน้ำ" ไม่สามารถระบายไปยังอุโมงค์ยักษ์พระราม 9 ซึ่งรองรับปริมาณน้ำในพื้นที่คลองแสนแสบและคลองลาดพร้าว ซึ่งเป็นน้ำตอนบนและตะวันออกของ กทม. ครอบคลุมพื้นที่ 50 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย พื้นที่ห้วยขวาง บางกะปิ บึงกุ่ม ลาดพร้าว และวังทองหลาง ประกอบกับบ้านเรือนที่บุกรุกริมคลอง และล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ กทม.จัดสร้างอุโมงค์ โรงสูบน้ำในอีกหลายพื้นที่

ผมคิดในใจว่า การทำอุโมงค์ระบายน้ำอีก หาก "ระบบท่อย่อย" ที่ออกจากซอยบ้านเราตัน น้ำไม่ไหลไปจะทำอย่างไร ?

กทม.นำปั๊มน้ำไปตั้งก็ติดขยะ จะดูดน้ำไปลงได้อย่างไร ?

ผมว่า สิ่งแรกควรทำให้ท่อระบายน้ำที่มีอยู่ทั้งหมดให้น้ำไหลก่อน ทำให้คนไม่ทิ้งขยะลงในท่อ ต้องขุดลอกท่อระบายน้ำรอบกรุงเทพฯทุก 3 เดือน เพื่อให้ท่อไม่ตัน อย่างน้อยก่อนฤดูฝนมา รวมถึงแก้ปัญหาผู้บุกรุกสร้างบ้านติดคลอง ขวางทางน้ำไหล

ยกตัวอย่าง ถนนวิภาวดีฯตั้งแต่ช่วงปากทางลาดพร้าวถึงดินแดง เมื่อ 20-30 ปีก่อนมีคูน้ำ 2 ข้าง กว้างขนาด 5 เมตร ปัจจุบันถูกถมเป็นถนนเข้าบริษัท โดยวางท่อเล็ก ๆ มีขยะลงไปอุดตันด้านล่าง น้ำไม่สามารถไหลได้ สมัยโบราณการจะทำถนนเข้าบริษัท ต้องทำสะพานข้าม กทม.ควรแก้ให้แต่ละบริษัททำสะพานเหมือนในอดีต ให้คลองกลับมาระบายน้ำได้เหมือนเดิม

ผมไปวิ่งรถดูเส้น "ทางด่วนน้ำ" จากบางนา-ตราดไปบางปู เขาขุดคลองเป็นทางตรงให้น้ำไหลลงทะเลที่บางปู แต่ก่อนถึงถนนบางปู มีการทำปั๊มน้ำหลาย 10 ตัวข้ามถนน และปล่อยลงสู่ทะเล แต่ปรากฏว่าช่วงน้ำท่วมปี 2554 ไม่มีน้ำไหลไปที่คลองที่ขุดเตรียมไว้เลย แต่น้ำกลับมาท่วมที่กรุงเทพฯ

หากย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีฝรั่งช่วยศึกษา และขุดคลอง 11 คลอง 12 คลอง 13 เพื่อให้น้ำไหลมาทางคลองต่าง ๆ และไหลลงไปทางสมุทรปราการ แถวบางปู แต่ปรากฏว่า เราสร้างสนามบินสุวรรณภูมิขวางทางไหลของน้ำ จึงมีการทำถนนจากบางพลีข้ามไปบางปู แต่น้ำไหลไปไม่ถึง เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่น่าตลกมากสำหรับประเทศไทย ที่เรามีทางด่วนที่จะให้น้ำไปลงทะเล แต่น้ำไม่ไป น้ำไหลเข้ามาท่วมดอนเมือง ลาดพร้าว แม้จะพยายามนำบิ๊กแบ็กไปกันไม่สามารถหยุดการไหลของน้ำได้

นอกจากนี้ ตามผังเมืองบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ สีขาวทแยงเขียว ระบุว่า บริเวณลาดกระบังไปสุวรรณภูมิ เป็นพื้นที่อนุรักษ์กันน้ำท่วม ห้ามสร้างบ้าน แต่ทุกคนไปแอบสร้างบ้านกัน เพราะที่ดินราคาถูก แล้วบ่นว่า น้ำท่วม ทั้งที่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ระบุว่า เป็นพื้นที่ระบายน้ำไหลมา

ปัญหาที่เกิดขึ้นสรุปได้ว่า เพราะเราไม่เชื่อวิชาการที่ศึกษากันมา 100 ปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านขุดคลองไว้ให้ตั้ง 13 คลอง ปรากฏว่า คนสมัยใหม่ไปสร้างสนามบินขวางทางน้ำไหลลง "หนองงูเห่า" ส่งผลให้ "ทางด่วนน้ำ" ที่ทำไว้ไม่มีน้ำไหลไป แต่น้ำไหลมาทาง "ลาดพร้าว" ผมอยู่ลาดพร้าวเข้าใจดี เป็นปัญหาที่ "ไม่สามารถแก้ไขได้"


สมัยน้ำท่วมหนักปี 2554 เคยมีคนเสนอทางวิชาการ ให้ขุดคลองแบบเจ้าพระยาอีก 2 สาย สายแรก ให้ขุดคลองอ้อมสนามบินสุวรรณภูมิไปลงทะเล อีกสายอ้อมไปทางนครปฐมไปลงซ้ายขวา ยกตัวอย่างน้ำจากนครสวรรค์พอจะเข้ากรุงเทพฯ ให้ไหลไปทางเจ้าพระยาสาย 1 และสาย 2 ที่ขุดขึ้นมาใหม่ แต่จนถึงวันนี้ไม่มีการสานต่อ และให้น้ำไหลมาตามทางเดิม ซึ่งคลองต่าง ๆ รอบกรุงเทพฯที่จะเชื่อมกับเจ้าพระยาเต็มไปด้วยขยะอุดตัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจารย์อัศวินพูดมา เป็นสิ่งที่รัฐบาล ผู้บริหาร กทม.ทราบดี เพียงแต่วิธีปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมจะเกิดได้จริงหรือไม่ คงพิสูจน์กันไปตลอดหน้าฝนที่เหลืออยู่นี้



 ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
 
 
Desktop View