ค่าเงินดอลลาร์ร่วง กังวลทรัมป์เผชิญถอดถอน เยนแข็งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

updated: 19 พ.ค. 2560 เวลา 18:21:00 น.

 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 15-19 พฤษภาคม ในวันจันทร์ (15/5) ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 34.63/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/5) ที่ระดับ 34.72/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เริ่มปรับตัวอ่อนค่าลงภายหลังจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่ปรับตัวลดลงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12/5) กระทรวงแรงงานสหรัฐ ได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเมษายน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ได้เปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกประจำเดือนเมษายนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% ลดลงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ส่วนในวันอังคาร (16/5) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่องภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กเปิดเผยดัชนีการผลิตของรัฐนิวยอร์กปรับตัวลดลงสู่ระดับ -1.0 ในเดือนพฤษภาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 7.00 ซึ่งการลดลงดังกล่าวอาจจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะถดถอยที่อาจจะเกิดขึ้นในภาคการผลิตของสหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มกังวลต่อความเป็นไปได้ในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยกลางของเฟดในการประชุมเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ปัญหาด้านการเมืองของสหรัฐ ยังคงสร้างความไม่มั่นใจใหัแก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่สหรัฐสองรายออกมากล่าวในวันจันทร์ (15/5) ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยข้อมูลลับสุดยอดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซียเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ซึ่งทำให้ทำเนียบขาวถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง หลังจากที่นายทรัมป์เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งล่าสุดนายเอช.อาร์.แมคมาสเตอร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งนายทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยปฏิบัติการทางทหารที่ต่อสาธารณชน โดยในช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบก่อนปิดตลาดที่ระดับ 34..48/51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.46-34.54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรก ของปี 2560 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 ที่ขยายตัว 3.0% และขยายตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ระหว่าง 3 ถึง 3.2% สำหรับมุมมองการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2560 คาดว่า GDP จะขยายตัวที่ระดับ 3.3-3.8% โดย สศช.ได้ปรับลดกรอบให้แคบลงจากการคาดการณ์ในคราวก่อนที่ระดับ 3-4%

การเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.0924/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/5) ที่ระดับ 1.0871/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของกลุ่มสหภาพยุโรป ได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้ทิศทาง โดยเมื่อวันศุกร์ (12/5) ที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) ได้เปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนปรับตัวลดลง 0.1% ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี ได้รายงานตัวเลขคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Prelim GDP) ของเยอรมนี ประจำไตรมาสแรกของปีนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% เท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และดีกว่าไตรมาสที่แล้วที่เพิ่มขึ้น 0.4% ประกอบกับสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของยูโรโซน (จีดีพี) ไตรมาส 1 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หากเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว จีดีพียูโรโซนในไตรมาสแรกปีนี้ ขยายตัว 1.7% โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1145/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0920-1.1171 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ส่วนการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนนั้น เปิดตลาดที่ระดับ 113.37/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/5) ที่ระดับ 1113.63/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยจากนักลงทุน เนื่องจากตลาดยังไม่คลายความกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ และญี่ปุ่นได้ประกาศความร่วมมือกับสหรัฐ จีน และรัสเซีย เพื่อกดดันเกาหลีเหนือ หลังจากที่เกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธในวันอาทิตย์ (14/5) ที่ผ่านมา ในขณะที่ นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงมีความเชื่อมั่นว่า เงินเฟ้อในประเทศจะปรับตัวสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ในปีงบประมาณ 2561 โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ กล่าวว่า ขณะนี้ทางธนาคารกลางญี่ปุ่นคิดว่าการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลนั้นมีความเหมาะสม ทำให้คาดหวังว่า ในช่วงปีงบประมาณ 2561 เงินเฟ้อจะสามารถเคลื่อนตัวเข้าใกล้ระดับ 2% ได้ พร้อมยังกล่าวอีกว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะพิจารณาใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น นอกจากนี้ยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่าทางธนาคารกลางญี่ปุ่นจะสามารถรับมือกับผลกระทบของการลดระดับการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินได้ค่อนข้างดี แม้ว่าจะเกิดกระแสวิตกเป็นวงกว้างว่า การปรับเปลี่ยนนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจส่งผลให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นตกอยู่ในภาวะสั่นคลอน รวมทั้งแจงว่า ธนาคารกลางมีเครื่องมือเพียงพอที่จะส่งเสริมให้การยกเลิกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินสามารถทำได้อย่างราบรื่น โดยที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาวไว้ที่ระดับต่ำมากต่อไป ผ่านทางการซื้อพันธบัตรจำนวนมาก โดยค่าเงินเยนได้รับแรงหนุนในช่วงท้ายสัปดาห์ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่นได้ขยายตัว 2.2% เทียบรายปีในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยทำสถิติขยายตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ทั้งนี้ในช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินเยนได้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 110.21-113.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดในวันศุกร์ (19/5) ที่ระดับ 111.51/56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากการเข้าถือเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากเหตุการณ์ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองของนายโดนัลด์ ทรัมป์


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้ 
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม