"อารียาฯ" เผย Q1 ยอดขายบ้าน-คอนโดโต 12% 2,218 ล้าน Q2 ตั้งเป้าโอน 1,600 ล้าน ดันรายได้ทั้งปีโต 38%

updated: 19 พ.ค. 2560 เวลา 11:13:49 น.

 

นายวิวัฒน์ เลาหพูนรังษี กรรมการบริหาร บริษัท อารียา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/60 มียอดขาย 2,218 ล้านบาท เติบโต 12% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ทั้งที่ปีนี้สถานการณ์ไตรมาส 1/59 มีมาตรการรัฐเป็นตัวช่วยแต่ปีนี้ไม่มี

มียอดรับรู้รายได้หรือยอดโอน 1,152 ล้านบาท เพิ่มเล็กน้อยจากระยะเดียวกันของปีก่อน มีกำไร 29.07 ล้านบาท ทั้งนี้ ตามแผนธุรกิจบริษัทคาดว่ายอดรับรู้รายได้ไตรมาส 1/60 ตั้งเป้าไว้ 1,400 ล้านบาทโดยประมาณ แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มการพิจารณาปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ยอดรับรู้จึงต่ำกว่าประมาณการไว้ 300-400 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม อารียามั่นใจว่าตลอดปีนี้จะมียอดรับรู้รายได้ 6,400 ล้านบาท และมั่นใจเป้าหมยการเติบโตของรายได้ไม่น้อยกว่า 35-38% 

แนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ นายวิวัฒน์กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นประเทศไทย 2-3 เรื่อง เริ่มจากปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยว 32 ล้านคน แต่รัฐบาลยังสนับสนุนด้านนี้น้อยมาก ดูจากมีงบประมาณสนับสนุน 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้นแต่ทำรายได้เข้าประเทศ ​2.5 ล้านล้านบาท ทำให้มองว่าปีนี้ท่องเที่ยวยังเป็นตัวนำ

2.รัฐบาลพยายามผลักดันลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นตัวผลักดันทำให้เศรฐกิจเติบโตได้ดี การลงทุนเทคโนโลยีรัฐบาลก็ทำได้ดี และสุดท้ายคือสินค้าเกษตร ประเทศอื่นยังสู้เราไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้พื้นฐานประเทศไม่ได้ซบเซา แต่จะแข็งแรง ทรงตัว และเติบโตในจุดที่เหมาะสมต่อไป

กลับมาดูภาคอสังหาริมทรัพย์ อารียาในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ยอดลูกค้าวอล์กอิน ยอดบุ๊กกิ้ง ยอดขายอยู่ในแผนธุรกิจที่น่าพอใจ แต่เราเจอกับดัก "หนี้สินต่อครัวเรือน" หรือหนี้สินต่อตัวเองยังอยู่ในระดับสูง ทำให้สินค้าระดับราคาตลาดกลาง-ล่างยังไม่สามารถกู้เงินได้

ทั้งนี้ เชื่อว่าไตรมาส 2-3-4/60 ตลอดจนปีต่อๆ ไป ตลาดอสังหาฯ ไม่ได้น่าเกลียดและยังเป็นตัวผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ต่อไป

ขณะเดียวกัน สินค้าตลาดระดับบน บ้าน-คอนโดมิเนียมแพงยังขายได้ต่อเนื่อง ปีนี้ อารียาเตรียมเปิดตัวบ้านเดี่ยวพรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่องอีกหลายโครงการ ล่าสุด เพิ่งเปิดตัวโครงการดิเอวา เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 77 เป็นบ้านเดี่ยว 30-50 ล้านบาท มีผลตอบรับน่าพอใจและลูกค้าซื้อเงินสดเป็นส่วนใหญ่

ส่วนคอนโดฯ ซึ่งในภาวะราคาตลาดที่มีราคาแพง ตารางเมตรละ 3-4 แสนบาท ต้องบอกว่าไม่ได้แพงเมื่อเทียบกับภูมิภาค เช่น เวียดนาม ตารางเมตรละ 2-3 ล้านบาท , กัมพูชาที่ดินตารางวาละ 1-2 ล้านบาท, สิงคโปร์ ถนนออร์ชาร์ด ตารางเมตรละ 1.8-2 ล้านบาท , ฮ่องกง ฝั่งแพงสุดอยู่ทำเลเกาลูน บริเวณสถานีรถไฟเกาลูนเชื่อมต่อกวางโจว อนาคตจะมีรถไฟวิ่งเชื่อมต่อกันได้เลย คอนโดฯ ตารางเมตรละ 2 ล้านบาท นั่นคือราคาในกรุงเทพฯ เพียง 20% ของฮ่องกงเท่านั้น

มองในภาพใหญ่ ภูมิภาคตลาดเออีซีจะเติบโตไหม แนวโน้มเติบโตด้านเศรษฐกิจแน่นอน หากต้องการมาลงทุนมีหลายประเทศให้เลือก อาทิ สิงคโปร์ แต่ถ้าต้องการที่พักอาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ตัวเลือกทำให้กรุงเทพฯ เป็นเกตเวย์ และทำให้คอนโดฯ ตารางเมตรละ 3-4 แสนบาทยังขายได้ดีต่อเนื่อง

"จุดยืนอารียในการพัฒนาโครงการเปรียบเหมือนผู้หญิงสวย แต่สวยด้วยและหอมด้วย โดยหอมมาจากข้างใน นำไปสู่ตีมคอนเซ็ปต์ในการพัฒนาโครงการ การพักอาศัยในบ้านต้องมีทั้งบ้านสวย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน"

สำหรับเรื่องใหม่ปีนี้ ภายในไตรมาส 3/60 เป็นต้นไป ทุกหมู่บ้านทุกโครงการในเครือจะมีระบบไวไฟ เพื่อสานต่อนโยบายให้ทุกหมู่บ้านเป็นสถานที่มีความสุขได้ระยะยาว จึงต้องทำรากฐานการอยู่อาศัยให้มีความพร้อม ระบบไฟฟ้าแสงสว่างมาจากโซลาร์เซลล์ นำนำ้บำบัดมาใช้รดสนามและต้นไม้ในพื้นที่ส่วนกลาง มีการส่งเสริมลูกบ้านให้ปลูกผักสวนครัว ตลอดจนกำลังทำเรื่องการแยกขยะ

สำหรับแผนลงทุนไตรมาส 2/60 จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท ได้แก่ เดอะเพลส กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์  2, เดอะวิลเลจ รังสิต-วงแหวน, เดอะคัลเลอร์ส มิกซ์ รังสิต-วงแหวน และเดอะคัลเลอร์ส วงแหวน-รามอินทรา 2 คาดว่ามียอดโอน 1,600 ล้านบาท มาจากโครงการแนวราบ 1,200 ล้านบาท และแนวสูง 400 ล้านบาท

ส่วนภาพรวมแผนลงทุนในครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดตัวโครงการไฮไลต์ เป็นคอนโดฯ ​โครงการ อาทิ โครงการเอ สเปซ เมกะซิตี้ อยู่ในเซนบางนา มูลค่า 2,500 ล้านบาท และโซนสุขุมวิท-ทองหล่อ 1 โครงการ มูลค่า 1,350 ล้านบาท 

+++
 
 
Desktop View