เปิดยุทธศาสตร์แก้น้ำท่วม กรมชลฯดันสร้างคลองบางบาล-บางไทร

updated: 18 พ.ค. 2560 เวลา 19:10:00 น.

 

จากการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เรื่องโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่มี 9 แผนงาน ต้องใช้งบประมาณ 228,100 ล้านบาท ที่ประชุมมีมติอนุมัติการดำเนินโครงการทั้งหมด แต่ยังไม่อนุมัติวงเงินงบประมาณ โดยให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปจัดลำดับความเร่งด่วนในการดำเนินโครงการมาเสนอต่อ กนช.อีกครั้งในวันที่ 19 พ.ค.ศกนี้ จากนั้นจะมีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป

โครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมี 9แผนงาน เป็นการจัดทำโดยใช้บทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเกินปริมาณที่จะรับได้ถึง 1,800 ลบ.ม./วินาที โดยโครงการด้านแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกมี 3 แผนงาน ประกอบด้วย 1.แผนงานสร้างคลองระบายน้ำควบคู่กับคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งจะระบายน้ำได้ 930 ลบ.ม./วินาที 2.แผนงานปรับปรุงโครงสร้างระบบชลประทานเดิมผ่านทางคลองระพีพัฒน์และคลองสาขาต่าง ๆ รวม 23 คลอง ความยาว 490 กม.เพื่อระบายน้ำจาก 210 เป็น 400 ลบ.ม./วินาที 3.แผนงานสร้างคลองสายใหม่จากแม่น้ำป่าสักลงสู่ทะเลอ่าวไทยโดยตรงสามารถระบายน้ำได้ 600 ลบ.ม./วินาที



ส่วนแผนงานด้านแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกมี 2 แผนงาน ประกอบด้วย 1.แผนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีนที่ค่อนข้างคดเคี้ยวหลายจุด ซึ่งต้องบายพาสตัดตรงช่วงที่เป็นกระเพาะหมู 4 แห่ง และขุดลอกแม่น้ำช่วง กม.40 จากปากแม่น้ำขึ้นมา จะช่วยระบายน้ำได้จาก 464 ลบ.ม./วินาที เป็น 535 ลบ.ม./วินาที 2.แผนงานปรับปรุงโครงสร้างชลประทานเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำตั้งแต่คลองเจ้าเจ็ดมายังคลองพระยาบันลือ ต่อไปยังคลองพระพิมล คลองมหาสวัสดิ์ คลองภาษีเจริญ คลองสนามชัย-มหาชัยออกสู่อ่าวไทย จะช่วยเพิ่มการระบายน้ำจาก 50 เป็น 130 ลบ.ม./วินาที

ส่วนแผนงานในส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงมี 4 แผนงานคือ 1.แผนการขุดคลองระบายน้ำหลาก (คลองบายพาส) จากบางบาลมาบางไทรระยะทาง 22 กม. จะช่วยลดน้ำไหลผ่านตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะระบายได้ 1,200 ลบ.ม./วินาที 2.แผนงานขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นช่วง ๆ รวม 20 กม. เพื่อให้แม่น้ำเจ้าพระยาระบายได้ 2,000 ลบ.ม./วินาที 3.แผนงานสร้างเขื่อนป้องกันชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ 14 แห่ง สร้างเสร็จแล้ว 6 เหลืออีก 8 แห่งที่จำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วนและ 4.แผนงานสร้างคลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบ 3 ฝั่งตะวันออก ตัดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงบางปะอินลงสู่อ่าวไทย

กรมชลฯดันสร้างคลองบางบาล-บางไทร

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปีมหาอุทกภัยน้ำเหนือไหลลงมา 3,700-3,800 ลบ.ม./วินาที เกินความสามารถที่แม่น้ำเจ้าพระยาจะรับได้ที่ 3,400-3,500 ลบ.ม./วินาที โดยเฉพาะบริเวณตัวเมืองพระนครศรีอยุธยารับน้ำได้ 800 ลบ.ม./วินาที ยังไม่รวมน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลมารวม จึงเป็นคอขวดที่ทำให้น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างคลองบายพาสบางบาล-บางไทรที่สามารถระบายน้ำได้ 1,200 ลบ.ม./วินาที และทั้งขุดคลองที่บางบาล-โพงเพงให้ไหลมาลงแม่น้ำน้อยก่อนไหลมาลงที่บางไทร ซึ่งจะระบายได้อีก 800 ลบ.ม./วินาที แผนงานนี้เป็น 1 ใน 4 แผนงานเร่งด่วนจาก 9 แผนของที่ประชุมเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2559 ด้วย ที่จะต้องทำในปีงบประมาณ 2561 วงเงินประมาณ 17,600 ล้านบาท แต่ยังไม่มีการตั้งวงเงินงบประมาณ นอกจากนี้ แผนการสร้างแก้มลิงที่มหาชัยก็เป็นแผนงานเร่งด่วนอีกเช่นกัน



ส่วนแผนงานสร้างคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสักที่เป็นคลองส่งน้ำอยู่แล้วขนาด 130 ลบ.ม./วินาที จะสร้างคลองคู่เพื่อระบายน้ำหลากเพิ่มอีก 800 ลบ.ม./วินาที รวมเป็น 930 ลบ.ม./วินาที กรมชลฯกำลังออกแบบอยู่ ขณะที่คลองใหม่ป่าสัก-อ่าวไทยความยาว 135 กม.ที่ต่อเนื่องมาจากคลองชัยนาท-ป่าสัก สามารถระบายน้ำได้ 600 ลบ.ม./วินาที ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงกว่า 7 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับคลองสายใหม่บางปะอิน-อ่าวไทยที่จะมีถนนของกรมทางหลวงขนาบ 2 ข้าง ความยาว 112 กม. สามารถระบายน้ำได้ 500 ลบ.ม./วินาที แผนงานนี้ยังไม่มีวงเงินงบประมาณรวมกับแผนงาน 2.28 แสนล้านบาท เนื่องจากผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจะเสร็จในเดือน ก.พ. 2561 พร้อมกับถนนของกรมทางหลวง หลังจากนั้นจะมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ต่อไปอีก

มั่นใจไม่ท่วมหนักเท่าปี 2554

หากเกิดปัญหาอุทกภัยใหญ่ ปัญหาคงไม่มากเท่าปี 2554 ที่ท่วมนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในอยุธยาและหลายจังหวัดในภาคกลาง เพราะตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา รัฐบาลได้จัดทำระบบระบายน้ำไปแล้ว 38 แห่ง งานสร้างสถานีสูบน้ำ 15 แห่ง งานสร้างประตูระบายน้ำอีก 40 แห่ง ยังเหลืออีก 40 แห่งที่จะต้องทำให้เสร็จในปีนี้และปีหน้า จะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้พอสมควร

แผนงานเหล่านี้ ยังไม่รวมถึงการจัดพื้นที่รับน้ำหลากน้ำนองในพื้นที่ทุ่งบางระกำ พิษณุโลก 2.5 แสนไร่อีก 400 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยาอีก 1.15 ล้านไร่ รับน้ำได้ 1,500 ล้าน ลบ.ม. เช่น ทุ่งบางบาล อยุธยา ทุ่งท่าวุ้ง ลพบุรี ทุ่งเชียงราก ปทุมธานีต่อเนื่องพื้นที่อยุธยา เป็นต้น รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

ดูจากแนวโน้มแล้ว แผนงานสร้างคลองบายพาส บางบาล-บางไทร ที่ใช้วงเงินไม่สูงเกินไปเพียง 1.76 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาคอขวด แผนการขุดลอกแม่น้ำท่าจีน เจ้าพระยา เพื่อให้น้ำระบายได้เร็วขึ้น แม้จะยังไม่มีการตั้งวงเงินงบประมาณในขณะนี้ แต่น่าจะเป็นโครงการเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องทำให้เสร็จภายในปี 2565 ส่วนแผนงานสร้างคลองใหม่ป่าสัก-อ่าวไทยและแผนสร้างคลองใหม่พร้อมกับถนนวงแหวนรอบ 3 (บางปะอิน-อ่าวไทย) ที่ใช้วงเงินใกล้เคียงกันและค่อนข้างสูง น่าจะอยู่ในแผนงานบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างหลังปี 2565 ไปอย่างแน่นอน



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View