"บุญเติม" อัพระบบขึ้นคลาวด์เร่งสปีดธุรกิจชิงเค้ก "อีมันนี่"

updated: 19 พ.ค. 2560 เวลา 15:22:40 น.

 

"บุญเติม" เร่งสปีดโกดิจิทัล ผนึก "ออราเคิล" อัพเกรดระบบหลังบ้านขึ้น "คลาวด์" เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล-ลดต้นทุน พัฒนาแอปพลิเคชั่น"บี วอลเลต" ลงสนามชิงเค้กอีมันนี่รับขาช็อปรุ่นใหม่ พร้อมร่วมมือพันธมิตรหลากวงการต่อยอดธุรกิจ ทั้ง "ตู้เติมน้ำ-น้ำมัน-ชาร์จไฟรถไฟฟ้า" สยายปีกธุรกิจอินเตอร์นำร่อง "เมียนมา-อินโดนีเซีย"

นายพัทธนันท์ อมตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า 3 เดือนที่ผ่านมาได้ร่วมกับออราเคิลปรับเปลี่ยนมาใช้โซลูชั่นคลาวด์ Oracle Business Intelligence Cloud Services เพื่อบริหารจัดการข้อมูลดีขึ้น ให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น และลดต้นทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้ ทั้งช่วยให้ตัดสินใจแม่นยำยิ่งขึ้น

ปรับองค์กรโกดิจิทัล

"ในบริษัทเริ่มดำเนินการใช้ดิจิทัลราว20%ใน3 แผนก คือ การตลาด, ตัวแทนบริการ และการเงิน จากทั้งหมด 12 ดีพาร์ตเมนต์ คาดว่าในสิ้นปี 2561 จะครบทั้งหมด ส่วนการทำให้เกิดรายได้ยังอยู่ในช่วงศึกษา แต่ถ้าสำเร็จอาจช่วยด้านการตลาดได้ถึงเท่าตัว ซึ่งช่องทางโซเชียลกลายเป็นช่องทางแจ้งปัญหาที่ดีกว่าคอลเซ็นเตอร์ แต่ในอนาคตอยากเชื่อมกับลูกค้าเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีเพียงแค่เบอร์โทรศัพท์ในการเติมเงิน จึงหารือกับทางออราเคิลเพื่อเก็บข้อมูลอื่น ๆ รวมถึงช่วยวิเคราะห์ข้อมูล คาดว่าจะทำให้ต้นทุนลดลง 50%"

ด้านนายปราวีณ ทาเคอร์ รองประธานฝ่ายเทคโนโลยีทางธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ออราเคิล คอร์ปอเรชั่นกล่าวว่า คลาวด์ในคอนเซ็ปต์ของออราเคิลต้องมีการใช้ทรัพยากรร่วมกันและมีความยืดหยุ่น โดยนำข้อมูลไปอยู่บนคลาวด์ เชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทรานส์ฟอร์มใช้กับธุรกิจ โดยนำข้อมูลที่อยู่ในศูนย์สำรองมาทำการวิเคราะห์ ซึ่งในอนาคตอาจเห็นเรื่องอินเทอร์เน็ตออฟทิงส์(IoT) หรือแมชีนเลิร์นนิ่ง

นายพัทธนันท์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันตู้เติมเงินบุญเติมมีส่วนแบ่งตลาด 60% มี 102,294 ตู้ทั่วประเทศ และจะเพิ่มเป็น 120,000 ตู้ภายในสิ้นปี โดยให้บริการได้ 59 บริการ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดเป็นพาร์ตเนอร์กับธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย เปิดบริการโอนเงินซึ่งจะมีธนาคารอื่นเพิ่มขึ้นอีก คาดว่าจะมีทรานแซ็กชั่นเฉลี่ย 2 ล้านครั้ง/วัน และมีผู้ที่กลับมาใช้ถึง 23 ล้านคน มียอดเติมเงิน 23,000 ล้านบาท และในสิ้นปีนี้ตั้งเป้า 30,000 ล้านบาท



ผนึก "บุญรอดฯ" เพิ่มตู้ขายน้ำ

ปัจจุบันมีคนเติมเงินเฉลี่ย 80 ล้านบาท/วัน เป้าปีนี้อยู่ที่ 100 ล้านบาท/วัน โดยช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเติบโต 30% ทุกปี คาดว่าในปีนี้จะยังคงโต 30% ซึ่งในปีที่ผ่านมามีกรณีเอไอเอสยกเลิกการเติมเงินในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ทำให้ยอดเติมเงินที่ตั้งอยู่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเติบโตขึ้น 20%

"ตลาดพรีเพดปัจจุบันมี 72.5 ล้านคน โดย 32% เป็นลูกค้าบุญเติม และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ปีละประมาณ 10% โดยปีนี้คาดว่าจะโตเป็น 40% ขณะที่คู่แข่งเองก็เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งสัดส่วนการใช้จะเป็นการเติมเงินมือถือ 95% ที่เหลือเป็นการเติมเงินอื่น ๆ เช่น เกม อีวอลเลต, จ่ายบิล, อีคอมเมิร์ซ เป็นต้น"

และในปีนี้จะให้ความสำคัญกับบริการ "อีวอลเลต" ที่เพิ่งพัฒนาแอปพลิเคชั่น "บี วอลเลต" (Be Wallet) เนื่องจากบุญเติมเปลี่ยนจุดเปลี่ยนจากเงินสดเป็นเงินแบบดิจิทัล แต่บริษัทไม่รองรับอีมันนี่ ทำให้เป็นประโยชน์ให้กับแอปพลิเคชั่นวอลเลตอื่น ๆ อีกทั้งยังเตรียมนำไปใช้ต่อยอดกับธุรกิจตู้ขายน้ำที่ร่วมมือกับบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด โดยตั้ง 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง มีบุญรอดฯถือหุ้น 40% และบริษัท ฟอร์ท เบฟเวอร์เรจ มีบุญรอดฯถือ 60% โดยฟอร์ท เบฟเวอร์เรจจะเป็นผู้ผลิตสินค้าให้ "ฟอร์ท เวนดิ้ง" ซึ่งน้ำในตู้ 1 ส่วน 3 จะเป็นของบริษัทบุญรอดฯและในอนาคตตั้งใจผลิตน้ำขายเอง เมื่อมีจำนวนตู้ถึง 3-4 หมื่นตู้ ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันมีประมาณ 1,000 ตู้

ดัน "บี วอลเลต" เชื่อมออนไลน์

"ตู้น้ำจะเหมือนตู้บุญเติม แต่เพิ่มการขายน้ำและกำลังเจรจากับบริษัทที่มีอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มเพื่อให้ "บี วอลเลต" ซื้อของในอีมาร์เก็ตเพลซอย่างลาซาด้าและเว็บไซต์ขายตั๋ว เช่น คอนเสิร์ต, ตั๋วฟุตบอล เป็นต้น โดยสามารถชำระเงินผ่านตู้บุญเติมได้"

นอกจากนี้ ยังมองที่จะขายประกันผ่านตู้บุญเติม และมีแผนขยายตู้บุญเติมไปต่างประเทศด้วย เช่น ในประเทศเมียนมา และอินโดนีเซีย ซึ่งจะโฟกัสเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่มาก และคนยังไม่มีบัญชีธนาคาร และไม่มีบัตรเครดิตเยอะ เชื่อว่าถ้าเข้าไปได้จะเติบโตกว่าไทยถึง 5 เท่า และจากประสบการณ์ที่มีจากประเทศไทยแล้ว ดังนั้น บริษัทอยากจะดำเนินธุรกิจให้เร็วที่สุด โดยตั้งเป้าว่าใน 1-2 ปีจะมีตู้ 1 แสนตู้ ขณะนี้กำลังเจรจากับพาร์ตเนอร์ คาดว่าจะเสร็จในไตรมาส 4 ปีนี้

"ในอนาคตคนจะเริ่มใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ใช้ตู้น้อยลง แต่ตอนนี้ยังไม่กระทบ การเติบโตน่าจะไปได้ใน 5 ปี จากนั้นอาจเริ่มทรงตัว วิชั่นของบริษัทจึงเริ่มต่อยอดไปทางออนไลน์ เช่น อีเพย์เมนต์, อีคอมเมิร์ซ ส่วนธุรกิจอื่นที่ทำก็มีอีก เช่น ตู้เติมน้ำมัน มี 1,000 สาขาในต่างจังหวัด และจะทำตู้ชาร์จไฟสำหรับรถใช้ไฟฟ้าในอนาคตด้วย"

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View