เบรกแผนลงทุนอาเซียน "แฟมิลี่มาร์ท" ปรับสูตรสู้ศึกสะดวกซื้อ

updated: 18 พ.ค. 2560 เวลา 22:06:13 น.

 

คอลัมน์ Market Move

ปีนี้นับเป็นปีที่บรรดาผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อสัญชาติญี่ปุ่นทั้งเซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ทและลอว์สัน ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านไม่ว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศที่แข่งขันดุเดือดทั้งกับเพื่อนร่วมชาติและแบรนด์ท้องถิ่นขณะเดียวกันฝั่งตลาดบ้านเกิดยังมีสภาพสังคมสูงวัยที่ทำให้แรงงานขาดแคลนพร้อมกับการใช้จ่ายที่ลดน้อยลงเป็นโจทย์ใหญ่เช่นกัน

ล่าสุดผู้บริหารใหญ่ของ"แฟมิลี่มาร์ท" เช่นร้านสะดวกซื้ออันดับ 2 ของญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศทบทวนแผนลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องและจะหันไปเน้นตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญมากกว่าแทน

โดยสำนักข่าว "รอยเตอร์ส" รายงานว่า "โคจิ ทาคายานากิ" กรรมการผู้จัดการและเจ้าหน้าที่บริหารของแฟมิลี่มาร์ท ยูนี โฮลดิ้ง (FamilyMart UNY Holdings) กล่าวว่า บริษัทกำลังทบทวนแผนลงทุนธุรกิจร้านแฟมิลี่มาร์ทในประเทศไทย เวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งต่างอยู่ในสภาวะขาดทุนต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดไต้หวันและจีนที่เติบโตก้าวกระโดด

"แม้จะต้องการให้ธุรกิจในประเทศเหล่านี้ประสบความสำเร็จมากเพียงใดแต่บริษัทก็ไม่สามารถทุ่มทรัพยากรลงไปให้แบบไม่จำกัดได้"

ด้วยเหตุนี้บริษัทจะหันไปเน้นตลาดญี่ปุ่นเป็นหลักโดยอาศัยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคสร้างกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์อย่าง สินค้าใหม่และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายแม้การใช้จ่ายจะชะลอตัว รวมถึงนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้รับมือปัญหาขาดแคลนแรงงาน

พร้อมกับปรับโครงสร้างจำนวนสาขาใหม่หลังได้เชนร้านสะดวกซื้อเซอเคิลเค (Circle K) และซันคุส (Sunkus) เข้ามาจากการรวมบริษัทกับยูนี โฮลดิ้งเมื่อปีที่แล้ว โดยคาดว่าจะต้องปิดสาขาซึ่งพื้นที่ทับซ้อนกันลงอย่างน้อย 400 สาขา แต่บริษัทจะยังคงเป็นผู้เล่นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นด้วยจำนวนสาขากว่า 18,000 สาขาอยู่ และจะมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มจาก 3.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 8.79 พันล้านเหรียญสหรัฐภายใน 4 ปีตามที่ตั้งเป้าไว้

ทั้งนี้ปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ทมีสาขาร้านสะดวกซื้อ 130 แห่งในเวียดนาม ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงโฮจิมินห์และเมืองข้างเคียง โดยมีแผนขยายเพิ่มให้ถึง 150 สาขาภายในปีนี้ ส่วนในไทยปีนี้ได้ดึงระบบซัพพลายเชนมาบริหารเองเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเพิ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มให้มากขึ้นรวมถึงทุ่มงบฯ 600-700 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่อีก 100 สาขา จากปัจจุบันที่มี 1,130 สาขา

"ในขณะที่คู่แข่งอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นมุ่งขยายตลาดต่างประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา แต่เราจะขอโฟกัสตลาดบ้านเกิด ซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้ง่ายและแน่นอนกว่า"

นอกจากนี้ หัวเรือใหญ่ของแฟมิลี่มาร์ทยังเปิดเผยว่า มีแผนจับมือกับ 2 กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ในเอเชียอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์หรือ "ซีพี" ของไทย และ "ซิติก" (CITIC Ltd.) กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งมีกิจการหลากหลาย อาทิ การเงิน เหมืองแร่ อสังหาฯ โครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ เพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือจากร้านสะดวกซื้อ

หลังจากนี้ต้องรอดูว่าทิศทางของร้านแฟมิลี่มาร์ทในอาเซียนจะเป็นอย่างไรต่อไปและการหันมาเน้นตลาดญี่ปุ่นจะสร้างรายได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ พร้อมกับลุ้นว่าธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากการจับมือกับกลุ่มธุรกิจใหญ่ของเอเชียจะเป็นธุรกิจอะไรกันแน่

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม