"ผมชอบความท้าทาย" ภูริต ภิรมย์ภักดี ซีอีโอหัวใจสิงห์

updated: 19 พ.ค. 2560 เวลา 09:35:09 น.

 

สัมภาษณ์

นอกจากบทบาทของผู้บริหารหนุ่มมาดเข้ม แห่งอาณาจักรเบียร์สิงห์ หลายคนอาจไม่รู้ว่า "ภูริต ภิรมย์ภักดี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด คนนี้ยังพ่วงความสามารถด้านดนตรีและกีฬาเอาไว้อีกเพียบ ทั้งรถแข่ง สโนว์บอร์ด ฯลฯ

"ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับ "ภูริต" ในแง่มุมต่างๆ ทั้งบทบาทของการเป็นผู้บริหารที่ต้องวางแผนธุรกิจ มอบนโยบายต่าง ๆ ในการทำงาน และการดูแลพนักงานในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า รวมถึงแง่มุมของการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ ครอบครัว การบริหารจัดการเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

"ภูริต" เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะได้รับตำแหน่ง "ซีอีโอ" ของบุญรอดเทรดดิ้ง เขาผ่านการเรียนรู้งานทุกอย่างในบริษัท ตั้งแต่ขับรถโฟร์กลิฟต์ แล้วจึงค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาดูตำแหน่งสำคัญๆ เช่น ผู้จัดการพัฒนาธุรกิจและการตลาดของสินค้าน็อนแอลกอฮอล์ ฯลฯ

หรือในด้านของธุรกิจแอลกอฮอล์ "ภูริต" ได้ไปศึกษาศาสตร์ของการปรุงเบียร์และผลิตเบียร์จากเยอรมนี จนมีดีกรีเป็น "Brewmaster" หรือนายช่างปรุงเบียร์ คนที่ 3 ของตระกูลภิรมย์ภักดี ต่อจากคุณปู่ "ประจวบ ภิรมย์ภักดี" ซึ่งเป็น Brewmaster ไทยคนแรก และ "ปิยะ ภิรมย์ภักดี" (พี่ชายของคุณสันติ ภิรมย์ภักดี)

"การที่เราได้เรียนรู้ ลองผิดลองถูกตั้งแต่ต้น มันสร้างประสบการณ์ที่เงินก็หาซื้อไม่ได้ ผมจะรู้ว่าปัญหามันคืออะไร เกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขอย่างไร ผมเริ่มจากการดูธุรกิจเล็กๆ ในฝ่ายพัฒนาธุรกิจ R & D เริ่มจาก 2-3 คนในช่วงแรก แล้วก็เติบโตขึ้นจนมาเป็นหน่วยธุรกิจ F & B อาหารและเครื่องดื่ม วันนี้มีคนเกือบ 200 คน ซึ่งมันก็พิสูจน์แล้วว่าเราผ่านการเรียนรู้อะไรมา"

"ภูริต" บอกว่า เขาไม่ได้รู้ทุกเรื่อง แต่เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถในแต่ละจุดที่ต่างกันไป ดังนั้น หน้าที่ของเขาก็คือการนำทุกคนมาประกอบกันให้อยู่ในส่วนงานที่ถูกต้อง เพื่อนำบริษัทไปในทิศทางที่ต้องการและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยอาศัย "ทีมเวิร์ก" ทำไปด้วยกัน

แม้ในภาวะที่สภาพเศรษฐกิจ การแข่งขันของตลาด และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป ได้บีบให้การทำงานในวันนี้ ต้องหนักขึ้นและยากขึ้นไปอีก เขาก็ไม่กังวลและหอบความมั่นใจเต็มร้อย พร้อมสู้กับทุกสถานการณ์

"การแข่งขันมันก็สนุกดีครับ ผมชอบความท้าทาย ชอบการชาเลนจ์ ชอบการเจอปัญหาแล้วได้แก้ปัญหา มันได้ฝึกสมอง ฝึกทักษะ คนเราต้องมีความกระหายในการต่อสู้ ผมถึงกลับมาแข่งรถอีกครั้ง เพราะผมต้องการความกระหาย ต้องการที่จะรู้สึก ผมแพ้ได้นะ แต่ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะเห็นผม Struggle บ้างแต่ไม่เคยยอม เพราะผมเชื่อว่าถ้าเราต้องการอะไรจริงๆ เราจะสามารถทำมันได้"

จะเห็นว่าภาพของกลุ่มธุรกิจทั้งเบียร์ โซดา น้ำดื่ม ฯลฯ ถูกคู่แข่งโรมรันอย่างต่อเนื่อง แต่คีย์แมนของบุญรอดเทรดดิ้งผู้นี้ไม่เคยยอมแพ้ และหาวิธีที่จะเอาชนะการแข่งขันนี้อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกเบียร์น้องใหม่ "ยูเบียร์" การปรับฉลาก แพ็กเกจจิ้งของเบียร์ลีโอ เบียร์สิงห์ให้ทันสมัย ดูเป็นหนุ่มมากขึ้น

หรือเมื่อคู่แข่งออกโซดาตัวใหม่ เขาก็มี "โซดาลีโอ" ที่ออกมาแก้เกม เน้นการเข้าไปตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ไม่ชนกับโซดาสิงห์ หรือก็คือคนที่ชอบดื่มเหล้าผสมโซดาน้ำ เรียกได้ว่าขวดเดียวจบไม่ต้องผสมมิกเซอร์หลายรอบ

รวมถึงการคิดแคมเปญการสื่อสาร กิจกรรมการตลาดของแบรนด์ต่างๆ ที่โฟกัสไปตามทาร์เก็ตของกลุ่มสินค้านั้นๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเข้าถึงสูงที่สุด

"มันทำให้ตลาดเติบโตขึ้น และเราก็กลับมาดูตัวเองให้แข็งแรง เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราอยู่กับที่ เป็นเสือนอนกิน ก็ไม่เกิดอะไรใหม่ๆ ที่ชาเลนจ์"

และที่สำคัญ "ภูริต" ชี้ว่า การทำธุรกิจยุคนี้ให้มั่นคงและยั่งยืนที่สุด คือการเรียนรู้ว่าโลกได้เปลี่ยนไปแค่ไหน การทำธุรกิจต้องเรียนรู้ กล้าที่จะเปลี่ยน และกล้าที่จะยอมรับว่าของบางอย่างมันมีเวลาของมัน

"การทำงานวันนี้ต้องปรับตัวกันค่อนข้างมาก พูดง่ายๆ ว่าตาต้องมอง หูต้องฟัง ถ้าคิดว่าการทำเมื่อ 10 ปีที่แล้วจะประสบความสำเร็จใน 10 ปีข้างหน้านี้ มันเป็นไปไม่ได้แล้วเพราะโลกเปลี่ยนไป มันมีวัฏจักรของมัน"

"ภูริต" ยกตัวอย่างกระแสที่จะเข้ามา Disrupt ธุรกิจ เช่น อีคอมเมิร์ซ หรือฟินเทค ที่จะเข้ามาเป็นโจทย์ให้ผู้บริโภคได้เลือกมากขึ้น แม้ธุรกิจเบียร์จะไม่ได้พึ่งพาช่องทางดิจิทัลมากนัก แต่แน่นอนว่ายังมีเทรนด์อื่นๆ ในโลกที่กำลังเติบโตขึ้น เช่น คราฟต์เบียร์ ในขณะที่ลาเกอร์เบียร์หดตัวลง

"การที่เรามีวาไรตี้ของโปรดักต์ มันทำให้ผู้บริโภคเขาเลือกได้มากขึ้น การที่เรามีแค่สิงห์ ลีโอ หรือช้างในตลาด ผู้บริโภคก็เบื่อ เราต้องพยายามสร้างอะไรใหม่ๆ สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น ซึ่งยูเบียร์ก็เป็นตัวหนึ่งที่ออกมาเปลี่ยนแปลงตลาดได้ดี"

นอกจากด้านของการบริหารแล้ว ความท้าทายอีกอย่างของ "ภูริต" คือการจัดสรรเวลาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

เขาเล่าถึงหลักในการดำเนินชีวิตของตัวเองว่า "เราต้องทำทุกวันให้เสมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิต อย่าบอกว่ายุ่งเพราะไม่มีเวลา มันไม่ถูกต้อง"

เนื่องจากการทำงานของผู้บริหารยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศเป็นกิจวัตร แต่จะทำจากที่ไหนก็ได้ บางทีก็ Conference Call ประชุมทางโทรศัพท์แทน นอกจากเรื่องงานสิ่งที่ "ภูริต" ให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ ครอบครัว และการออกกำลังกาย

"ผมพยายามออกกำลังกายให้ได้วันละ 1 ชม. บางทีก็เป็นช่วงเย็น หรือบางทีก็เป็นช่วงเช้า ส่วนครอบครัวกับลูกๆ ก็จะให้เวลากับเขาช่วงเย็นก่อน ถ้าผมไม่ได้ไปทานข้าวหรือประชุมที่ไหน"

ไม่นานมานี้ผู้บริหารหนุ่มแห่งบุญรอดฯยังปลีกเวลาจากการบริหารซุ่มฝึกซ้อมรถแข่งจนสามารถพาทีม"สิงห์แพลนบีมอเตอร์สปอร์ต"เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งของศึกการแข่งขัน "เอเชี่ยน เลอ มังต์ สปรินท์ คัพ 2017" รุ่นจีที 3 สนามแรกของฤดูกาล ที่เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมาด้วย

"ผมจะไม่เคยบอกเลยว่าวันนี้ผมยุ่ง ไม่มีเวลา เพราะผมคิดว่าทุกอย่างมันมี Flexibility ของมัน ถ้าคุณรู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิตคุณ ณ เวลานั้นคุณก็ใช้มันให้ถูกต้อง แล้วคุณจะสามารถทำอะไรก็ได้"

สมเป็นผู้บริหารหัวใจสิงห์ตัวจริง

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View