"เบนซ์" ปักธงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แตกแบรนด์ "อีคิว" เลิกผลิตดีเซลเพิ่มสัดส่วนปลั๊ก-อิน

updated: 18 พ.ค. 2560 เวลา 10:00:00 น.

 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ แตกซับแบรนด์เพิ่มหลัง "เอเอ็มจี-มายบัค" สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนโลก ย้ำภาพลักษณ์ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าเปิดแบรนด์ "อีคิว" ประกาศขยับสัดส่วนไฮบริดและปลั๊ก-อิน ไฮบริด เป็น 40% ของยอดขายทั้งหมด หยุดผลิตเครื่องดีเซล ปลื้มเดือนเมษายนขายทะลุ 1,232 คัน เทียบปีที่แล้ว โต 75% พร้อมส่ง อี 350อี ใหม่กวาดตลาดเพิ่ม

นายฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทต้องการขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า ดังนั้นจึงได้แตกแบรนด์ "อีคิว" หรืออีเล็คทริก อินเทลลิเจนซ์ บาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขึ้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนในแง่การทำตลาด ซึ่งหลังจากนี้กลุ่มรถยนต์ไฮบริด ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ไปจนถึงรถอีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตจะอยู่ในแบรนด์อีคิวทั้งหมด เพื่อให้เห็นความชัดเจนด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันกับที่บริษัทมี ซับแบรนด์อย่าง เอเอ็มจี ที่มุ่งเน้นกลุ่มรถยนต์แนวสปอร์ต ในขณะที่แบรนด์มายบัคมุ่งเน้นไปยังกลุ่มรถยนต์แนวอัลตราลักเซอรี่ที่ประสบ ความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม

และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย บริษัทยังได้ให้น้ำหนักให้กับแบรนด์อีคิวเป็นพิเศษ โดยจะเพิ่มสัดส่วนการขายรถยนต์ในกลุ่มนี้จากเดิม 30% เป็น 40% และมีแนวโน้มที่จะเลิกผลิตเครื่องยนต์ดีเซล หลังจากที่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าได้การตอบรับจากผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้จะมีรถรุ่นใหม่ ๆ พร้อมนำเสนออีกหลายโมเดล นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะสถานีชาร์จไฟ

โดย ล่าสุดได้เจรจากับศูนย์การค้าหลายแห่ง เพื่อติดตั้งจุดชาร์จไฟ ซึ่งจะครอบคลุมถึง 14 แห่ง ทั้งสยามดิสคัฟเวอรี่, เซ็นทรัล เวิลด์ และพาราไดซ์ พาร์ค และยังกำหนดเป็นนโยบายให้ดีลเลอร์ทุกรายจะต้องลงทุนติดตั้งมีจุดชาร์จไฟ มากกว่าโชว์รูมละ 3 จุดด้วย

"แบรนด์อีคิวนี้เพิ่งลอนช์ที่ปารีส มอเตอร์โชว์ เมื่อปีที่แล้ว บ้านเราถือว่าการตอบรับดีมาก จะเห็นว่ายอดขายรถยนต์ในกลุ่มไฮบริดและปลั๊ก-อิน ไฮบริด เดินได้ดีมาก เดือนเมษายนที่ผ่านมาถือว่าเราประสบความสำเร็จเกินคาด ยอดขายพุ่งขึ้นไปถึง 1,232 คัน เทียบเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา เราโตถึง 75% ส่วนยอดขาย 4 เดือนเราทำได้สูงถึง 4,414 คัน โตเพิ่ม 39% วันนี้เราพยายามสานต่อเจตนารมณ์ในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะเติมเต็มทุกแนวคิดเกี่ยวกับการเดินทางแห่งอนาคต และการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เราได้วางรากฐานไว้เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานไปจนถึงปี 2025"

นายฟรังค์กล่าวอีกว่า ประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมี่ยมที่นำเสนอรถยนต์เทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริดที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งในกลุ่มคอมเทมโพรารี่ ลักเซอรี่ และเอสยูวี โดยเมื่อปีที่แล้วได้เปิดตัว ซี 350อี, เอส 500อี, จีแอลอี 500อี ปีนี้ยังได้นำเสนออี 350อี เพิ่มเติม โดยยังคงรูปลักษณ์อันโดดเด่น สมรรถนะอันยอดเยี่ยม เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยอันเป็นเลิศ ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกรูปแบบการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น การขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบเมื่อขับขี่ภายในเมือง หรือการขับขี่แบบไฮบริดที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ทั้งความประหยัดและการตอบสนองที่รวดเร็ว พร้อมมอบสุนทรียะทุกครั้งที่ขับขี่

"อี 350อี ประหยัดพลังงานด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยถึง 40-47.62 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมด้วยการปล่อย CO2 เพียง 49-57 กรัม/กิโลเมตร รวมถึงขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 33 กิโลเมตร ซึ่งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าได้กำลังรวมกัน 286 แรงม้า และมีแรงบิดสูงถึง 550 นิวตันเมตร ช่วยทำให้รถยนต์อี 350อี มีสมรรถนะการขับขี่เทียบเท่ารถสปอร์ต แต่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำกว่ารถยนต์คอมแพ็กต์ทั่วไป"

นายฟรังค์ กล่าวอีกว่า อี 350อี มาพร้อมกับไฟหน้าแบบมัลติบีมเลด มีระบบส่องสว่างอัจฉริยะ โคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย เพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้งซึ่งล่าสุดเทคโนโลยี นี้ได้รับรางวัล Red Dot Award ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกด้านการออกแบบโดยรางวัลนี้ถือเป็นเครื่องรับรองถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตบรรจง มีการใช้นวัตกรรมอันล้ำสมัย ผสานทั้งคุณภาพและสุนทรียะเข้าไว้อย่างลงตัว

"ตัวโคมไฟหน้าแต่ละโคม จะประกอบด้วยหลอดไฟแอลอีดีประสิทธิภาพสูงจำนวน 84 หลอดที่ทำงานได้อย่างเป็นอิสระ ชุดไฟหน้าจะสามารถส่องพื้นถนนข้างหน้ารถได้โดยอัตโนมัติไม่รบกวนสายตาเพื่อร่วมทาง"

อี 350อี มีให้เลือก 3 รุ่น Avantgarde ราคา 3,490,000 บาท, Exclusive ราคา 3,790,000 บาท และ AMG Dynamic ราคา 4,090,000 บาท
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม