ลาบานูน คอนเสิร์ตเปิดกล่อง หอม หวาน มัน อร่อย

updated: 17 พ.ค. 2560 เวลา 20:46:00 น.

 

"ลาบานูน" วงดนตรีร็อกจากดินแดนปลายด้ามขวาน อยู่ในวงการเพลงมานาน 20 ปี ออกทัวร์แสดงคอนเสิร์ตทั่วประเทศมาแล้วไม่น่าจะน้อยกว่า 2,000 ครั้ง (นับเฉลี่ยปีละ 100 งาน ความจริงบางปีมีมากราว 300 งาน) แต่พวกเขาเพิ่งมีคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ในชื่อ "ลาบานูน คอนเสิร์ตเปิดกล่อง"

คำว่า "ลาบานูน" เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า "นมสด" งานนี้เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรก จึงเป็นที่มาของชื่อ "คอนเสิร์ตเปิดกล่อง" งานนี้พวกเขาหอบเพลงฮิตเพลงดังขึ้นเวทีแน่นเอี้ยดให้สมกับรอคอยกันมานาน โดยมี "กบ บิ๊กแอส" ผู้อยู่เบื้องหลังเนื้อเพลงฮิตกว่าครึ่งของลาบานูน เป็นมิวสิกไดเร็กเตอร์ของคอนเสิร์ตนี้

บทเพลงดังเพลงแล้วเพลงเล่าถูกบรรเลงต่อหน้าแฟนเพลงตัวจริงเสียงจริงของวงเต็มพื้นที่ฮอล์

เป็นบรรยากาศที่อบอุ่น ชวนคิดถึงอดีตอันหอมหวานที่พวกเขาส่งเพลงออกมาขึ้นชาร์ตทั่วประเทศอย่างครบรสชาติ ทั้งเพลงสนุก สุข เศร้า

เปิดกล่องเริ่มโชว์ด้วยภาพที่เมธีนักร้องนำปรากฏตัวพร้อมกีตาร์บนเวทีเล็กกลางฮอล์เปิดโชว์ด้วยเพลงเศร้า "หนักใจ" ตามด้วย "แฟนเก่า" เล่นเอาขนลุกไปทั้งฮอล์ ก่อนที่นักร้องนำตัวเล็กจะเดินฝ่าแฟนเพลงไปเสิร์ฟความมันบนเวทีใหญ่ด้วยเพลง "ศึกษานารี" ตามด้วย "พนักงานดับเพลิง" แล้วย้อนไปเพลงน่ารัก ๆ ในอดีตยุคต้น ๆ ของวงในเพลง "ถูกทุกข้อ" ต่อด้วย "Help Me Please" แล้วพักหายใจกับชุดเพลงช้าของคนเจียมตัว

"คำต้องห้าม" "บังอาจรักเธอ" และ "ฝันหวาน"



พอถึงคิวแขกรับเชิญคนแรก "หมู บิ๊กแอส" รุ่นพี่นักดนตรีที่คลุกคลีทำงานด้วยกันมานานตั้งแต่แรกเข้าวงการก็ออกมาโชว์ลีลาลีดกีตาร์ให้คนดูกระโดดกันในเพลง "ตายดาบหน้า" "สตันต์แมน" และ "เด็กเมื่อวานซืน" ซึ่งเมธีเฉลยเหตุผลที่เชิญหมู บิ๊กแอส มาเป็นแขกรับเชิญเพราะเป็นคนให้ยืมกีตาร์ตอนทำอัลบั้มชุดแรก

จากนั้นแขกรับเชิญคนที่ 2 ศิษย์เก่าร่วมเวทีฮอตเวฟ มิวสิก อวอร์ดส คือ "ลุลา" ที่ออกมาส่งเสียงใส ๆ ในเพลง "แอบรัก" ของลาบานูน และ "เรื่องที่ขอ" เพลงของเธอเอง



แล้วเข้าสู่ช่วงสำคัญเมื่อเพลง "ยาม" ดังขึ้นพร้อมแขกรับเชิญคนพิเศษ "สมพร ยูโซ๊ะ" มือกลองคนแรกของวงลาบานูน ที่ออกมาโซโล่กลองอย่างเมามัน เป็นภาพที่แฟนเพลงลาบานูน

คุ้นตาเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต

จากนั้นสมพรก็โชว์สกิลดวลกลองกับสมเมย์มือกลองคนปัจจุบันได้มันส์หยดติ๋งในเพลง "Go On" เรียกเสียงตบมือได้กระหึ่มยาวนาน

ความเดือดลดดีกรีลงเมื่อแขกรับเชิญอีกคนคือ "โอม บอดี้สแลม" โชว์เสียงเปียโนเพราะ ๆ ในเพลง "เหตุผลที่หายใจ" "ใจกลางเมือง" "เป็นตายร้ายดี"

และพิเศษอีกหนึ่งเพลงในเพลง "โอ้เพื่อนเอ๋ย" ที่มีน้อง ๆ จากโรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (โรงเรียนเก่าของเมธี, อนันต์ และสมพร ซึ่งเป็นสถานที่กำเนิดวงลาบานูน) มาร่วมประสานเสียงด้วย





จากนั้นเมธีโชว์ทักษะฝีมือตีกลองบานอ พร้อมน้อง ๆ คณะลิเกฮูลูจากโรงเรียนอิสลามฯ ในเพลง "พลังงานจน" "ใจง่าย" ที่มีแขกรับเชิญคนสุดท้าย "เปาวลี พรพิมล" ออกมาแจมด้วย เพลงนี้เมธีมันจนต้องลงจากเวทีไปร้องเพลงกับคนดู

ก่อนที่ความซึ้งจะมา เมธีจะกลับขึ้นเวทีมาเล่าความในใจทั้งน้ำตาขอบคุณค่ายจีนี่ฯ และทีมงานทุกคนรวมถึงคนสำคัญคือ กบ บิ๊กแอส ที่เป็นคนชักชวนให้วงลาบานูนกลับมาทำงานเพลงอีกครั้ง และขอบคุณคนดูที่เป็นกำลังใจให้กันมาตลอด 20 ปี ทำเอาคนดูน้ำตาซึมไปด้วย

ซึ้งกันแล้วก็เข้าสู่ช่วงสุดท้าย ในเพลงฮิตจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด "เชือกวิเศษ" และ "แพ้ทาง แล้วย้อนไปสู่ชุดเพลงฮิตยุค 3 อัลบั้มแรกของวงที่ดังระเบิดทำยอดขายล้านตลับติดต่อกัน 3 ชุด ในเพลง "191" "คนตัวดำ" และ "ยาม" ปิดเวทีโดยมีลูกบอลยักษ์สีส้มปล่อยออกมาให้คนดูเล่นด้วย

จบคอนเสิร์ตไปอย่างสมบูรณ์ ถือเป็นคอนเสิร์ตที่ครบรส หอม ข้น หวาน มัน สมกับความหมายชื่อวงลาบานูนที่ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวังมาตลอด 20 ปี
 
 
Desktop View