"บ้านท่าขันทอง" เชียงราย แอ่วโฮมสเตย์ เที่ยวสนุก สุขภาพดี

updated: 20 พ.ค. 2560 เวลา 10:45:06 น.

 

ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิต รวมถึงด้านสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านท่าขันทอง หมู่ 3 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งหมู่บ้านโฮมสเตย์ "บ้านท่าขันทอง" ขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่เข้ามาเยือนไม่ขาดสาย

โฮมสเตย์บ้านท่าขันทองเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของ"เศรษฐศักดิ์ พรหมมา"ปลัดเทศบาลตำบลบ้านแซวร่วมกับกลุ่มชาวบ้านท่าขันทองที่ต้องการพัฒนาท้องถิ่นขณะเดียวกันก็ได้รับการช่วยเหลือจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายนำโดยผศ.ดร.ชูกลิ่น อุ่นวิจิตร ดร.ฤดีกร เดชาชัย อ.ปทุมพร แก้วคำ ที่เข้ามาวิจัยเพื่อพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน ต.บ้านแซว จนมีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการโฮมสเตย์ ที่มีนายเสถียร บุญปก เป็นประธาน และมีกรรมการบริหารงาน จนกลายมาเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเป็นโฮมสเตย์บ้านท่าขันทองในปัจจุบัน

สำหรับบ้านเรือนที่เป็นสมาชิกโฮมสเตย์ จะมีการจัดห้องนอนและห้องพักผ่อนได้อย่างน่าอยู่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต WiFi ผลไม้ แปลงผักปลอดสารเคมี ป้ายแจ้งระเบียบการเข้าพัก เบอร์โทรศัพท์สถานที่สำคัญ ฯลฯ ซึ่งถูกกำหนดให้มีเหมือนกันทั้งหมด

นอกจากนั้นภายในหมู่บ้านยังมีศูนย์ประสานงาน ศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำอาหาร ศูนย์ทอผ้า ร้านถั่วดาวอินคา พร้อมทั้งมีกิจกรรมต่าง ๆ รองรับตามความต้องการของผู้เข้าพัก เช่น การแสดงทางวัฒนธรรม ล่องแม่น้ำโขง หรือชมหาดก้อนหินเพื่อสุขภาพเท้าบนเกาะ เป็นต้น

ทั้งนี้มนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของโฮมสเตย์บ้านท่าขันทองคือ ผู้เข้าพักกับโฮมสเตย์สามารถหารือกันได้ว่าจะพักอย่างไร เช่น สามารถเลือกได้ว่าจะเข้าพักเพียงอย่างเดียวและไปเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ด้วยรถอีแต๊ก หรือหัวรถไถลาก



ส่วนอาหารการกินก็จะมีการจัดอาหารพื้นเมืองให้รับประทาน แต่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเก็บผักในแปลงผัก เพื่อให้นำมาปรุงหรือปรุงเองในห้องครัวได้ อีกทั้งโฮมสเตย์แต่ละหลังยังมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันด้วย เช่น บ้านชื่นจิตและบ้านชิดชอบ มีศูนย์ทอผ้าและผลิตภัณฑ์ผ้า บ้านหยก-อนันต์ มีเมนูไก่ใต้น้ำให้ชิม และมีการนวดข้าวแบบโบราณ บ้านเพชรพริ้มมีห้องกว้างรับผู้เข้าพักได้มาก บ้านพริกหวานอยู่ติดแม่น้ำโขง ทิวทัศน์สวยงาม และมีสวนผักกว้างขวาง เป็นต้น

โดยหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายที่การันตีถึงคุณภาพ ได้แก่ Thailand Tourism Award รางวัลกินรี ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยว ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2556 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รางวัลโฮมสเตย์มาตรฐานที่ 1 ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2558 ของกรมการท่องเที่ยว รางวัล Village to the world ชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 1 ใน 7 ระดับประเทศ ปี 2560 ของ ททท. รางวัลชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ ธ.ก.ส. ปี 2560 เป็นต้น

"เศรษฐศักดิ์" บอกว่า ปัจจุบันมีสมาชิกโฮมสเตย 21 หลังคาเรือน ซึ่งมีข้อกำหนดให้แต่ละหลังพัฒนาบ้านของตัวเอง เช่น มีจุดถ่ายภาพ ป้ายชื่อบ้าน รู้จักการให้บริการอย่างถูกต้อง โดยที่ผ่านมาชาวบ้านจึงไปจัดทำเป็นห้องพักหลังละ 1-4 ห้อง แต่ละห้องรองรับผู้เข้าพักได้ตั้งแต่ 2-10 คน โดยเราเน้นให้ได้มาตรฐาน โดยอิงมาตรฐานของโรงแรม สิ่งหนึ่งที่เราคำนึงถึงเสมอคือต้องพัฒนาเสมอ โดยให้สมาชิกเข้าอบรมสัมมนาและหาความรู้เพื่อนำมาปรับพัฒนาโฮมสเตย์

"กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่ไปเยือนแรกๆเป็นกลุ่มผู้ไปศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวจากนั้นก็เป็นกลุ่มวิจัยด้านการท่องเที่ยวปัจจุบันมีหลากหลายโดยนิยมไปกันเป็นกลุ่มๆหลังๆ มีบริษัททัวร์ไปติดต่อจึงเริ่มมีการตกลงเรื่องราคา โดยชาวบ้านขอค่าบริหารจัดการและค่าบริการราว 25-30% ซึ่งก็แล้วแต่จะตกลงกันเป็นกรณี ๆ ไป"


ดังนั้นจึงคาดหวังว่าในอนาคตจะมีองค์กรหรือเอกชนนำเที่ยว ที่จะมาเป็นตัวกลางระหว่างนักท่องเที่ยวผู้เข้าพักกับชาวบ้านเพื่อวางมาตรฐานและสร้างความยั่งยืนให้กับโฮมสเตย์บ้านท่าขันทองต่อไป



ด้าน"เสถียร บุญปก"ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านท่าขันทองกล่าวว่าปกติโฮมสเตย์บ้านท่าขันทองจะคิดราคาเข้าพักคืนละ300 บาทต่อคน และถ้ามีอาหารเช้าก็จะคิด 400 บาท บางครั้งต้องการท่องเที่ยวตามจุดต่าง ๆ มาทริป 2 วัน 1 คืน ราคา 1,500 บาท และกรณีจะเดินทางด้วยรถอีต๊อกไปตามสถานที่ต่าง ๆ ก็จะคิดราคาสถานที่ละ 500 บาท นั่งเรือไปยังเกาะกลางแม่น้ำโขงคิดราคาให้คนเดินเรือเที่ยวละ 1,000 บาท ซึ่งเมื่อถึงกลางเกาะจะมีอาหารเสิร์ฟ เช่น หมูย่าง ข้าวหลาม หรืออาหารที่ต้องการอื่น ๆ

หากกรุ๊ปทัวร์ต้องการการแสดงกลองยาวคิดราคา 3,000 บาท ฟ้อนรำ 1,200-1,600 บาท ฯลฯ ซึ่งราคาต่าง ๆ เหล่านี้ หากเป็นกรุ๊ปใหญ่ก็จะถัวเฉลี่ยกันจ่ายน้อยลงบางกรุ๊ปไปกันเยอะก็จ่ายแค่คนละ 300-400 บาท

โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง นับเป็นโมเดลตัวอย่างของการพัฒนาท้องถิ่นให้เชื่อมโยงกับเทรนด์การท่องเที่ยวที่กระจายลงสู่ชุมชนได้มากขึ้น

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์@prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น>>Prachachat<<ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม