หนุนเจรจาลาวปลุกค้าชายแดน เพิ่มเพดานสินค้านำเข้าจากไทย

updated: 19 พ.ค. 2560 เวลา 08:50:19 น.

 

สภาหอการค้าฯชง "สมคิด" เจรจาลาว ปลุกการค้าชายแดน-ท่องเที่ยว จี้คมนาคมเพิ่ม 3 เส้นทางเชื่อมลาว-เวียดนาม เปิดเสรีนำเข้าข้าวโพด-มัน หนุนร่วมพัฒนาเขต ศก.พิเศษ เพิ่มเพดานสินค้านำเข้าจากไทย

แหล่งข่าวจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทย นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค. 2560 นอกจากจะมีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านการค้า การลงทุนระหว่าง 2 ประเทศแล้ว สภาหอการค้าฯได้เสนอให้มีการเจรจาเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าชายแดน การส่งเสริมการท่องเที่ยวรวมทั้งหาทางแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับ สปป.ลาวเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและความสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นการสานต่อความร่วมมือของทั้ง2 ประเทศ หลังก่อนหน้านี้ตัวแทนภาครัฐและเอกชนไทยได้ประชุมหารือติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนระหว่างไทยกับ สปป.ลาว และตัวแทนภาคเอกชนไทยนำโดย นายอาสา สารสิน ได้นำคณะไปประชุม Lao-Thai Business Forum ร่วมกับภาคเอกชนลาว ที่ สปป.ลาว ช่วงกลางเดือน ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา พบว่าปัจจุบันการค้าการลงทุนระหว่างเอกชนไทยกับเอกชนลาวยังมีปัญหาอุปสรรคหลายด้าน จึงเสนอขอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขเพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่าง 2 ฝ่ายมากขึ้น

เพิ่มเส้นทางการค้า-ท่องเที่ยว

ข้อเสนอของเอกชนไทยโดยสภาหอการค้าฯ มีทั้งเรื่องการพัฒนาเส้นทางคมนาคม และการแก้ปัญหาการค้าชายแดนที่เป็นอุปสรรคทั้งของฝ่ายไทยและ สปป.ลาวอาทิ เสนอรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงคมนาคม ขยายเส้นทางเศรษฐกิจเพิ่ม 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.เส้นทางคู่ขนานPara North-South บ่อเต็น-อุดมชัย-หลวงพระบาง-ไชยบุรี-แก่นเท้า-ท่าลี่-เลย-เพชรบูรณ์-สระบุรี-กรุงเทพฯ เชื่อมเส้นทาง R3A ทางฝั่งไทย ที่ด่านผาแก้ว และด่านภูดู่ จ.อุตรดิตถ์

2.เพิ่มเส้นทาง East West Economic Corridor จากกาฬสินธุ์-สกลนคร-นครพนม ผ่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ที่คำม่วน ไปถนนหมายเลข 12 ผ่านด่านนาพาว ด่านจาลอ ในเวียดนาม ไปเชื่อมถนนหมายเลข 1 ที่ฮาติง เวียดนาม 3.คู่ขนาน Para East West Economic Corridor จากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ผ่านช่องเม็ก วันเตา สปป.ลาว-จำปาสัก-อัตตะปือ-คอนทุม ในเวียดนาม

ขอนำเข้าข้าวโพด-มันสำปะหลัง

ขอให้ทางการไทยอนุญาตให้นำเข้าสินค้าเกษตรบางรายการอย่างข้าวเหนียวข้าวโพด มันสำปะหลัง จาก สปป.ลาว โดยเปิดให้สามารถขายในประเทศไทยได้อย่างเป็นทางการ จากปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าสินค้าดังกล่าวผ่านตามแนวชายแดน และให้ยกฐานะจุดผ่อนปรน ด่านบ้านฮวก จ.พะเยา ด่านปางมอน เมืองเชียงฮ่อน แขวงไชยบุรี สปป.ลาว ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรเพื่อสนับสนุนการค้าและการท่องเที่ยว ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและ สปป.ลาว อยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่การขอนำเข้าข้าวเหนียว ปัจจุบันติดข้อกฎหมายไม่สามารถนำเข้าได้ ในทางปฏิบัติต้องเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาทบทวน

ส่วนการนำเข้าข้าวโพด แม้สามารถนำเข้าได้ตามพันธกรณีความตกลงองค์การค้าโลก (WTO) แต่อัตราภาษีอยู่ในระดับที่สูง

เพิ่มเพดาน VAT เป็น 200 US

การแก้ปัญหากรณี สปป.ลาว จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10 % สำหรับการนำเข้าสินค้าจากฝั่งไทย ในส่วนของสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าเกินกว่า 50 เหรียญสหรัฐขึ้นไป หรือประมาณ 1,500 บาท เอกชนไทยขอให้รัฐบาลไทยเจรจาขอผ่อนปรนกับรัฐบาล สปป.ลาว โดยขอให้ขยายเพดานการจัดเก็บภาษีดังกล่าว โดยเพิ่มวงเงินจากเกินกว่า 50 เหรียญสหรัฐขึ้นไป เป็นเกินกว่า 200 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 6,000 บาทขึ้นไป ซึ่งจากการหารือร่วมกันระหว่างเอกชนไทยกับเอกชนลาวได้ข้อสรุปว่า เอกชนลาวจะช่วยผลักดันเรื่องนี้อีกทางหนึ่ง และให้เปิดจุดบริการคืน VAT สำหรับประชาชน และนักท่องเที่ยวไทยและลาวบริเวณด่านชายแดน

ร่วมพัฒนาเขต ศก.พิเศษ

นอกจากนี้เพื่อความสะดวกทางการค้า ขอให้สถาบันการเงินไทยตามด่านชายแดนรับแลกเปลี่ยนเงินสกุลกีบ กับลดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินระหว่างกัน ลาวขอให้ผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปขาย สปป.ลาว ปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์โดยให้ติดฉลากสินค้าเป็นภาษาลาว ให้ควบคุมไม่ให้นำสินค้าหมดอายุเข้าไปขายใน สปป.ลาว การร่วมกันศึกษาแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการค้า การเงิน และอุตสาหกรรม หรือ Joint Border Special Economic Zones เชียงราย-แขวงบ่อแก้ว, เขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย-ท่านาแล้ง เวียงจันทน์, นครพนม-ท่าแขก, มุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต และช่องเม็ก-วังเตา

การร่วมกันศึกษาและพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการค้าชายแดน การรณรงค์ให้นักธุรกิจชายแดนทั้งไทยและลาวนำเอกสาร Form D มาใช้เพื่อลดต้นทุนในการนำเข้าและส่งออก การขยายเวลาปิดด่านหนองคาย มุกดาหาร และนครพนม จากปัจจุบัน 22.00 น. เป็น 24.00 น. ฯลฯ

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
 
 
Desktop View