"เอ็มจี" ชวนขับชิว...เลาะริมทะเลเมืองจันท์

updated: 16 พ.ค. 2560 เวลา 14:40:00 น.

 

ท่ามกลางอุณหภูมิร้อนระอุ ทะลุปรอทของกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของเรา ทางเอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จึงชักชวนสื่อมวลชนร่วมหลบร้อน รับลมทะเล ไปชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ และถนนเส้นที่ได้ขึ้นชื่อว่า สวยงามที่สุดของอ่าวไทย นั่นคือ เมืองจันทบุรี โดยมีรถยนต์ 2 สายพันธุ์ซีดาน เอ็มจี5 และเอ็มจี6 ซึ่งสะท้อนปรัชญาการออกแบบด้วย Brit Dynamic ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ การบังคับควบคุม และความปลอดภัย พร้อมระบบ inkaNet เป็นพาหนะในการเดินทางครั้งนี้

และแน่นอนที่สุดหากใครขับรถหลบลมร้อมมาบนเส้นทางเลียบชายทะเลเมืองจันทบุรี ผ่านอ่าวคุ้งกระเบน และหาดคุ้งวิมาน คงหนีไม่พ้นที่จะต้องขับรถลัดเลาะ ชมความงดงามของเนินนางพญา ตามแนวถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ที่นี่นับเป็นแลนด์มาร์คอีกจุดหนึ่ง ที่บรรดานักปั่นจักรยานจากทั่วสารทิศกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องหาโอกาสมาปั่นให้ได้ พวกเราจึงไม่พลาดที่จะเหน็บจักรยานมาปั่นบนเส้นทางสวยๆแบบนี้สักครั้ง



หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า แล้วรถยนต์ซีดานอย่าง เอ็มจี5 และเอ็มจี6 จะขนจักรยานมาได้อย่างไร..?

เอาเป็นว่า ถ้าคุณมีจักรยานเพียงคันเดียว ทั้งเอ็มจี5 และเอ็มจี6 สามารถพับพนักพิง ของที่นั่งตอนหลังแบบ 60:40 ให้คุณนำจักรยานสอดเข้ามาจากห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายได้ แต่ถ้าคนมีจักรยานมากกว่า 1 คัน คุณสามารถหาแร็คติดท้ายรถ สำหรับแขวนจักรยานมาพ่วงด้านท้ายได้เช่นกัน

ขบวน MG กินลม ชมทะเล ของเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเเลือกใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี หรือมอเตอร์เวย์) ไปจนถึงอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จากนั้นแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 344 (ชลบุรี-แกลง) ผ่านอำเภอบ้านบึง อำเภอวังจันทร์ และอำเภอแกลง จากนั้นแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3 ขับต่อไปอีกประมาณ 115 กิโลเมตร จนถึงถนนเฉลิมบูรพาชลทิต



ซึ่งตลอดเส้นทางกว่า 260 กิโลเมตร ทั้งเอ็มจี5 และเอ็มจี6 ให้ความสะดวก เพลิดเพลินในการขับขี่ โดยเฉพาะบางช่วงที่ทำความเร็วสูงกว่า 130 กม.ต่อชม. รถยนต์เอ็มจียังให้ความมั่นคง และมีการทรงตัวที่ดี นอกจากนี้ในช่วงเส้นทางชลบุรี-แกลง ขบวนรถยนต์เอ็มจีของเรา ยังต้องเผชิญกับพายุฤดูร้อนโดยไม่คาดคิด แต่ด้วยระบบรองรับที่มั่นคง และมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เราความคุมรถได้อย่างมีเสถียรภาพ และเดินทางได้อย่างปลอดภัย

โดยบุคลิกของพี่ใหญ่อย่างเอ็มจี6 ให้ความสุขุม เงียบ แต่สามารถเพิ่มความสปอร์ตเร้าใจ ด้วยโหมดการขับขี่แบบ Sport และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นปรับระดับ 4 ทิศทางพร้อม Paddle Shift ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส



เอ็มจี6 มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทอร์โบ ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 161 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 215 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85  NEW MG6 มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด DCT (Dual Clutch Transmission) ช่วยลดระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ลงเหลือเพียง 0.2 วินาทีเท่านั้น

สำหรับภายในห้องโดยสาร ดีไซน์ใหม่ 2 บุคลิก 2 โทนสี ทั้งโทนสีดำและสีเบจ โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยคอนโซลหน้าสีเทาเข้มพร้อมจอมาตรวัดดีไซน์ใหม่ ครบทุกฟังก์ชันความบันเทิงทั้ง CD และ MP3 หน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง บลูทูธ กล้องมองหลัง และลำโพงคุณภาพสูง 8 ตำแหน่ง รองรับ USB และ AUX ช่วยเพิ่มความบันเทิง และความปลอดภัยตลอดทุกการเดินทาง
นอกจากนี้ยังมีหลังคาซันรูฟปรับด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ในทุกการเดินทาง



ทางด้านซีดานรุ่นน้องอย่างเอ็มจี5 มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 บุคลิก ได้แก่ เครื่องเบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กําลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ในรอบต่ำช่วง 2,000-4,400 รอบต่อนาทีและ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร ให้กําลังสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนําที และแรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที  ซึ่งรองรับน้ำมันE85 ทั้ง 2 เครื่องยนต์

โดยบุคลิกของเอ็มจี5 จะให้ความสนุกสนาน ปราดเปรียว และมีความคล่องตัว แต่ก็ยังคงความหรูหรา กว้างขวางของห้องโดยสาร ในรถยนต์สไตล์ซีดาน

ภายในห้องโดยสารเอ็มจี5 มีความกว้างขวางเทียบเท่ารถคอมแพ็ค  นั่งได้ สบาย เข้าออกสะดวก ด้วยความกว้าง 1,805 มิลลิเมตรที่กว้างที่สุดในรถตลาสเดียวกัน พร้อมความสูง 1,486 มิลลิเมตร ให้พื้นที่ว่างเหนือศีรษะนั่งสบายไม่อึดอัด และใส่ใจกับประโยชน์ใช้สอย ด้วยลิ้นชักเก็บสัมภาระใต้เบาะที่นั่ง



นอกจากนี้เอ็มจียังได้เลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพทั้งเบาะหนังที่ให้ความรู้สึกได้ถึงความเรียบหรูและประณีตในโทนสีดํา และเบจ การออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ที่เรียบง่าย แต่มีสไตล์อย่างลงตัวทุกการควบคุมด้วยแผงคอนโซล หน้าดีไซน์แบบมินิมอล พร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อม Paddle Shift สะดวก ยิ่งขึ้นด้วยระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนําทาง แสดงภาพกล้องมองหลัง เชื่อมต่อ โทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ช่องต่อ AUX และ USB

และที่สำคัญทั้งเอ็มจี5 และเอ็มจี6 ยังมาพร้อมกับระบบ inkaNet ซึ่งเป็นระบบที่ใช้สื่อสารระหว่างรถยนต์ MG กับผู้ขับขี่ โดยเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย ที่ให้ความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรถ สถานะของรถ การจราจร เส้นทาง ระบบนำทางที่สามารถกำหนดเพิ่มเติมสถานที่ที่สนใจของผู้ขับขี่ได้ด้วยตัวเอง โดยผู้ใช้สามารถใช้งานและสั่งการได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนและหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อความสะดวก ปลอดภัย และวางใจได้ในการขับขี่ในทุกการเดินทาง



สำหรับการเดินทางในรูปแบบขับชิว...ปั่นชิว...ไปกับ MG ในครั้งนี้ ต้องบอกว่า ครบรสชาติ ทั้งถนนที่สวยงาม ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดกับการปั่นจักรยานยามเช้า บนเส้นทางที่สุดชิก ได้ผจญกับพายุฤดูร้อน ซึ่งเปรียบเสมือนบททดสอบที่ดีสำหรับรถยนต์ MG ทั้ง 2 รุ่น และ MG5 กับ MG6 ก็ไม่ทำให้เราต้องผิดหวัง แต่กลับทำให้เรารู้สึกอุ่นใจกับระบบรองรับที่มีเสถียรภาพ และระบบความปลอดภัยที่มาครบครัน ตลอดการเดินทางในทริปนี้




 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม