"บิ๊กซี-เทสโก้" บุกอำเภอรอง พลิกกลยุทธ์เฟ้นช่องว่างปั๊มยอดขาย

updated: 15 พ.ค. 2560 เวลา 21:50:43 น.

 

ยักษ์ไฮเปอร์มาร์เก็ต "เทสโก้โลตัส-บิ๊กซี" แข่งหั่นราคาดุเดือดเป็นปกติ แต่ในสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อไม่เอื้อ สภาพตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป จึงเห็นการเฟ้นช่องว่างทางการตลาดใหม่ๆ มาสร้างโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

"จอห์น คริสตี้" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด กล่าวว่า การแข่งกับคู่แข่งเรื่องราคาอย่างเดียวไปตลอด ย่อมไม่มีวันจบ จึงต้องเติมเรื่องของคุณภาพ โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นในปีนี้เป็นเรื่อง "คุณภาพ" โดย "อาหารสด" เป็นสินค้าหลักที่มุ่งเน้นและงบฯส่วนใหญ่จะนำไปพัฒนาระบบซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ได้สินค้าตรงความต้องการลูกค้า

"เทสโก้มีเครือข่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสดจากต่างประเทศจึงนำเข้าสินค้าให้หลากหลายเช่นแซลมอนจากนอร์เวย์องุ่นแดงไร้เมล็ดจากออสเตรเลีย และบริการชงชิม พนักงานให้คำแนะนำจะเสริมสิ่งเหล่านี้เข้าไปในแผนกอาหารสด"

ด้าน "อัศวิน เตชะเจริญวิกุล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า จะให้น้ำหนักอาหารสดมากขึ้น เพราะเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันและมีการซื้อเป็นประจำ ดึงทราฟฟิกเข้าห้างได้ดี เมื่อเทียบเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าเชื่อมั่นคุณภาพและสื่อสารว่าสินค้าไม่ได้แพงกว่าคู่แข่ง มีครบและคุ้มค่าที่สุดในการมาช็อปปิ้ง เพราะที่ผ่านมายังนำเสนอตรงนี้ได้ไม่ชัด

ขณะเดียวกัน "บิ๊กซี" ก็สรรหาธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาตอบโจทย์ลูกค้า โดยเฉพาะบริการการเงิน ธุรกิจประกันภัย และสินเชื่อ ล่าสุดผนึกกำลัง "อิออน ธนสินทรัพย์" ลอนช์บัตรเครดิตบิ๊กซี แพลทินัมเพย์เวฟ และบัตรสินเชื่อบิ๊กซี เอ็กซ์คลูซีฟ จากนั้นปลายเดือนนี้เตรียมเปิดตัวพาร์ตเนอร์ให้บริการจองตั๋วเครื่องบิน รวมถึงบริการรับชำระที่เป็นรายได้หลักจะเพิ่มจำนวนบิลเลอร์ 2 เท่า รวมเป็น 300 กว่าราย ยังมีแผนรองรับเทรนด์อีคอมเมิร์ซ ซึ่งบิ๊กซีมีเว็บไซต์ C-mart มีแผนเพิ่มพันธมิตรและขยายจุดชำระเงินในบิ๊กซีให้ลูกค้าออนไลน์มากขึ้น

"บัตรเครดิตใหม่นี้จะเพิ่มจำนวนลูกค้าบิ๊กซีได้ถึง1แสนคนในปีแรกและเพิ่มรายได้ในปีที่ 2 และ 3 เป็นอีกช่องทางเพิ่มยอดขาย โดยได้ศึกษาความต้องการลูกค้าและพัฒนารูปแบบใหม่ที่ให้ส่วนลดทันที จากเดิมให้เป็นคะแนนหรือแคชแบ็ก เราเข้าใจสภาพเศรษฐกิจกำลังซื้อจึงได้มีบัตรสินเชื่อให้ผู้ที่มีรายได้เริ่มต้น 8,000 บาทสมัครได้ ถือว่าขั้นต่ำสุดในตลาด"

บริการเหล่านี้เป็นการ "ต่อยอด" จุดแข็งของสาขาที่มีจำนวนมากและมีแผนจะขยายมากขึ้น ซึ่งจะนำบริการเข้าไปทุกโมเดลเพื่อให้เป็น "วันสต็อปช็อปปิ้ง"

ปีนี้บิ๊กซีเตรียมงบฯไว้ 8,000 ล้านบาท มีแผนขยายสาขาใหญ่ 9-10 สาขา สาขากลางไม่ถึง 10 สาขาและเล็ก 200-400 สาขา

"เป็นเป้าที่ท้าทาย แต่อยากเป็นทางเลือกให้คู่ค้านำสินค้าเข้ามากระจายและนำบริการต่างๆ ไปให้ถึงท้องถิ่นมากขึ้น"

ปีหน้ากำลังดูว่าจะขยายสาขาใหญ่เข้าไปในเมืองขนาดเล็ก เพราะเห็นศักยภาพการขยายตัวของเมือง การเชื่อมโยงกับเออีซี โดยพยายามพัฒนาต้นทุนการเปิดสาขาใหญ่ให้ถูกลง เพื่อให้สามารถเข้าไปในเมืองรองต่างจังหวัดได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ไฮเปอร์มีขนาดเล็กลง หรือมีพื้นที่ขาย 3-4 พัน ตร.ม. จากแต่ก่อน 7-8 พัน ตร.ม.

ส่วนมินิบิ๊กซีวางแผนปี 2561 จะขยายอย่างก้าวกระโดด เพราะใช้งบฯไม่ถึง 10 ล้านบาทต่อสาขา และครึ่งหนึ่งเป็นสาขาแฟรนไชส์ ซึ่งพยายามหาโมเดลแฟรนไชส์สร้างความจูงใจและมั่นใจให้คู่ค้า คาดว่าปลายปีนี้จะแล้วเสร็จ รวมถึงระบบหลังบ้าน

นอกจากสยายปีก "บิ๊กซี" เจาะระดับเมืองและอำเภอรอง ยังมองการลงทุนในเออีซีใน 2 ปีข้างหน้าจะได้เห็นการขยายสาขาเข้าไปในลาวและกัมพูชา ซึ่งในลาวมีแบรนด์เอ็ม พอยท์ มาร์ท ที่จะเปลี่ยนเป็นมินิบิ๊กซี และมีแผนขยายสาขาใหญ่ด้วย

ด้าน "เทสโก้" ที่มองว่าเมืองไทยเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านทำเลที่ตั้ง (Strategic Location) มีแผนขยายไปในทำเลใหม่ ๆ โดยสนใจภาคกลางและอีสานที่เห็นว่ายังมีโพเทนเชียล โดยเกณฑ์ตัดสินใจจากขนาดของตลาด จำนวนประชากร คู่แข่งใกล้เคียง

"ทุกฟอร์แมตยังมีศักยภาพขยายสาขา ฟอร์แมตเล็กโตเร็วที่สุดตามเทรนด์ตลาดไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค แต่ฟอร์แมตใหญ่ยังมีโอกาสขยายและโตในต่างจังหวัดที่ยังไม่มีโมเดลค้าปลีกแบบนี้" "จอห์น คริสตี้" กล่าว

เป้าหมายของการรุกเต็มสูบดังกล่าวก็เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งทั้งคู่ต่างหวังว่ายอดขายปีนี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา



ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์@prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้



 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม