วิกฤต "เกาหลี" ส่อลามไม่หยุด ดันค้าปลีกฮ่องกงฟื้นรอบ 2 ปี

updated: 16 พ.ค. 2560 เวลา 09:15:07 น.

 

คอลัมน์ Market Move

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงขาลงของค้าปลีกในฮ่องกง ซึ่งถูกกระทบจากหลายปัจจัยอย่างต่อเนื่อง อาทิ การประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีน หรือ "การปฏิวัติร่ม" ช่วงปลายปี 2557 ที่ส่งผลให้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนมากหยุดเดินทางข้ามมาท่องเที่ยวฮ่องกงในขณะเดียวกัน "มาเก๊า" กลับได้รับความนิยมสูงขึ้นในฐานะเมืองการพนัน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากทั้งจีนและต่างชาติ

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า วงการค้าปลีกของฮ่องกงจะเริ่มกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง เห็นได้จากตัวเลขมูลค่าและปริมาณค้าปลีกที่เติบโตในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

โดยสำนักข่าว "รีเทลอินเอเชีย" รายงานโดยอ้างตัวเลขของรัฐบาลว่า เดือนมี.ค.ที่ผ่านมาภาคค้าปลีกของฮ่องกงเติบโต 3.1% ในด้านมูลค่ามาอยู่ที่ 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 2.7% ด้านปริมาณ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2558 และการหดตัวถึง 6.2% ในเดือน ก.พ.

ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลระบุว่าการเติบโตนี้เป็นผลจากนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดโดยเฉพาะเดือนมี.ค.ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง10.4% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนเป็น 3.3 ล้านคน และเติบโตสูงสุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 2558 ด้วยอานิสงส์จากวิกฤตในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งรัฐบาลจีนสั่งห้ามประชาชนเดินทางไปเกาหลีใต้ รวมถึงดีมานด์ของผู้บริโภคท้องถิ่นซึ่งเพิ่มขึ้น

เช่นเดียวกับค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงที่ปรับตัวลดลง จนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือนเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ช่วยให้ยอดขายสินค้าหรูอย่างเครื่องเพชรและนาฬิกาข้อมือ ขยับขึ้น 8.4%ต่อเนื่องจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือน ก.พ.

ในขณะเดียวกันแบรนด์สินค้าระดับบน-ไฮเอนด์หลายรายเดินหน้าเปิดสาขาแฟลกชิปในฮ่องกงมาตั้งแต่ปีที่แล้วไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่นจากอิตาลีอย่าง"วาเลนติโน" (Valentino) และเวอร์ซาเช่ (Versace) ที่เปิดร้านขนาด 382 ตร.ม.และ 684 ตร.ม. ตามลำดับ เช่นเดียวกับร้านของ "ทอม ดิกซัน"(Tom Dixon) ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ ซึ่งโด่งดังด้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน รวมถึง "ดีเจไอ" (DJI) ผู้ผลิตโดรนชื่อดัง ซึ่งเลือกมาเปิดร้านแฟล็กชิปที่ฮ่องกงเมื่อปลายปีที่แล้วเป็นแห่งที่ 3 ของโลก

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ถือเป็นข่าวดีครั้งแรกของปี หลังจากต้องผิดหวังกับการหดตัวต่อเนื่องช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.แม้ได้รับแรงหนุนจากเทศกาลตรุษจีนและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

โดยสมาคมผู้ค้าปลีกฮ่องกงประเมินว่าเป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงที่แข็งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้บรรดาสินค้าหรูและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวจีนมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเป้าหมายยอดนิยมอื่นๆอย่าง ญี่ปุ่นส่งผลให้แม้นักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นแต่ยอดค้าปลีกกับไม่เพิ่มตาม

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ปัจจัยค่าเงินยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของวงการค้าปลีกฮ่องกงโดยเฉพาะด้านการเป็นเป้าหมายของนักช็อปโดย "เควิน ไหล" นักเศรษฐศาสตร์ของไดวะ แคปิตอลมาร์เก็ต วาณิชธนกิจสัญชาติญี่ปุ่นอธิบายว่า ค่าเงินที่แข็งทำให้ฮ่องกงไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากเหมือนเดิม ดังนั้นยังต้องจับตาดูต่อไปว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวนี้ในระยะยาวได้หรือไม่

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View