ความท้าทายธุรกิจยุค 4.0 ขาดแคลนนักวิเคราะห์มหาสมุทรข้อมูล

updated: 14 พ.ค. 2560 เวลา 10:03:01 น.

 

ท่ามกลางเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดมหาสมุทรข้อมูลข่าวสารอันกว้างใหญ่ และการประกาศก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 การรับมือและใช้ประโยชน์จาก Big Data เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) "สรอ." จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง "ความท้าทายในการใช้ Big Data กับภาคธุรกิจ" 

"ผศ.ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์" อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในยุคที่ข้อมูลเกิดขึ้นอย่างมหาศาล การหาวิธีว่าจะทำอย่างไรถึงดึงประโยชน์จากข้อมูลมหาศาลได้อย่างมากและเร็วที่สุด นี่เป็นสมรภูมิที่ดุเดือดมาก เพราะศักยภาพในยุคอนาคตคือศักยภาพในการนำข้อมูลไปใช้ ไม่ใช่การดูว่าใครเป็นดิจิทัลแค่ไหน

"ดร.ธนชาตย์ ฤทธิ์บำรุง" ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Data Analytics บริษัท แอสเซนด์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ในเครือแอสเซนด์มีบริษัทที่ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การนำ Big Data มาใช้ จึงมีตั้งแต่การนำคำสั่งซื้อเก่าๆ มาวิเคราะห์ทั้งแคมเปญการตลาด การขนส่ง องค์ประกอบอื่น ๆ ว่าแบบไหนที่ทำได้ด้วยต้นทุนที่ถูก เร็วและดี ตรงกับจริตของลูกค้า บริหารต้นทุนของบริษัทให้ต่ำได้ เพื่อให้มีการปรับปรุงหรือทำซ้ำในส่วนที่จะสร้างยอดขายและรายได้ให้เติบโตได้มากขึ้น ทั้งยังนำมาใช้ในส่วนของการตรวจจับให้ได้ว่า ใครคือลูกค้าคือคู่ค้าที่ต้องการเข้ามาซื้อขายสินค้าจริงๆ ไม่ใช่เข้ามาหลอกลวง ซึ่งตรงนี้ท้าทายมากในการที่จะใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรม 

"สิ่งที่ท้าทายคือ การบริหารจัดการ Big Data ให้เก็บให้เร็ว ดึงออกมาใช้ให้ง่าย โดยต้องมีกฎคุมเรื่องความปลอดภัย หลักเกณฑ์ในการเข้าถึงข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลไม่ให้เกิดการรั่วไหลหรือสูญหายได้ เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายกับธุรกิจได้"

ฟาก "เอไอเอส" VP-Marketing Planning & Analysis " สุมล กานตกุล" ระบุว่าBig Data ช่วยทำให้เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น จึงสามารถดีไซน์แพ็กเกจและบริการ ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่าง "ถูกใจถูกเวลา" เป็นการเพิ่มรายได้ ปรับปรุงการทำงาน ทำให้บริหารจัดการประสบการณ์ของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ลดการไหลออกของลูกค้า คู่ไปการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ 

"เอไอเอสใช้การวิเคราะห์ Big Data ในหลายรูปแบบ ทั้ง Network Planning ที่จะวิเคราะห์ว่าแต่ละพื้นที่ใช้งานมากน้อยแค่ไหน ต้องดีไซน์เน็ตเวิร์กให้รองรับแบบไหน Channel Planning ขยายและดีไซน์จุดให้บริการลูกค้าเข้ามาใช้งานได้อย่างสะดวกและเหมาะสม การสร้างแพตเทิร์นของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการใน Shop การ Media Management ที่จะทำให้เห็นทราฟฟิกได้จริง ๆ ว่า จุดโฆษณาตรงไหนควรซื้อไม่ควรซื้อ และแต่ละจุดมีลูกค้ากลุ่มไหนที่ได้เห็นสื่อโฆษณานั้น หรือแม้แต่การวิเคราะห์การให้บริการของคอลเซ็นเตอร์ ที่เป็น Speech Analysis เพื่อให้ควบคุมสถานการณ์ Mood & Tone ในการดูแลและแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้ประสบการณ์ที่ดี และใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า"

Big Data ทุกองค์กรเริ่มได้

"ที่ผ่านมาหลายองค์กรมักจะคิดว่า การทำ Big Data เป็นเรื่องใหญ่มาก บริษัทเล็กๆ ลุกขึ้นมาทำไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจต้องทำ Big Data คือข้อมูลทุกอย่างที่ทำให้เกิดธุรกิจที่สมาร์ทขึ้นได้ ขอแค่ให้แต่ละบริษัทกลับไปไล่ดูข้อมูลในมือว่า มีอะไรอยู่บ้าง แล้วข้อมูลนั้นจะใช้เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่ตั้งไว้ได้อย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่บริษัททั้งหลายก็มักมีข้อมูลพวกนี้อยู่แล้ว แค่ต้องดูว่า มันไปซุกอยู่ตรงไหน ที่ผ่านมาเพียงแค่ไม่ได้นำมาอินทิเกรตร่วมกัน ก็นำมาใช้ซะ แล้วค่อยมาดูว่า อินฟราสตรักเจอร์แบบเดิมรองรับได้หรือไม่ ถ้ารองรับไม่ได้ค่อยมาเพิ่ม แล้วค่อยหากระบวนการรวม นำเครื่องมือต่าง ๆ ไปวิเคราะห์ ไม่ใช่ว่าต้องรอให้ขยายเสร็จสร้างแพลตฟอร์มไอทีเสร็จ แล้วค่อยมาทำ Big Data เพราะข้อมูลในมือมีกันอยู่แล้วทุกคน แค่พลิกมุมมองก็เห็นมิติใหม่ๆ ได้"

Data Scientist ขาดหนัก

ขณะที่ปัญหาสำคัญของการพัฒนา Big Data ในไทย ผู้เชี่ยวชาญในวงเสวนานี้เห็นตรงกันว่า การขาดแคลน "Data Scientist" ที่จะมาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในธุรกิจ "ดร.ธนชาตย์" จาก แอสเซนด์ กรุ๊ป กล่าวว่า Data Scientist ขาดแคลนอย่างมาก ทุกคนต้องการคนเก่ง แต่เหมือนกำลังวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ที่ไม่มีอยู่จริง ล่าสุดคัดมา 30 คน แต่ทำงานได้จริงแค่ 2 คน

"คุณสมบัติสำคัญของ Data Scientist ที่ต้องการคือความคิดสร้างสรรค์อย่างฉลาด สามารถนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาซัพพอร์ตโจทย์ทางธุรกิจได้ และรู้ว่าต้องใช้เทคนิคอะไรเพื่อวิเคราะห์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ การวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถนำมาประยุกต์ได้ ไม่ใช่แค่ท่องได้อย่างเดียว แต่ยังต้องปรับเข้ากับอัลกอริทึ่มในปัจจุบันได้ ต้องคอนเน็กต์กับดาต้าเบสได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องนั่งรอคนอื่นหรือหน่วยงานอื่นๆ ไปตลอด"

เช่นเดียวกับ "สุมล" จากเอไอเอสที่ระบุว่า หาตัวคนมาทำงานในส่วนนี้ได้ยากมากเพราะเป็นเรื่องใหม่ แต่กำลังเป็นเทรนด์ที่ทุกธุรกิจต้องการ คนที่มีทักษะก็จะมีค่าตัวแพงขึ้น ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลดสเป็กลงและพยายามสร้างคนข้างในขึ้นมาทำงาน โดยเฉพาะการฝึกทักษะทางเทคนิคที่จำเป็นเพิ่ม แต่สิ่งสำคัญที่ต้องมีเป็นพื้นฐานไว้ก่อนคือ ทักษะทางธุรกิจ

"ความรู้เรื่องเครื่องมือในการวิเคราะห์ต่าง ๆ เรียนรู้ได้เร็ว แต่ Skill Business เป็นเรื่องเฉพาะคนที่ไม่ได้ฝึกกันได้ทั่วไป" 

ด้าน "ผศ.ณัฐวุฒิ" กล่าวว่า ผลวิจัยของสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่า Data Scientist จะขาดแคลนกว่า 2 แสนคน ซึ่งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเองก็เห็นถึงเทรนด์นี้ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว เนื่องจาก Big Data มาแรงมาก จึงพยายามสร้างความร่วมมือกับหลายองค์กรเริ่มนำนิสิตในคณะไปฝึกทักษะ เริ่มตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 

ที่ต้องเรียนรู้โปรโตคอลที่รองรับ Big Data และมีวิชาเลือกเพิ่มขึ้นสำหรับนิสิตตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 ขึ้นไป ซึ่งได้รับความนิยมมากในหมู่นิสิต ขณะที่นิสิตปริญญาโท และปริญญาเอก ก็จะมีวิชาเกี่ยวกับ Big Data และ Data Scientist รวมถึงพยายามเข้าไปร่วมมืองานวิจัยที่ส่งผลกระทบกับสังคม อาทิ การใช้ Big Data กับสมาร์ทซิตี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิตให้พร้อมรับเทรนด์นี้
 
 
Desktop View