แก้หนี้ครัวเรือน หลักการดีต้องทำได้จริง

updated: 13 พ.ค. 2560 เวลา 22:00:07 น.

 

บทบรรณาธิการ ประชาชาติธุรกิจ

แม้ตัวเลขหนี้ในภาคครัวเรือนปลายปี 2559 จะปรับลดลงเหลือ 79.9% จากปี 2558 อยู่ที่ 81.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าปีนี้หนี้ครัวเรือนทั้งระบบจะลดลงเหลือ 78.50-80.00% ของจีดีพี แต่สถานการณ์ยังน่าห่วง และต้องเร่งแก้ไม่ให้กระทบเศรษฐกิจ

หลังถกระดมสมองร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ของประชาชนที่มีเจ้าหนี้หลายราย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 พ.ค. 2560 เป็นต้นไป และจะเปิดตัวโครงการเป็นทางการวันที่ 17 พ.ค.นี้

สาระสำคัญเป็นการกำหนดกฎกติกาในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้เจ้าหนี้สถาบันการเงินกับลูกหนี้ยึดถือปฏิบัติ โดยจัดตั้งหน่วยงานกลางคือบริษัทบริหารสินทรัพย์ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางแก้ไขปัญหาหนี้ แทนเจ้าหนี้สถาบันการเงิน บริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และผู้ประกอบการธุรกิจทางการเงินอื่นแบบครบวงจร พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติ อาทิ การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก การจัดชั้นลูกหนี้ การคุ้มครองลูกหนี้ การแจ้งข้อมูลอัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ ตารางแสดงภาระหนี้ ฯลฯ เพื่อให้เป็นธรรมทั้งกับเจ้าหนี้และตัวลูกหนี้

ขณะเดียวกันก็มีมาตรการผ่อนปรน กรณีลูกหนี้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนให้ยื่นขอผ่อนผันการชำระหนี้ได้ เช่น บิดา มารดา คู่สมรส บุตรเสียชีวิต มีภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่น ค่ารักษาพยาบาลบิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตร มีบุตรคนใหม่ ถูกให้ออกจากงาน ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะมีผลในทางปฏิบติได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหนี้ ลูกหนี้ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการยอมรับและทำตามกรอบที่วางไว้ แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามโอกาสที่การแก้หนี้ภาคครัวเรือนจะสำเร็จคงเป็นไปได้ยาก อาจซ้ำรอยแผนแก้หนี้ที่รัฐบาลหลายยุคสมัยพยายามสะสางแต่ยังคั่งค้างมาถึงทุกวันนี้ เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้าหนี้ต้องการให้ลูกหนี้ชำระหนี้ 

ขณะที่ลูกหนี้มักมีปัญหาเรื่องรายได้ และมีหนี้หลายทาง ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ โจทย์จึงอยู่ที่ทำอย่างไรให้ทั้งสองยอมรับเงื่อนไขภายใต้โครงการที่ ธปท.พยายามผลักดัน เพื่อถอดสลักระเบิดเวลาหนี้ภาคครัวเรือนก่อนถึงจุดวิกฤตให้สำเร็จ

ที่ต้องเน้นเป็นพิเศษคือ ควบคู่กับการแก้หนี้ต้องเร่งสร้างวินัยทางการเงินให้ภาคครัวเรือนกับประชาชนทั่วไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย ด้วยการประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย พร้อมน้อมนำหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ จึงจะฝ่ากับดักและหลุดพ้นวังวนหนี้
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม