มุมสงบเเห่งพัทยา ตามรอยวิถีชีวิต "ชุมชนนาเกลือ" อาหารพื้นถิ่นเลิศรส ล่องทะเลตราตรึงใจ

updated: 13 พ.ค. 2560 เวลา 13:00:04 น.

 

เรื่องเเละภาพโดย ศิริลักษณ์ หาพันธ์นา
ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจออนไลน์

www.prachachat.net

ไม่เเปลกนัก...เมื่อคิดถึงการไปเที่ยวพัทยา เรามักจะคิดถึงสีสันความสนุกสนาน ลมทะเล ความหวือหวายามราตรีของวอล์คกิ้ง สตรีทเเละแหล่งท่องเที่ยว"คนล้น" อย่างเกาะล้าน เเต่กระนั้นพัทยายังมุมสงบที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรม ความน่าดึงดูดเเบบ "บ้านๆ" ในโซนเมืองเก่ากว่า 100 ปี ที่ยังรอคอยให้มาเยี่ยมชม

ช่วงเช้าเก้านาฬิกาของวันเสาร์ รถของเราเดินทางจากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่ถิ่นเมืองชลเเบบไม่เร่งรีบ เเม้เเสงเเดดจะเริ่มเเรงขึ้น เเรงขึ้นเรื่อยๆ เเต่ในใจก็คิดว่า "ยังไงก็ยังดีกว่าฝนตกละกัน..." ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ด้วยเป็นวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ บรรยากาศสบายๆ รถไม่ค่อยติด ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง ชุมชนนาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ว่ากันว่าความพิเศษของ "ชุมชนนาเกลือ" เเห่งนี้  คือนักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ทุกวันทุกเวลา โดยมีทั้งเเหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ตลาดเก่าของกินอร่อย หลากหลายอาหารทะเลพื้นถิ่น ราคาถูกเเละมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงประมงพื้นบ้าน จุดชมวิวดูนกเเละศึกษาวิถีชีวิตชุมชนอันเป็นรากเหง้าของคนพัทยาเเละคนชลบุรี



เเม้บ้านเรือนของชาวบ้านจะเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม มีอาคารพาณิชย์ มีซูเปอร์มาเก็ตเเละสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เป็นชุมชนที่มีความคึกคักด้านเศรษฐกิจ เเต่อีกมุมเราก็ยังคงได้กลิ่นอายของความเก่าแก่ยังคงหลงเหลือให้เราเห็นตลอดสองฟากฝั่ง 

อย่างบ้านเรือนไม้เก่าแก่ประตูไม้บานพับ บางบ้านมีการต่อเติมเปลี่ยนเป็นประตูเหล็กบ้าง หรือบ้านสองชั้นที่มีระเบียงไม้เเบบดั้งเดิมที่สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ ตั้งเรียงตัวกันแบบคูหา...ให้ความรู้สึกย้อนยุคไม่เบา








เราเเวะจอดรถที่ "ศาลเจ้าเเม่ทับทิม" เพื่อจะได้ลงเดินสำรวจชุมชนนาเกลือให้ทั่วถึง นักท่องเที่ยวสามารถมาจอดรถที่นี่ได้เลย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมๆกับการได้กราบสักการะเจ้าเเม่ทับทิมเเละบริจาคโลงศพ ทำบุญเสริมสิริมงคลให้ชีวิต



โดยชุมชนเเห่งนี้ถือว่ามีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่จำนวนมากพอสมควร ในปัจจุบันผู้คนที่อยู่ต่างอำเภอเเละจังหวัดใกล้เคียงย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่นาเกลือเพิ่มขึ้น ส่วนชาวนาเกลือดั้งเดิมจำนวนหนึ่งอพยพไปอยู่ในตัวเมืองพัทยาเเละอำเภอเมืองชลบุรี คนหนุ่มสาวดำเนินชีวิตเข้าสู่ธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของจังหวัดนี้ ที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมามากกว่า 9 ล้านคนต่อปี

จากศาลเจ้าเเม่ทับทิม เดินออกมานิดหน่อย จะเป็นบริเวณชุมชนเก่า ซึ่งจะมีตรอกเล็กๆ เรียกว่า "ตรอกโรงยา" ที่ได้ชื่อเสียงเรียงนามเช่นนี้ก็เพราะเเต่ก่อนมีการสูบฝิ่นกันมากในซอยนี้นั่นเอง



หลังจากชุมชนนาเกลือได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเเห่งใหม่ เราก็จะได้เห็น "ความครีเอท" ที่พยายามผสมผสานให้เกิด"จุดเด่น"ขึ้นมาอย่างเช่นในตรอกโรงยานี้ก็จะมีผลงาน"สตรีท อาร์ต" เก๋ๆ บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน จากฝีมือของนักศึกษาม.ศิลปากร  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชาวบ้านเเละสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.3)




เมื่อถึงเวลาเที่ยงเข้าใกล้บ่าย พระอาทิตย์ย้ายมาอยู่ตรงหัว หลังจากเเวะส่องชุมชนมาสักพัก กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง จากการสังเกตเบื้องต้น นาเกลือนี้ช่างมีของกินเยอะจริงๆ เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว

ด้านฝั่งร้านค้าที่อยู่บริเวณตลาดเก่านาเกลือ (ข้างธนาคารไทยพาณิชย์สาขานาเกลือ) ก็มีทั้งข้าวเเกง ไก่ย่างส้มตำ ผักผลไม้ กล้วยปิ้ง ขนมหวานเเบบไทยๆ ก๋วยเตี๋ยวปลาสองบัณฑิต ก๋วยเตี๋ยวตาหยุ ก๋วยเตี๋ยวเรือคุณคิว ข้าวมันไก่ ห่อหมกปลาอินทรีย์ มีของกินพื้นบ้านให้เลือกสรรได้ไม่ซ้ำกัน  ส่วนร้านกาเเฟตกเเต่งได้ใจวัยรุ่นก็มีให้เห็นประปราย ไปเเวะเติมพลังดื่มอะไรเย็นๆกันได้




ได้ยินเสียงท้องร้อง ถึงเวลาต้องตัดสินใจเลือก ด้วยความเป็นนักชิมที่ชื่นชอบ "เมนูเป็ด" กับบรรยากาศบ้านไม้เก่าที่ให้อารมณ์สุนทรีย์ ก็เดินเข้าร้าน "เม้งกี่" ร้านดังที่มีชื่อเสียงมากว่า 30 ปี ของย่านนี้

เมนูอาหารเริ่มต้นด้วยราคา 50 บาท ตัวเด็ดเเนะนำอย่าง เป็ดย่าง หมูกรอบ หมูเเดง บะหมี่เกี๊ยวน้ำใส ข้าวคลุกกะปิเเละชามะนาว โดยลูกค้าวันในเสาร์-อาทิตย์ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวทั้งไทยเเละต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตก ญี่ปุ่นเเละจีน  ส่วนวันธรรมดาจะเป็นคนท้องถิ่น




ร้านตกเเต่งด้วยสไตล์วินเทจ ย้อนยุคเเต่ให้บริการทันสมัย โดยมีการรับออเดอร์ด้วยสมาร์ทโฟน เราได้คุยกับคุณ "ปูเป้ ปิยะรัตน์ มุกุระ" เจ้าของร้านเม้งกี่รุ่นที่ 3 ซึ่งเธอเล่าถึงความตั้งใจที่กลับมาการทำธุรกิจในท้องถิ่นของคนรุ่นใหม่ว่าต้องการพัฒนาชุมชน สร้างจุดเด่นให้เเตกต่าง ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อกระจายรายได้












ในที่นี้เรามีโอกาสได้เปิดวงสนทนากับคุณ "ฐิติ จันทร์เเต่งผล" 
รักษาการผู้จัดการอพท.3 ถึงทิศทางการพัฒนา "ชุมชนนาเกลือ" ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยา โดยอพท.เล็งเห็นศักยภาพทั้งเป็นแหล่งอาหารทะเลสด ชุมชนการค้าเก่าแก่มากว่า 100 ปี และยังเป็นแหล่งรวมอาหารพื้นบ้านสูตรที่มีการถ่ายทอดมารุ่นสู่รุ่น ขณะเดียวยังเป็นแหล่งจับสัตว์ทะเลชายฝั่งที่ยังเหลืออยู่


"พื้นที่ตลาดเก่านาเกลือ มีจุดเด่นที่เน้นบรรยากาศวิถีดั้งเดิม สามารถช็อป ชิม ได้หลากหลาย ทั้งเป็นแหล่งซื้อขายอาหารสดที่มีกว่า 100 ร้านค้า อาหารปรุงสุกสูตรดั้งเดิมกว่า 60 ร้านค้า สัมผัสวิถีชีวิตและบ้านเรือนแบบเดิมๆ ตลอด 2 ฝั่งทาง

...กิจกรรมล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก กิจกรรมตกหมึก การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพาะพันธุ์ปลา และการอนุรักษ์สัตว์ทะเล รวมทั้งสามารถล่องเรือชมทัศนียภาพในช่วงกลางวันและกลางคืน ชมแสงสียามค่ำคืนของเมืองพัทยา และปราสาทสัจธรรม ยามเย็น ซึ่งถือเป็นกิจกรรมครบวงจรที่เกิดขึ้น โดยเร็วๆนี้จะมีการเปิดศูนย์ One Stop Service บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ"



ธิติ จันทร์เเต่งผล


สำหรับการรองรับนักท่องเที่ยว อพท.3 ได้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชนสร้างรูปเเบบการท่องเที่ยวผสมผสาน โดยจะมีการติดป้ายบอกเส้นทางเป็นระยะ จัด "วันเดย์ทริป" เที่ยวได้ทั้งวัน หรือหากใครสนใจจะล่องเรือชมวิว อยากดูนกธรรมชาติเเละตกหมึกยามค่ำคืน หรือพักโฮมสเตย์กับชาวบ้าน (ในราคาต่อรองได้) สามารถติดต่อกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวนาเกลือ หรืออพท.3  โดยโทร.สอบถามได้ที่เบอร์ 035-223240-4 พร้อมโหลดเเอปพลิเคชั่น Smart Pattaya มาศึกษาข้อมูลกันก่อน

เมื่ออาหารเริ่มย่อย เเล้วเวลาก็ล่วงเลยมาถึงบ่ายสาม เราเปลี่ยนมานั่งรับลม ทานอาหารปิ้งย่างกันในบริเวณ "ลานโพธิ์" ที่สามารถเลือกซื้อกันได้สดๆ เเล้วนำไปปรุงทันทีในเมนูที่ชื่นชอบ มีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านให้พร้อม มีร้านให้เช่าเสื่อ 20 บาท ไปปูทานกันในสวนสาธารณะเเบบชิลๆ อีกด้วย








โดยตลาดลานโพธิ์เเห่งนี้ มีร้านเก่าเเก่ขึ้นชื่อคือ "ข้าวเหนียวมะม่วงคุณติ๋ว" ที่เปิดขายมากว่า 37 ปี เจ้าของร้านใจดีบอกว่าสูตรเด็ดของทางร้านคือการปรับปรุงเสมอ เพราะต้องพัฒนาให้ทันลูกค้า โดยได้นำเข้ามะม่วงมาจากจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้สามารถขายได้ตลอดทั้งปี ลองชิมเเล้วขอบอกว่าเด็ดจริงอะไรจริง





ต่อมาเดินไปอีกนิดเข้าสู่ "ถนนคนเดิน ตลาดเก่านาเกลือ" บรรยากาศชวนย้อนกลับไปในอดีต เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นเเหล่งรวมขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองของคนนาเกลือ กับรสชาติฝีมือเเม่ครัวพ่อครัวของคนในชุมชน ให้ชาวชิมชาวช็อปเต็มอิ่มเเบบจุใจ


















ส่วนใครสนใจหิ้วของฝากกลับบ้านก็สะดวก ที่นี่มีทั้งอาหารทะเลสดที่พร้อมใส่กล่องกลับบ้าน ส่วนอาหารเเห้งอย่าง ปลาเเห้ง กุ้งแห้ง น้ำปลา กะปิ ก็มีมากมายในราคากันเอง







"พี่เงาะ รัตนา อ่องสมบัติ"
ตัวเเทนจากชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวนาเกลือ เล่าให้ฟังถึงที่มาของการพลิกฟื้นตลาดเก่านาเกลือขึ้นมาอีกครั้งว่า เป็นความคิดที่เกิดจากการประชุมของคนในชุมชน ซึ่งค่อยๆให้ความร่วมมือกันมากขึ้น เพราะเล็งเห็นว่าเราต้องอนุรักษ์ความเป็นท้องถิ่นไว้ อีกทั้งก็ต้องพัฒนาให้เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สร้างรายได้ให้ชุมชน ด้วยคอนเซปต์ "เดินกิน ถิ่นนาเกลือ" 



"เปิดตลาดช่วงเเรกๆ คนยังไม่มีคนรู้จัก ชาวบ้านนี่เเหละร่วมใจซื้อกันเอง พวกเขาตั้งใจกันมาก ต่อมามีคนเริ่มรู้จักมากขึ้น เดินมาจากตลาดลานโพธิ์นิดเดียว เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชาวบ้านก็ดีใจ ในสมัยก่อนเมื่อ 30 ปีที่เเล้ว ตลาดเก่านาเกลือเคยเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของพัทยา เเต่ต่อมาได้ซบเซาไป ซึ่งตอนนี้พวกเรากำลังจะฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาให้ที่นี่อีกครั้ง"











ยามเย็นกำลังมา เเสงอาทิตย์ลดพลังความร้อน ถึงเวลาลงเรือประมงพื้นบ้านไปชมทิวทัศน์ เราเริ่มล่องเรือกันตั้งเเต่หมู่บ้านชาวประมงสุขาวดี ท่าเรือเเหลมฉบัง ฟาร์มหอยเเมลงภู่ ผ่านปราสาทสัจธรรม เเละจบที่ปากอ่าวนาเกลือ




วิวพระอาทิตย์ตก พร้อมฉาก "ปราสาทสัจธรรม" ที่อ่าวนาเกลือ สวยงามตราตรึงใจ สีของท้องฟ้าเปลี่ยนเเปลงไปเรื่อยๆ ในช่วงระยะเวลา 30 นาที เป็นสีเหลือง สีส้ม สีเเดงเเละสีชมพู ผสมกับลมพัดเย็นๆ







"รีบถ่ายภาพให้เสร็จ วางมือถือให้เรียบร้อย เพื่อให้ได้นั่ง "ดูเฉยๆ" พร้อมกับหายใจลึกๆ ไปกับฉากประทับใจที่อยู่ตรงหน้า เเละพระอาทิตย์ก็ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป..."








ระหว่างทางที่กำลังเเล่นเรือกลับ "พี่ดร บุญมา กอเซ็ม" เเกนนำกลุ่มประมงต้นเเบบ คนขับเรือของเราวันนี้ พาเเวะไปดูขั้นตอนการทำซั้งเชือก ซึ่งเป็นเเหล่งเพาะพันธุ์เเละอนุบาลสัตว์ทะเล

"ชาวประมงจะเอาเเต่จับปลา จับสัตว์น้ำอย่างเดียวไม่ได้เเล้ว  พวกเราต้องสร้างพวกมันขึ้นมาใหม่ด้วย ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ธรรมชาติให้เรามาก็จะไม่มีเหลือ สุดท้ายเเล้วอาชีพประมงก็จะอยู่ไม่ได้ อยากให้ช่วยกันมองระยะยาว รักษาระบบนิเวศน์ให้อยู่กับเราไปตลอด"  พี่ดร กล่าวด้วยความมุ่งมั่น






เราพูดคุยสนทนากันต่อเล็กน้อย พี่ดรเล่าถึงการทำประมงในเเถบอ่าวนาเกลือตอนนี้ว่า คนหนุ่มสาวเข้าไปทำงานภาคบริการในตัวเมืองมากขึ้น ชาวประมงในหมู่บ้านจึงลดลงไปมาก เพราะคนสืบทอดจากรุ่นพ่อเเม่มีน้อย เเรงงานส่วนใหญ่ในตอนนี้จึงเป็นคนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน

"อาชีพชาวประมง งานมันหนักมาก ต้องใจรักจริงถึงจะอยู่ได้ ผมโตมากับทะเล รักทะเล ตอนเด็กๆผมคิดว่าตัวเองเรียนหนังสือไม่เก่ง ก็เลยมาเอาดีทางเรือดีกว่า เเต่ตอนนี้ไม่คิดเเล้ว ผมรู้ว่าผมมีความสุขที่ได้ออกเรือ หรือตัวเองคงไปทำอย่างอื่นไม่ได้มั้ง (หัวเราะ)"

"ไม่ว่าอาชีพไหน ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ มันก็ถือว่าเป็นโชคดีเล็กๆ นะพี่" ฉันตอบ พลางคิดถึงอาชีพของตัวเองที่ทำให้ได้มานั่งบนเรือลำนี้ 

เออ...เราเองก็โชคดี "เล็กๆ" เหมือนกันนี่หว่า




 
 
Desktop View