ตะมุตะมิหนีเที่ยวอิตาลี (จบ) Salve "Roma" ลาก่อน "กรุงโรม"

updated: 13 พ.ค. 2560 เวลา 11:02:00 น.

 

ภาพโดย อร รักติประกร


@วันเวลาหมุนเปลี่ยนเวียนไป เผลอประเดี๋ยวเดียวได้เวลากลับเมืองไทยแล้ว เอาเป็นว่าก่อนกลับขอเปิดหูเปิดตากับอีกสองเมืองของอิตาลีตอนใต้ นั่นคือ "Trani" อ่านว่า "ตรานี่" เป็นเมืองตั้งอยู่ริมทะเล(อีกแล้ว) จึงได้ชื่อเป็นเมืองที่มีอาหารทะเลอร่อยสุดๆ และยังสดมากๆๆๆๆ...อีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจที่เมืองนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณริมทะเลค่ะ







ขอแนะนำเสียเลย ร้าน El Purrto เขามีเซ็ตเมนูสำหรับนักท่องเที่ยว อร่อยและไม่แพงค่ะ เมืองนี้ ไม่ได้เที่ยวอะไรมากมาย นอกจากเป็นเส้นทางแวะรับประทานอาหาร ก่อนเดินทางต่อไปที่มาเทรา (Matera)

@เมื่อท้องอิ่มขาก็ก้าวเดินต่อ มุ่งหน้าสู่เมืองมาเทรา เมืองโบราณเล็กๆ ทางตอนใต้ของอิตาลี เป็นอีกเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มาเทราตั้งอยู่ในแคว้นบาซีลีกาตา (Basilicata) ได้รับการขนานนามว่า "เมืองใต้ดิน" หรือ "เมืองถ้ำ" เพราะเมืองสร้างอยู่ในหินและผู้คนก็อาศัยอยู่ในบ้านหินโบราณเป็นถ้ำเรียกว่า "ซาสซี" (Sassi) มานานหลายศตวรรษ องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกแล้ว









@มาเทราจะมีสองส่วน คือ ส่วนเมืองเก่า และส่วนเมืองใหม่ ที่รัฐบาลพยายามอพยพผู้คนให้มาอยู่ที่เมืองใหม่ แต่ก็ยังมีคนบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในถ้ำหินของเมืองเก่า หากไปเดินรอบๆ เมืองจะได้เห็น ชีวิตของมนุษย์ถ้ำท่ามกลางเขาวงกตที่มีทางเดินขนาดเล็กปูด้วยหิน บันไดสูงชันและถนนคดเคี้ยว ตลอดสองข้างทางมีอาคารบ้านเรือนแสนเก่าแก่ ไม่มีสถาปัตยกรรม หรือพระราชวังใดๆ มีแต่บ้านที่อยู่ตามถ้ำ และโบสถ์ที่ขุดไว้ตามโขดหินในยุคก่อนประวัติศาสตร์



@ส่งท้ายทริปก่อนกลับเมืองไทย ด้วยการเดินทอดน่องลัดเลาะไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์ก ของอิตาลี ใครไปเยือนประเทศนี้เป็นต้องพลาดไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ "น้ำพุเทรวี่" (Trevi Foutain) น้ำพุแห่งนี้รู้จักกันอย่างดีเป็นเพราะภาพยนตร์เรื่อง "Three Coins in the Fountain" นอกเหนือจากฝีมือการปั้นระดับเทพและสถาปัตยกรรมที่ดูราวกับมีชีวิตแล้ว ยังเชื่อกันว่าหากใครโยนเหรียญลงไปในน้ำพุแล้วจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ดังนั้น อย่าได้แปลกใจหรือสงสัยกับคลื่นฝูงชนที่เบียดเสียดเยียดยัดกันแน่นจนแทบไม่มีที่ยืน แต่ละคนมาเพื่อโยนเหรียญให้ได้กลับมาเยือนอิตาลีอีกครั้ง

@น้ำพุเทรวี่กว่าจะออกมาสวยงามอย่างที่เห็นทุกวันนี้มีการสร้างแล้วแก้-แก้แล้วสร้างหลายครั้งมากจนสุดท้ายลงตัวที่การออกแบบของสถาปนิก"ฟรานเซสโกซาลวี" (Francesco Salvi )ในช่วงศตวรรษที่ 17 ส่วนกลางของน้ำพุมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูน (Neptune) ขี่รถม้าติดปีก แสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร





@ไม่ไกลจากน้ำพุเทรวี่เท่าไหร่นักคือบันไดสเปน (Spanish Steps) ที่ใครไปก็ต้องไปนั่งทอดสายตาดูคลื่นมหาชนที่แห่แหนกันมาจากทุกมุมโลก ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น นอกจากนั่งดูผู้คนและสำหรับผู้ชื่นชอบการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดัง ตั้งแต่ Dior,Prada, Gucci, Amarni, Valentino, Versace, Fendi, Ferragamo, Cartier, Bulgari อยู่ในย่านนี้แทบทั้งหมด ขณะเดียวกันที่ตรงนี้ก็เป็น จุดอันตราย ที่ต้องระวังอย่างยิ่ง เรียกว่าเป็นแหล่งชุมนุมนักฉกชิง วิ่งราว ล้วงกระเป๋า โดยเฉพาะพวกยิปซี คอยล้วงกระเป๋าสาวนักช้อป บันไดสเปนมีทั้งหมด 138 ขั้น แต่แทบไม่มีขั้นไหนเลยที่ไม่ถูกจับจองเป็นที่นั่งเพื่อดูละครชีวิตของจริงขนานแท้บนถนนเบื้องหน้า "Salve "Roma"


 
 
Desktop View