จี้สมาชิกพลิกตัวรับไทยแลนด์ 4.0 ส.ชิ้นส่วนฟันธงตลาด REM วิ่งฉิวยึดไต้หวันต้นแบบ

updated: 11 พ.ค. 2560 เวลา 15:02:00 น.

 

ส.ผู้ผลิตชิ้นส่วน แนะสมาชิกเร่งปรับตัว พลิกเกมเทน้ำหนักตลาดทดแทน เชื่อมีศักยภาพดีกว่า จี้หันพัฒนาสินค้าสมาร์ทดีไวซ์-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ยึดโมเดล "ไต้หวัน" เป็นต้นแบบ หวังเพิ่มกำไร เพิ่มมูลค่าส่งออก



นางอัชณา ลิมป์ไพฑูรย์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ในช่วงที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ คิดเป็น 16,513.05 ล้านบาท ลดลง 3.78% และมูลค่าการนำเข้า จำนวน 14,472.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.81%

ส่วนในปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าการนำเข้าชิ้นส่วน 15,376.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.25% และการส่งออก มูลค่า 17,208.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.21%

"เราเชื่อว่ามูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์น่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ที่ระดับ 5% หรือคิดเป็นมูลค่า 18,069.3 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์นั้นก็คาดว่าจะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยประเทศที่ไทยมีการส่งออกสูงสุด ได้แก่ อเมริกา คิดเป็นมูลค่า 409.39 ล้านเหรียญ, ญี่ปุ่น 274.81 ล้านเหรียญ, อินโดนีเซีย 223.65 ล้านเหรียญ, มาเลเซีย 195.43 ล้านเหรียญ และ จีน 162.03 ล้านเหรียญ"

ขณะที่มูลค่าการนำเข้าชิ้นส่วนไทยนำเข้าจากญี่ปุ่นสูงสุดคิดเป็น 875.29 ล้านเหรียญ, จีน 495.52 ล้านเหรียญ, อเมริกา 143.97 ล้านเหรียญ, อินโดนีเซีย 122.46 ล้านเหรียญ และเยอรมนี 104.42 ล้านเหรียญ จากกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 1,800 รายแบ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตเทียร์ 1 จำนวน 648 ราย ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตต่างชาติ 47% ราย กลุ่มร่วมทุนระหว่างผู้ผลิตต่างชาติ

และกลุ่มคนไทยจำนวน 30% และกลุ่มผู้ผลิตที่เป็นชาวไทยอีก 23% ทั้งนี้ หากพิจารณารายละเอียดในกลุ่มของผู้ผลิตเทียร์ 2 จะเห็นว่า มีบริษัทที่ไม่ได้เป็นกลุ่มผู้ประกอบการชาวไทย สูงถึง 77% โดยกลุ่มผู้ผลิตเทียร์ 2 และ 3 จำนวน 1,700 ราย ซึ่งจะมีกลุ่มของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน รวมทั้งเครื่องมือแพทย์ อยู่ในกลุ่มนี้

สำหรับแนวโน้มของกลุ่มผู้ประกอบการชิ้นส่วนในกลุ่มเทียร์ 2 และ 3 นั้น โดยเฉพาะเทียร์ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี ถือว่าขณะนี้ สถานการณ์โดยรวมยังไม่มีความน่าเป็นห่วงมากนัก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการได้มีการปรับตัวเพื่อรับมือกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหันไปรับงานในส่วนของอากาศยาน และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจและมีการเติบโตเพิ่มขึ้น

"อุปกรณ์และชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ไปใช้สำหรับอุตสาหกรรมทั้ง 2 นั้นมีชิ้นส่วนค่อนข้างมาก ประกอบกับศักยภาพของผู้ผลิตไทยก็ถือว่ามีความได้เปรียบ"

นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์นั้นจะเห็นว่า ประเทศไต้หวันถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาสินค้า ชิ้นส่วนอุปกรณ์ประดับยนต์และอะไหล่ทดแทน หรือ (อาร์อีเอ็ม) ที่ประสบความสำเร็จแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งสามารถสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เข้าประเทศได้มหาศาลประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำในส่วนของภูมิภาคนี้ ซึ่งกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

ที่ผลิตให้กับโรงงานผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์โดยตรง (โออีเอ็ม) และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อทดแทน และกลุ่มอุปกรณ์ประดับยนต์ (อาร์อีเอ็ม) โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตอาร์อีเอ็มหากมีการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมการออกแบบเพื่อรองรับความต้องการของตลาด น่าจะเป็นช่องทางที่ดีในการเพิ่มมูลค่าสินค้า และมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ได้ค่อนข้างดี

"ไต้หวันถือว่าเป็นประเทศที่เดินมาได้ค่อนข้างถูกทางสำหรับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เพราะผลิตแต่สินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะพวกสมาร์ทดีไวซ์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ควบรวมระหว่างคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนต่าง ๆ สำหรับขายในตลาดทดแทนได้ค่อนข้างดี และมีการส่งออกมาจำหน่ายนอกประเทศค่อนข้างมาก รวมทั้งค่ายรถยนต์ในบ้านเราด้วย"

โดยเฉพาะเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าที่รัฐบาลกำลังส่งเสริมนั้น เชื่อว่าจะทำให้มีการใช้ชิ้นส่วนในรถยนต์น้อยลง บวกกับประเทศไทยไม่สามารถผลิตวัตถุดิบเพื่อผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เองได้ และต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศดังนั้น หากกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยปรับแผนมาพัฒนาสินค้าสมาร์ทดีไวซ์ หรือจับมือกับผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะไต้หวัน เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างทางออกให้กับธุรกิจของตนเอง เนื่องจากเป็นสินค้าที่ให้ผลกำไรค่อนข้างดี ประกอบกับค่ายรถยนต์เองก็ไม่ได้ผลิตสินค้าประเภทนี้ออกสู่ตลาด ซึ่งถือเป็นทางออกที่น่าสนใจ

และในงานอินเตอร์แมค 2017 งานแสดงสินค้าเครื่องจักรกล ที่นำเสนออุตสาหกรรมการผลิตแบบครบวงจรนับตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยจัดร่วมกับงานซับคอนไทยแลนด์ 2017 งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและการจับคู่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ในงานนี้จะมีผู้ประกอบการชาวไทย และต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีการจัดงานสัมมนาเพื่อตอบรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ที่เป็นการ "ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม" ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจ งานอินเตอร์แม็คจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 พ.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา
 
 
Desktop View