ดึง "ปิ่นโตเถาเล็ก" ฟื้นเชลล์ชวนชิม เชลล์รุกธุรกิจเสริมเดลี่คาเฟ่-ร้านสะดวกซื้อซีเล็ค

updated: 13 พ.ค. 2560 เวลา 09:30:42 น.

 

"เชลล์" ทุ่ม 1,200 ล้านบาท ลุยสร้างปั๊มน้ำมันใหม่ 40 แห่งบนถนนสายหลักทั่วประเทศ เน้นภาคกลาง-ภาคใต้หันลุยขยายธุรกิจเสริม Nonoil ด้วยการขยายร้านกาแฟเดลี่คาเฟ่อีก 120 แห่งในปีนี้ ปรับโฉมร้านสะดวกซื้อซีเล็คใหม่ หลังทดลองปรับโฉมแล้วยอดขายเพิ่ม จับบิ๊กซีซัพพลายสินค้าเข้าร้าน พร้อมฟื้น "เชลล์ชวนชิม" ด้วยการดึง ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ การันตีร้านอาหารในปั๊มเชลล์ มองราคาน้ำมันในตลาดโลกยังแกว่งตัวเฉลี่ย 40-50 เหรียญสหรัฐ

นายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงแผนการลงทุนของบริษัทในปีนี้ประกอบด้วย 1) การลงทุนขยายสถานีบริการน้ำมันใหม่เพิ่มอีก 40 แห่ง (ปัจจุบันมีอยู่ 520 แห่ง) งบฯลงทุน 1,200 ล้านบาท โดยเน้นขยายบนถนนสายหลักในภาคกลางกับภาคใต้ แต่ละแห่งลงทุนประมาณ 40-100 ล้านบาท รวมถึงการปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันเดิมที่มีอยู่ และเตรียมการบริการเสริมภายในสถานีบริการที่สร้างใหม่ ทั้งร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ

โดยการลงทุนขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันแห่งใหม่จะเป็นส่วนที่เชลล์ลงทุนเองประมาณร้อยละ 60-65 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 35 เป็นการลงทุนของดีลเลอร์ที่สนใจ โดยเชลล์ยังคงเป็นผู้บริหาร "สต๊อกน้ำมัน" ให้กับดีลเลอร์เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจให้ และยังวางเป้าหมายในอนาคตว่า เชลล์ควรจะมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศอยู่ระหว่าง 800-900 แห่ง ด้วยการก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันตามเส้นทางการขยายท่อส่งน้ำมันเส้นใหม่ที่จะขึ้นไปยังภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก

2)การขยายร้านกาแฟเดลี่คาเฟ่(Deli Cafe) จากเดิมที่มีอยู่ 40 แห่งให้เพิ่มเป็น 120 แห่งภายในสิ้นปีนี้ หลังจากที่ร้านกาแฟได้รับการตอบรับที่ดีมาก 3) บริษัทได้ตัดสินใจที่จะปรับปรุงร้านสะดวกซื้อ "ซีเล็ค (Select)" ซึ่งเป็นแบรนด์ของเชลล์อยู่แล้ว แทนการจัดหาร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหม่ โดยร้านสะดวกซื้อใหม่นี้เรียกว่า Select Gen. 5 ได้เริ่มทดลองปรับปรุงไปแล้วที่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดฉะเชิงเทรา และสาขาถนนศรีนครินทร์ มีการปรับโฉมให้ดูสดใส เพิ่มจำนวนสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ และอาหารพร้อมทานมากขึ้น

"เราให้บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับร้านซีเล็ค ตอนนี้เริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปลายปี 2559 คาดว่าภายในสิ้นปีนี้บิ๊กซีจะจัดส่งสินค้าให้ร้านซีเล็คได้ครบทุกแห่งทั่วประเทศ" นายอัษฎากล่าว

4) การฟื้นตราสัญลักษณ์ "เชลล์ชวนชิม" กลับมา โดยขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการหารือกับบริษัท ปิ่นโตเถาเล็ก จำกัด ของ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ (ทายาท ม.ล.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ต้นตำรับเชลล์ชวนชิมในอดีต) โดยวางเป้าหมายไว้ว่า ในสถานีบริการน้ำมันเชลล์จะมีร้านอาหารอร่อยมาให้บริการ ดังนั้นบริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือหรือการการันตีคุณภาพความอร่อยของอาหาร เพื่อคัดสรรร้านอาหารที่ได้มาตรฐานเข้ามาไว้ในสถานีบริการน้ำมันเชลล์ โดยอาจจะมีการพัฒนาในรูปแบบของ "สวนอาหาร" โดยเฉพาะกับร้านอาหารที่มีแบรนด์เพื่อดึงดูดผู้บริโภค

"ในอดีตบริษัทเชลล์เน้นจำหน่ายน้ำมันคุณภาพเป็นหลักเราหลงใหลกับเทคโนโลยีที่เป็นจุดแข็งของเชลล์มาโดยตลอดแต่ตอนนี้เราต้องดีไซน์ธุรกิจใหม่ด้วยการนำธุรกิจNonoil เข้ามาเสริมให้ครบ ต้องปรับปรุงปั๊มน้ำมันเชลล์ใหม่ มีการสร้างทีมงานใหม่ขึ้นมาเพื่อดูแลค้าปลีกโดยเฉพาะ ด้วยการดึงคนที่เคยอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารเข้ามาช่วยงาน โดยเฉพาะเชลล์ชวนชิมที่เราจะกลับมาทำ แต่ไม่ได้ทำเหมือนเดิม จากนี้จะต้องมานั่งคัดอาหารที่ได้คุณภาพแล้วก็นำไปวางให้บริการในปั๊มเชลล์ รวมไปจนถึงของฝาก อาหารแห้งต่าง ๆ ก็ต้องผ่านมาตรฐานของเชลล์ชวนชิมด้วย ซึ่งการนำเชลล์ชวนชิมกลับมาทำอีกครั้ง ผมเชื่อมั่นว่าจะช่วยทำให้มีลูกค้ามากขึ้น" นายอัษฎากล่าว

อย่างไรก็ตาม การทดลองปรับปรุงร้านซีเล็คใน 2 สาขาข้างต้น ส่งผลให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านซีเล็คมากขึ้น จากเดิมที่มียอดขายประมาณ 15,000 บาท/วัน ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 23,000 บาท/วัน และเชลล์ได้วางสัดส่วนยอดขายในอนาคตระหว่างน้ำมันกับธุรกิจเสริม ควรจะอยู่ในสัดส่วน 50 : 50 นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากยอดขายเฉลี่ยโดยรวมปี 2559 พบว่า สถานีบริการน้ำมันเชลล์มียอดขายน้ำมันเฉลี่ยสูงสุดที่ 600,000 ลิตร/วัน จากเดิมที่มียอดขายอยู่ที่ 400,000 ลิตร/วัน

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้น นายอัษฎากล่าวว่า ทิศทางราคาจะมีการ "แกว่งตัว" ขึ้นลงจากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบ เช่น เศรษฐกิจของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวแปรอย่างประเทศสหรัฐ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ปรากฏว่าสหรัฐมีการปรับเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันภายในสหรัฐขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นต้องจับตาปริมาณการเพิ่มกำลังผลิตจะกระทบต่อราคาน้ำมันดิบโลกมากน้อยแค่ไหน รวมถึงกรณีสถานการณ์สงครามก็จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน แต่มองว่า "ราคาน้ำมันจะวิ่งอยู่ที่เฉลี่ย 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล"

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม