SPCG ปลื้มปี′59 รับทรัพย์เริ่ดหรู มั่นใจปีนี้โกยทะลุ 6 พันล้าน

updated: 21 เม.ย 2560 เวลา 18:04:48 น.

 

ประชุมผู้ถือหุ้นเอสพีซีจีปลื้ม ผลประกอบการปี 2559 เริ่ดหรู จ่ายปันเงินอิ่ม 1.10 บาทต่อหุ้น ล่าสุดรับเงินปันผลจากบริษัทลูกอีก 277 ล้านบาท มั่นใจปีนี้โกยรายได้ทะลุ 6,000 ล้านบาท เดินหน้ารุกหนักตลาดโซลาร์รูฟทั้งภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม ชูจุดแข็งใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์เคียวเซร่าของดีประสิทธิภาพสูง ช่วยลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มผลกำไรยั่งยืน

นางสาววันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้บริหาร จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ณ ห้องคอนเวนชั่น เอบี ชั้น 1 โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ โดยนางสาววันดี กล่าวถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2559 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 5,544.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 5,057.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 และมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,617.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,465.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 6.18 จากปีก่อน โดยจากผลประกอบของปี 2559 ดังกล่าวบริษัทได้จ่ายเงินปันผล เป็นจำนวนเงิน 1.10 บาทต่อหุ้น เป็นไปตามนโยบายบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลผู้ถือหุ้น

สำหรับปี 2560 นี้บริษัทมีแผนงานทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท มาจากการรุกธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR โดยกำหนดเป้าหมายการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด  เพราะ SPR SOLAR ROOF ได้รับความนิยมมากทั้งในภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่ง SPR โซลาร์ รูฟ เป็นธุรกิจใหม่ ที่ต่อยอดมาจาการทำ โซลาร์ ฟาร์มโดยใช้ผลิตภัณฑ์เดียวกัน โดยใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ของ KYOCERA ที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตแสงอาทิตย์ จึงช่วยลูกค้าประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริง ทั้งช่วยลดรายจ่ายและสร้างกำไรเพิ่ม ทำให้บริษัทฯคาดการณ์ว่าปี 2560 นี้จะทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่าปีก่อน

สำหรับแผนธุรกิจ SPCG บริษัทได้ขยายการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งได้เริ่มพัฒนาโครงการในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไดเซนมีกำลังผลิตขนาด 30 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสการลงทุนในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่ง SPCG มีความพร้อมสำหรับการลงทุนในตลาดนี้ ทั้งด้านพันธมิตร ทีมงาน และบุคลากรที่มีประสิทธิภาพจึงสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ทันที โดยคาดว่าจะมีโครงการโซลาร์ฟาร์มตามกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562 ทั้งนี้บริษัทดำเนินการติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม พร้อมจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบครบทั้ง 36 แห่ง ตั้งอยู่ใน 10 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังการผลิตรวมกว่า 260 เมกะวัตต์

นางสาววันดีกล่าวว่า SPR Solar Roof ได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มลูกค้าสำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไปซึ่ง SPR ได้แต่งตั้ง บริษัท โฮม โปรดักซ์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ Homepro เป็นตัวแทนจำหน่ายระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในตลาดที่อยู่อาศัย และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมา SPCG ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในรูปแบบการออกบูธ และจัดงานสัมมนา เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ SPR Solar Roof โดยบริษัทฯ เลือกใช้ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่มีคุณภาพ จาก KYOCERA ที่ให้การรับประกันแผงยาวนานถึง 25 ปี และหลังจากปีที่ 25 การันตีคุณภาพการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 80 เปอร์เซนต์ เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด             

อย่างไรก็ตาม บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ได้รับเงินปันผลจากบริษัทในเครือ "โซล่า เพาเวอร์" เป็นเงิน 277.49 ล้านบาทตามที่บริษัทได้ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ในบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด (SPC) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มรวม 34 โครงการด้วย

 
 
Desktop View