อคส.คุมเข้มขนย้ายข้าวเสื่อมหวั่นสวมรอยให้คนกิน

updated: 21 เม.ย 2560 เวลา 16:50:00 น.

 

ประธานกรรมการ องค์การคลังสินค้าเชิญหน่วยงานที่กี่วข้องประชุมชี้แจงขั้นตอนการขนย้ายข้าวสารในสต็อคของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2560 เพื่อวางมาตรการในการควบคุมในการขนย้ายออกจากคลังสินค้าต้นทางไปยังคลังสินค้าปลายทาง

พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่าตามที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เห็นชอบผลการจำหน่ายข้าวสารในสต็อคของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2560 นั้น  องค์การคลังสินค้าได้เชิญ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงขั้นตอนการขนย้ายข้าวข้าวสารในสต็อคของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2560 เพื่อวางมาตรการในการควบคุมในการขนย้ายออกจากคลังสินค้าต้นทางไปยังคลังสินค้าปลายทาง จึงได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ได้แก่ อตก.กรมการค้าต่างประเทศ ผู้แทนจาก คสช. ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ผู้แทนจากกองบังคับการตำรวจทางหลวง และผู้แทนจากรมทางหลวง โดยได้กำหนดขั้นตอนและมาตรการในการควบคุมการขนย้ายข้าวออกจากคลังสินค้าไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมของผู้ชนะการประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐ  จำนวน 90  คลัง จาก 27 จังหวัด ปริมาณรวม 1,179,379.781066 ตัน มูลค่า 5,796,265,217.72 ล้านบาท  (จำนวน 12 ราย) ตามที่ กรมการค้าต่างประเทศ เปิดประมูลข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2560 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ อคส.และผู้แทนจากหน่วยงานในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 หน่วยงานที่เชิญมาร่วมประชุมฯ ลงพื้นที่ทำการสุ่มตรวจคลังสินค้าปลาย ภายในสัปดาห์หน้าซึ่งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน จำนวน 5 จังหวัดที่เป็นคลังสินค้าปลาย ประกอบด้วย

1.จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
2.จังหวัดกำแพงเพชร
3.จังหวัดนครปฐมและจังหวัดราชบุรี
4. จังหวัดปทุมธานี
5.จังหวัดระยอง

รวมทั้งมีการจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ สุ่มตลอดเส้นทางการขนย้ายข้าวและคลังสินค้าต้นทางและคลังสินค้าปลายทางโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในการขนย้ายข้าวในครั้งนี้ไม่ต้องขออนุญาตการขนย้ายจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งในครั้งที่ผ่านมาจะต้องขออนุญาต ทำให้การขนย้ายในครั้งนี้ทำได้รวดเร็วขึ้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของ อคส.และหัวหน้าคลังประจำอยู่ตามโกดังต่างๆ รับทราบขั้นตอนการปฏิบัติ และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ในการขนย้ายข้าวนั้นจากเดิมกำหนดให้ขนข้าวได้ในช่วงตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก แต่ครั้งนี้ กำหนดให้รถบรรทุกคันสุดท้ายออกจากโกดังได้ไม่เกินเวลา 18.00 น. มี การ (ซีล) รถบรรทุกที่ขนข้าว ทุกคัน ตลอดการขนย้าย โดยระยะเวลาต้องสอดคล้องกัน กับการระยะเวลาการเดินทาง หากตรวจพบว่าใช้เวลามากไม่สัมพันธ์หรือผิดปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดตรวจสามารถเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบได้

สำหรับคลังสินค้าที่ปลายทาง จะต้องติดตั้งกล้อง CCTV และต้องรายงานข้อมูลสินค้า ผ่านเว็บไซต์ www.pwo.co.th เพื่อรายงานให้เจ้าหน้าที่ อคส.รับทราบ และเมื่อขนย้ายข้าวถึงสถานที่ปลายทางแล้ว อคส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสุ่มตรวจปริมาณข้าว อีกครั้งว่าตรงตามปริมาณการขนย้ายหรือไม่

หาก อคส.ตรวจพบว่าผู้ซื้อไม่นำเข้าสารเข้าสู่กระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมตามที่ได้แจ้งไว้ในวัตถุประสงค์ที่ขอซื้อจะต้องชำระค่าปรับ 25% ของมูลค่าข้าวสารที่ไม่ได้นำเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรม และหาก อคส.เลิกสัญญา ผู้ซื้อจะต้องเสียค่าปรับ 25% ของมูลค่าปริมาณข้าวสารที่ยังไม่ได้รับมอบและขนย้าย รวมทั้งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งแพ่งและอาญาด้วย ในการกำหนดขั้นตอนและมาตรการการควบคุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้

 
 
Desktop View